กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเตือน! นโยบาย 'โดนัลด์ ทรัมป์' อาจจุดชนวน "แม่แห่งวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย" (Mother of All Recessions) พร้อมความเสี่ยง Stagflation ที่โลกต้องจับตา

  • 0 replies
  • 52 views
*

admin

  • 85,880

นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเตือน! นโยบาย 'โดนัลด์ ทรัมป์' อาจจุดชนวน "แม่แห่งวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย" ส่อเค้า Stagflation รุนแรง

ในขณะที่การเมืองสหรัฐฯ กำลังร้อนระอุ นูเรียล รูบินี (Nouriel Roubini) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ผู้ได้รับฉายา "Dr. Doom" จากการทำนายวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008 ได้อย่างแม่นยำ ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่เกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจโลก หากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งและดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้

บทความนี้จะพาเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำไมนโยบายของทรัมป์ถึงถูกมองว่าเป็น "หายนะ" ทางเศรษฐกิจ และคำว่า "Mother of all recessions" นั้นน่ากลัวขนาดไหน



1. นโยบาย "ทรัมป์" กับความเสี่ยงเศรษฐกิจพังพินาศ

รูบินีชี้ให้เห็นว่า นโยบายเศรษฐกิจหลักที่ทรัมป์วางแผนไว้หากชนะการเลือกตั้ง (Trump 2.0) มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤต โดยมีปัจจัยหลัก 3 ประการที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลา:

  • กำแพงภาษีมหาโหด (Trade Protectionism): ทรัมป์มีแผนที่จะตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจะถูกผลักภาระมายังผู้บริโภค สิ่งนี้คือตัวเร่งเงินเฟ้อชั้นดี
  • การลดค่าเงินดอลลาร์ (Currency Depreciation): แนวคิดที่ต้องการทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าเพื่อกระตุ้นการส่งออก อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดีในการจัดการเสถียรภาพทางการเงินระหว่างประเทศ
  • นโยบายกีดกันแรงงานข้ามชาติ (Anti-Migration): การประกาศว่าจะเนรเทศแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "ภาคแรงงาน" (Labor Supply) ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน ค่าจ้างพุ่งสูงขึ้น และดันให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย



2. รู้จักกับภาวะ Stagflation: ฝันร้ายของนักลงทุน

สิ่งที่รูบินีกังวลที่สุดไม่ใช่แค่ "เศรษฐกิจถดถอย" (Recession) ธรรมดา แต่คือภาวะที่เรียกว่า "Stagflation"

Stagflation คืออะไร?
คือภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตช้าหรือหดตัว (Stagnation) แต่ราคาสินค้ากลับแพงขึ้นเรื่อยๆ (Inflation) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จัดการยากที่สุดสำหรับธนาคารกลาง

  • หากลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ -> เงินเฟ้อก็จะยิ่งพุ่ง
  • หากขึ้นดอกเบี้ยเพื่อปราบเงินเฟ้อ -> เศรษฐกิจก็จะยิ่งพัง

รูบินีมองว่านโยบายของทรัมป์จะสร้าง "Negative Supply Shocks" หรือการชะงักงันของอุปทาน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลงแต่ราคาของแพงขึ้น นำไปสู่ Stagflation ที่รุนแรงกว่ายุค 1970 เสียอีก



3. ทำไมถึงเรียกว่า "Mother of all Recessions"?

คำเตือนของ Dr. Doom ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง เขาเปรียบเปรยว่าเราอาจจะได้เห็น "แม่แห่งวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย" เพราะปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันเปราะบางกว่าในอดีตมาก

ในยุค 1970 ที่เกิด Stagflation หนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ในปัจจุบัน โลกเราเต็มไปด้วยหนี้สิน (Debt Supercycle) หากเกิดเงินเฟ้อสูงพร้อมกับเศรษฐกิจถดถอย และดอกเบี้ยยังคงต้องอยู่ในระดับสูงเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ จะทำให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ (Default) เป็นลูกโซ่ ทั้งในภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคธุรกิจ และระดับรัฐบาล



4. บทสรุป: ผลกระทบต่อไทยและทั่วโลก

หากคำทำนายของรูบินีเป็นจริง ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่ในสหรัฐฯ:
  • ตลาดหุ้นทั่วโลก: อาจเกิดการเทขายอย่างหนักเนื่องจากความกังวลเรื่องผลกำไรบริษัทจดทะเบียน
  • อัตราแลกเปลี่ยน: ความผันผวนของดอลลาร์จะกระทบค่าเงินบาทและการส่งออกของไทย
  • ราคาสินค้า: ราคานำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์อาจพุ่งสูงขึ้น กระทบค่าครองชีพของคนไทย

นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงควรจับตามองนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด การกระจายความเสี่ยง (Diversification) และการถือครองสินทรัพย์ที่ทนทานต่อภาวะเงินเฟ้อ (เช่น ทองคำ หรือสินค้าโภคภัณฑ์) อาจเป็นทางรอดในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนปกคลุมโลก
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited