กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นักเศรษฐศาสตร์เตือน นโยบายทรัมป์อาจจุดชนวน Mother of All Recessions วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่โลกต้องจับตา

  • 0 replies
  • 52 views
*

admin

  • 85,880

สัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่: ทำไมนโยบายของ "โดนัลด์ ทรัมป์" อาจนำไปสู่ "Mother of All Recessions"

ในขณะที่โลกการเงินกำลังจับตามองการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีการวิเคราะห์ที่น่าตกใจว่า แผนเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หากถูกนำมาใช้จริง อาจไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อาจกลายเป็นเชื้อเพลิงที่จุดชนวนให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุด หรือที่เรียกว่า "Mother of All Recessions"

บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญว่าทำไมนักวิเคราะห์ถึงกังวล และนโยบายใดบ้างที่อาจส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินของคนทั้งโลก

1. กำแพงภาษี: ดาบสองคมที่อาจบาดลึกกว่าเดิม
หัวใจหลักของความกังวลอยู่ที่นโยบายการค้า ทรัมป์ได้เสนอแนวคิดที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก (Universal Baseline Tariff) ในอัตรา 10% และอาจสูงถึง 60% สำหรับสินค้าจากจีน

แม้วัตถุประสงค์คือการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ ผลลัพธ์อาจตรงกันข้าม:
  • เงินเฟ้อพุ่งสูง: ภาษีนำเข้าคือต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ และสุดท้ายจะถูกส่งต่อมายังผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นทันที
  • ห่วงโซ่อุปทานชะงัก: การกีดกันทางการค้าจะทำลายระบบ Supply Chain โลก ทำให้การผลิตสะดุดและต้นทุนสูงขึ้น
  • สงครามการค้า: นานาประเทศย่อมมีมาตรการตอบโต้ ซึ่งจะทำให้การค้าโลกหดตัวลงอย่างรุนแรง

2. แรงงานขาดแคลนและค่าจ้างที่พุ่งสูง
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการจัดการผู้อพยพอย่างเข้มงวด หากมีการเนรเทศแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก จะส่งผลให้เกิดภาวะ "ขาดแคลนแรงงาน" (Labor Shortage) อย่างฉับพลัน ในภาคอุตสาหกรรม บริการ และการก่อสร้าง

เมื่อคนทำงานไม่พอ นายจ้างต้องขึ้นค่าจ้างเพื่อดึงดูดคน ซึ่งฟังดูดีสำหรับลูกจ้าง แต่ในภาพรวม มันคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและจะวนกลับไปดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีกระลอก (Wage-Price Spiral)

3. ฝันร้ายของธนาคารกลาง (Fed) และดอกเบี้ยขาขึ้น
ความน่ากลัวที่สุดของสถานการณ์นี้คือการเกิดภาวะ "Stagflation" หรือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่เงินเฟ้อสูง

โดยปกติ หากเศรษฐกิจแย่ ธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้น แต่ถ้านโยบายของทรัมป์ทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ หนำซ้ำอาจต้อง "คงดอกเบี้ยระดับสูง" หรือ "ขึ้นดอกเบี้ย" ต่อไปเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ

ดอกเบี้ยที่สูงลิ่วจะทำลายภาคอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน และเพิ่มภาระหนี้ครัวเรือน จนนำไปสู่การล้มละลายและวิกฤตการเงินในที่สุด

4. ผลกระทบต่อไทยและนักลงทุนทั่วโลก
หากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ทางเศรษฐกิจโลกสะดุดล้มด้วยวิกฤตระดับ "Mother of All Recessions" ผลกระทบจะกระจายเป็นโดมิโน:
  • การส่งออกไทย: อาจหดตัวหนักจากการกีดกันทางการค้าและกำลังซื้อที่ลดลงของคู่ค้า
  • ตลาดหุ้นและความผันผวน: นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและถือเงินสด หรือทองคำ ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนัก
  • ค่าเงิน: ความไม่แน่นอนของดอลลาร์สหรัฐฯ จะทำให้ค่าเงินบาทและสกุลเงินเอเชียเหวี่ยงตัวรุนแรง

สรุป: เตรียมรับมือความผันผวน
คำเตือนเรื่อง "Mother of All Recessions" ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แม้จะเป็นเพียงการคาดการณ์เลวร้ายสุด (Worst-case scenario) แต่พื้นฐานของความกังวลมาจากหลักการเศรษฐศาสตร์ที่เป็นจริง การติดตามนโยบายหาเสียงและการทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited