กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นูเรียล รูบินี เตือนนโยบายทรัมป์เสี่ยงจุดชนวน แม่แห่งการถดถอย วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่โลกต้องจับตา

  • 0 replies
  • 59 views
*

admin

  • 85,880

🔥 นูเรียล รูบินี เตือน! นโยบาย 'ทรัมป์' อาจก่อให้เกิด "แม่แห่งการถดถอย" (Mother of All Recessions) วิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ

เมื่อ "Dr. Doom" หรือ นูเรียล รูบินี (Nouriel Roubini) นักเศรษฐศาสตร์ผู้เคยทำนายวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 ได้อย่างแม่นยำ ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเพ่งเล็งไปที่นโยบายเศรษฐกิจของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าหากถูกนำมาใช้จริง อาจนำโลกเข้าสู่สภาวะ Stagflation หรือภาวะเงินเฟ้อสูงพร้อมกับเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกวิเคราะห์คำเตือนของรูบินี ว่าทำไมแผนการของทรัมป์ถึงน่ากังวล และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกคืออะไร

---

✅ 1. ความเสี่ยงของภาวะ Stagflation ครั้งใหม่

นูเรียล รูบินี มองว่านโยบายของทรัมป์มีความเสี่ยงสูงมากที่จะกระตุ้นให้เกิด "Stagflation" (สแต็กเฟลชัน) ซึ่งเป็นภาวะที่เลวร้ายที่สุดสำหรับระบบเศรษฐกิจ คือการที่ข้าวของแพงขึ้น (เงินเฟ้อ) แต่เศรษฐกิจกลับไม่โตและคนตกงาน

เขามองว่าการผสมผสานระหว่างนโยบายกีดกันทางการค้า การลดภาษีแบบสุดโต่ง และการขาดดุลงบประมาณมหาศาล จะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เกิดวิกฤตนี้ ซึ่งต่างจากวิกฤตทั่วไปที่มักจะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

✅ 2. กำแพงภาษี (Tariffs) คือระเบิดเวลา

หนึ่งในนโยบายหลักของทรัมป์คือการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้า โดยเสนอให้เก็บภาษีนำเข้า 10-20% สำหรับสินค้าจากทุกประเทศ และสูงถึง 60% สำหรับสินค้าจากจีน

รูบินีชี้ว่า สิ่งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงดังนี้:
🔸 ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น: ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องแบกรับภาระต้นทุนสินค้าที่แพงขึ้นทันที
🔸 ห่วงโซ่อุปทานพังทลาย: ธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบต่างประเทศจะมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จนอาจต้องลดกำลังการผลิตหรือปิดตัวลง
🔸 สงครามการค้า: ทั่วโลกจะตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีใส่สหรัฐฯ เช่นกัน ทำให้การค้าโลกหยุดชะงัก

✅ 3. ปัญหาขาดดุลและการอ่อนค่าของดอลลาร์

แผนการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและการขยายมาตรการลดหย่อนภาษีของทรัมป์ แม้จะดูดีสำหรับภาคธุรกิจในระยะสั้น แต่รูบินีเตือนว่ามันจะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ การขาดดุลการคลังมหาศาลจะบีบให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่ม ซึ่งจะดันให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสูงขึ้น และสุดท้ายอาจนำไปสู่การเสื่อมค่าของเงินดอลลาร์ (De-dollarization) ในเวทีโลก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มไม่เชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการคลังของสหรัฐฯ

✅ 4. วิกฤตแรงงานจากการเนรเทศผู้อพยพ

อีกหนึ่งนโยบายที่รูบินีมองว่าเป็นหายนะทางเศรษฐกิจ คือแผนการเนรเทศแรงงานข้ามชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ พึ่งพาแรงงานเหล่านี้ในภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง และบริการ การหายไปของแรงงานจำนวนมหาศาลจะทำให้:
🔸 เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
🔸 ค่าจ้างแรงงานพุ่งสูงขึ้น (Wage-price spiral)
🔸 ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น และส่งผ่านไปยังราคาสินค้า ทำให้เงินเฟ้อยิ่งแก้ยากขึ้นไปอีก

✅ 5. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน

แม้ทรัมป์จะชูสโลแกน "Drill, baby, drill" เพื่อเพิ่มการผลิตน้ำมันและลดราคาพลังงาน แต่รูบินีมองต่างมุมว่า นโยบายต่างประเทศของทรัมป์อาจสร้างความขัดแย้งในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ "Shock" ด้านราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากการหยุดชะงักของอุปทาน คล้ายกับวิกฤตน้ำมันในยุค 1970

🎯 บทสรุป: เตรียมรับมือความผันผวน

คำเตือนของ "Dr. Doom" ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ รูบินีสรุปว่าหากนโยบายเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรอาจปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง นักลงทุนทั่วโลกควรจับตามองทิศทางการเมืองสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะ "แม่แห่งการถดถอย" ครั้งนี้ อาจสร้างความเสียหายที่ยาวนานและรุนแรงกว่าที่เราคาดคิด

#เศรษฐกิจโลก #NourielRoubini #Trump #Recession #Stagflation #ลงทุน #การเงิน #หุ้นต่างประเทศ #ข่าวเศรษฐกิจ
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited