ตลาดทองคำผันผวนหนัก ท่ามกลางความหวังและวิกฤตสหรัฐฯ-อิหร่าน
ตลาดทองคำเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความเงียบเหงา ก่อนที่จะสร้างแรงส่งอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลง ท่ามกลางการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการยุติปัญหาในอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ความหวังเหล่านั้นต้องพังทลายลงเมื่อมีการแถลงการณ์ที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในคืนวันพุธ ซึ่งลบผลกำไรของ ราคาทองคำ ไปกว่าครึ่ง แต่ถึงกระนั้น ทองคำก็ยังคงสามารถปิดบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สองได้สำเร็จ
ราคาทองคำสปอตเปิดตลาดต้นสัปดาห์ที่ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นอย่างผันผวนไปแตะจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากข่าวลือเชิงบวกเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน แต่หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนและน้ำมันของอิหร่าน ราคาก็ร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ภายใน 20 นาที ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาปิดสัปดาห์ที่บริเวณใกล้เคียง 4,680 ดอลลาร์
ความเห็นของนักวิเคราะห์ต่อทิศทาง ราคาทองคำ
ผลสำรวจจาก Kitco News Weekly Gold Survey ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า นักวิเคราะห์จาก Wall Street ส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการลงทุนท่ามกลางสัญญาณที่สับสน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยมีมุมมองที่เป็นบวกต่อ ตลาดทองคำ มากขึ้นเล็กน้อย
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าตลาดผันผวนอย่างหนักตามข่าวสารแบบนาทีต่อนาที อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่าหากสงครามหรือความขัดแย้งยุติลง ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นตัวกำหนดทิศทางหลัก และเชื่อว่า ราคาทองคำ จะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว
ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และการเทขายของธนาคารกลาง
นอกจากความกังวลเรื่องสงครามแล้ว ตลาดทองคำ ยังได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอาจต้องเทขายทองคำเพื่อรักษาสภาพคล่อง ตัวอย่างเช่น ประเทศตุรกีที่มีการเทขายทองคำออกมากว่า 60 ตันในเดือนมีนาคม เพื่อปกป้องค่าเงินของตนเองท่ามกลางวิกฤตพลังงาน
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องจับตาในสัปดาห์หน้า
สำหรับสัปดาห์หน้า นักลงทุนใน ตลาดทองคำ จะต้องจับตารายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ รวมถึงข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) และรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
โดยสรุป แม้ว่า ราคาทองคำ จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงประเมินว่า ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างแข็งแกร่ง














