ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้น รับปัจจัยหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่า
ราคาทองคำ และโลหะเงินในช่วงต้นของการซื้อขายฝั่งสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงกลางวัน นักลงทุนได้กลับมาเข้าซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำร่วงลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้สัญญาทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ส่งมอบเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้น 56.80 ดอลลาร์ แตะระดับ 4,777.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนพฤษภาคมปรับเพิ่มขึ้น 1.58 ดอลลาร์ แตะที่ 78.07 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ผลกระทบจากตะวันออกกลางและวิกฤตราคาน้ำมัน
ด้านสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ ได้ขยายเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด ในขณะที่การเจรจาสันติภาพยังคงหยุดชะงัก แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญจะยังคงถูกปิดกั้นเกือบทั้งหมด ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานทั่วโลกต่างทำกำไรมหาศาลจากภาวะชะงักงันทางอุปทานในตลาดน้ำมัน ด้านราคาน้ำมันดิบ Nymex WTI ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น โดยซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 90.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งความตึงเครียดด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อทิศทางของราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่นักลงทุนต้องการถือครอง
การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและมุมมองทางเทคนิคของตลาดทองคำ
ในภูมิภาคเอเชีย ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบธนาคารอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสภาพคล่องและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ในส่วนของมุมมองทางเทคนิคสำหรับตลาดทองคำ สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนมิถุนายน ฝั่งกระทิงมีเป้าหมายราคาขาขึ้นถัดไปที่การทะลุและปิดยืนเหนือแนวต้านแข็งแกร่งที่ระดับ 5,000.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ฝั่งหมีพยายามกดดันราคาให้ลงต่ำกว่าแนวรับทางเทคนิคที่ 4,500.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกระยะสั้นอยู่ที่ 4,800.00 ดอลลาร์ และแนวรับแรกอยู่ที่ระดับต่ำสุดของสัปดาห์นี้ที่ 4,733.10 ดอลลาร์ นักลงทุนควรจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำและปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน
















