กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกเตือน นโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจุดชนวนแม่แห่งภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่

  • 0 replies
  • 51 views
*

admin

  • 85,880

⚠️ คำเตือนจากฮาร์วาร์ด: นโยบาย "ทรัมป์" อาจจุดชนวน "แม่แห่งวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย" ที่โลกต้องจารึก

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังจับตามองการเมืองสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกอย่าง เคนเนธ รอกอฟฟ์ (Kenneth Rogoff) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการการเงินอีกครั้ง เมื่อเขาออกมาวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงระดับมหภาคหาก โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลับมาบริหารประเทศพร้อมกับนโยบายที่เขาได้หาเสียงไว้

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "Mother of all recessions" หรือ แม่แห่งภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากนโยบายเหล่านี้ถูกนำมาใช้จริง

📌 1. สงครามกำแพงภาษี: จุดเริ่มต้นของหายนะเงินเฟ้อ

หนึ่งในนโยบายหลักที่ทรัมป์ผลักดันคือการตั้งกำแพงภาษีนำเข้า (Tariffs) ครั้งมโหฬาร โดยมีการเสนอให้เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกในอัตรา 10-20% และพุ่งเป้าไปที่สินค้าจากจีนสูงถึง 60% รอกอฟฟ์ชี้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การปกป้องทางการค้า แต่คือการ "Deglobalization" หรือการทวนกระแสโลกาภิวัตน์อย่างรุนแรง

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ:
- ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น: ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อที่พยายามกดลงมา กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง
- การตอบโต้ทางการค้า: ประเทศคู่ค้าทั่วโลกจะไม่ยอมอยู่เฉย และจะตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีเช่นกัน นำไปสู่การหดตัวของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

📌 2. ภัยคุกคามต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง (Fed)

อีกประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือท่าทีของทรัมป์ที่มีต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การพยายามเข้าไปแทรกแซงหรือกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น จะทำลายความน่าเชื่อถือของ Fed ในระยะยาว

หากตลาดสูญเสียความเชื่อมั่นว่า Fed สามารถควบคุมเงินเฟ้อได้อย่างอิสระ:
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต้องการชดเชยความเสี่ยง
- ค่าเงินดอลลาร์อาจผันผวนอย่างหนัก
- เสถียรภาพทางการเงินของโลกจะสั่นคลอน เพราะดอลลาร์สหรัฐฯ คือสกุลเงินหลักของโลก

📌 3. หนี้สาธารณะและความเสี่ยงทางการคลัง

นโยบายลดภาษีเพื่อเอาใจฐานเสียง ในขณะที่ยังคงรายจ่ายภาครัฐไว้สูง จะทำให้การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ ยิ่งเลวร้ายลง ปัจจุบันหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่น่ากังวลอยู่แล้ว การเพิ่มภาระหนี้เข้าไปอีกในสภาวะที่ดอกเบี้ยยังสูง (Higher for Longer) อาจนำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นในการชำระหนี้ หรือ Fiscal Crisis ได้ในที่สุด

📌 4. ผลกระทบต่อ Supply Chain โลก

การกีดกันแรงงานข้ามชาติและการเนรเทศแรงงานจำนวนมากตามนโยบายที่หาเสียงไว้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการผลิตและภาคบริการในสหรัฐฯ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน (Labor Shortage) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ดันค่าจ้างและเงินเฟ้อให้สูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานโลก หรือ Global Supply Chain ให้สะดุดลงอีกครั้ง คล้ายกับช่วงวิกฤตโควิด แต่ครั้งนี้เกิดจากน้ำมือมนุษย์ (Man-made disaster)

📊 บทสรุป: เตรียมรับมือความผันผวน

คำเตือนเรื่อง "แม่แห่งภาวะเศรษฐกิจถดถอย" ของรอกอฟฟ์ ไม่ใช่คำทำนายที่เกินจริงหากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ นโยบายที่มุ่งเน้นผลประชานิยมระยะสั้นแต่ทำลายโครงสร้างระยะยาว เป็นสิ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการทั่วโลกต้องตระหนัก

สำหรับประเทศไทย เราไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบนี้ได้ หากสหรัฐฯ จาม เอเชียก็จะเป็นไข้ การเตรียมความพร้อม การกระจายความเสี่ยง และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้

#เศรษฐกิจโลก #Trump #Recession #การเงินการลงทุน #เศรษฐกิจถดถอย #เงินเฟ้อ #Fed
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited