🇺🇸🇨🇳 งานเข้าวอชิงตัน! เมื่อแผน "ทรัมป์" อาจกลายเป็นบูมเมอแรง ดัน "เงินหยวน" ผงาดบนเวทีโลกแทน
เจ้าหน้าที่ใน DC เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ หลังมีสัญญาณเตือนว่าคำขู่ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่จะตั้งกำแพงภาษี 100% ใส่ประเทศกลุ่ม BRICS หรือชาติใดก็ตามที่จะเลิกใช้ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจส่งผลลัพธ์ที่ "ตรงกันข้าม" อย่างสิ้นเชิง
📉 จากเดิมที่กะจะขู่ให้กลัว แต่นักวิเคราะห์มองว่า นี่อาจเป็นการ "ผลักมิตรไปหาศัตรู" บีบให้ประเทศต่างๆ ไม่มีทางเลือก และต้องหันไปซบ "เงินหยวน" ของจีนเร็วขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ
กลายเป็นว่า ยิ่งสหรัฐฯ แข็งกร้าว จีนยิ่งได้ประโยชน์จากการที่นานาชาติลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) เร็วขึ้น ทำให้บัลลังก์ King Dollar ที่เคยครองโลกมานานเริ่มสั่นคลอน
✨ วิเคราะห์ผลกระทบต่อ "ราคาทองคำ" ✨
หากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อและดอลลาร์เริ่มสูญเสียอำนาจการเป็นเงินสกุลหลักจริง จะเกิดผลบวกต่อทองคำอย่างมีนัยสำคัญ:
ดอลลาร์อ่อน = ทองขึ้น: ตามกลไกตลาด หากความเชื่อมั่นในดอลลาร์ลดลง ดัชนีดอลลาร์ร่วง จะเป็นแรงส่งให้ราคาทองคำพุ่งทะยานทันที
ทองคือหลุมหลบภัย: เมื่อมหาอำนาจงัดข้อกันเรื่องค่าเงิน ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มจะเทขายดอลลาร์ แล้วหันมา "ตุนทองคำ" เข้าคลังสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง
เงินเฟ้อจากการกีดกัน: กำแพงภาษีมักนำมาซึ่งเงินเฟ้อ และทองคำคือสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีที่สุด
ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าเกมการเมืองระดับโลกนี้ จะทำให้กระดานการเงินพลิกผันไปทางไหน แต่นักลงทุนทองคำอาจต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนและโอกาสที่จะมาถึง!
Trump China #Dollar #Gold #เศรษฐกิจโลก #ทองคำ #การลงทุน #TradeWar