กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นักเศรษฐศาสตร์เตือน! นโยบาย 'โดนัลด์ ทรัมป์' อาจจุดชนวน 'มหาวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย' ครั้งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยเจอ

  • 0 replies
  • 54 views
*

admin

  • 85,880

🚨 เตือนภัยเศรษฐกิจโลก! นักเศรษฐศาสตร์ชี้ นโยบาย 'ทรัมป์' อาจนำมาซึ่ง 'Mother of All Recessions' หรือมหาวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงที่สุด

ท่ามกลางความผันผวนของการเมืองสหรัฐฯ และการเลือกตั้งที่กำลังเข้มข้น ล่าสุดมีคำเตือนที่น่ากังวลอย่างยิ่งจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหาก 'โดนัลด์ ทรัมป์' กลับมานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้ง บทวิเคราะห์หลายแห่งชี้ตรงกันว่า แผนเศรษฐกิจชุดใหม่ของเขาอาจไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อาจเป็นตัวจุดชนวนระเบิดเวลาลูกใหญ่ให้กับเศรษฐกิจโลก

หัวข้อสำคัญที่เราต้องจับตามองคือ ความเสี่ยงของการเกิด 'ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่' (The Mother of All Recessions) ซึ่งไม่ได้กระทบแค่สหรัฐฯ แต่จะส่งแรงกระเพื่อมรุนแรงมาถึงไทยอย่างแน่นอน บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญและวิเคราะห์เจาะลึกแบบเข้าใจง่ายครับ



🔥 1. นโยบาย 'กำแพงภาษี' (Tariffs) ดาบสองคมที่คมกริบ

หนึ่งในนโยบายหลักที่ถูกพูดถึงคือการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศแบบเหวี่ยงแห (Universal Baseline Tariffs) โดยมีแผนจะเก็บภาษีนำเข้า 10% สำหรับสินค้าจากทั่วโลก และอาจสูงถึง 60% สำหรับสินค้าจากจีน

ผลกระทบทางตรง:
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า นี่คือการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ราคาสินค้าในสหรัฐฯ จะพุ่งสูงขึ้นทันที ซึ่งนั่นหมายถึง 'เงินเฟ้อ' ที่จะกลับมาอาละวาดอีกครั้ง การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างกับการทำสงครามการค้า (Trade War) ที่รุนแรงกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกหยุดชะงัก

🔥 2. การเนรเทศแรงงานข้ามชาติกับการขาดแคลนแรงงาน

อีกหนึ่งนโยบายคือแผนการเนรเทศแรงงานผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้จะฟังดูเป็นการจัดระเบียบสังคม แต่ในมุมเศรษฐศาสตร์ นี่คือการ 'Shock' ตลาดแรงงานอย่างรุนแรง

เมื่อแรงงานราคาถูกหายไปจากระบบ ภาคธุรกิจจะต้องแบกรับต้นทุนค่าจ้างที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดแรงงานใหม่ ต้นทุนที่สูงขึ้นนี้สุดท้ายก็จะถูกบวกเข้าไปในราคาสินค้าและบริการ กลายเป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นไปอีก

🔥 3. ความเสี่ยงของภาวะ Stagflation (ของแพงแต่เศรษฐกิจฝืด)

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่นักเศรษฐศาสตร์กังวลไม่ใช่แค่เศรษฐกิจถดถอยธรรมดา แต่คือภาวะที่เรียกว่า 'Stagflation' (Stagnation + Inflation) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของฝันร้าย 2 อย่าง:
  • เศรษฐกิจชะลอตัว: จากการค้าขายที่ลำบากขึ้น ดอกเบี้ยที่สูง และความเชื่อมั่นที่ลดลง
  • เงินเฟ้อสูง: จากราคาสินค้าที่แพงขึ้นเพราะภาษีและต้นทุนแรงงาน
หากเกิดภาวะนี้ขึ้นจริง ธนาคารกลาง (Fed) จะตกที่นั่งลำบาก เพราะถ้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้เงินเฟ้อ เศรษฐกิจก็จะยิ่งพัง แต่ถ้าลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ของก็จะยิ่งแพง เป็นทางตันที่แก้ไขยากที่สุด

🔥 4. ผลกระทบต่อหนี้สาธารณะและพันธบัตร

นโยบายลดภาษีเพื่อเอาใจฐานเสียง (Tax Cuts) ควบคู่ไปกับการใช้จ่ายภาครัฐที่อาจเพิ่มขึ้น จะนำไปสู่การขาดดุลงบประมาณมหาศาล หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จะพุ่งสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ 'Bond Yield' (ผลตอบแทนพันธบัตร) พุ่งสูงขึ้น และจะดึงดูดเงินทุนออกจากตลาดเกิดใหม่ (รวมถึงไทย) กลับไปยังสหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินบาทของเราผันผวนอย่างหนัก



🌏 ผลกระทบต่อไทยที่เลี่ยงไม่ได้

หาก 'Mother of All Recessions' เกิดขึ้นจริง ประเทศไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกจะได้รับผลกระทบเต็มๆ:
  • การส่งออกชะลอตัว: เพราะคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ และจีนต่างบอบช้ำจากสงครามการค้า
  • เงินบาทผันผวน: กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจะรุนแรงและคาดเดายาก
  • ดอกเบี้ยนโยบาย: อาจได้รับแรงกดดันจากตลาดโลกให้ต้องปรับตัวตาม

สรุปแล้ว แผนเศรษฐกิจของทรัมป์อาจมองดูดีในแง่ของการปกป้องผลประโยชน์ชาติในระยะสั้น แต่ในระยะยาว นักเศรษฐศาสตร์มองว่ามันคือสูตรสำเร็จของหายนะทางเศรษฐกิจที่โลกอาจตั้งรับไม่ทัน นักลงทุนและผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรับมือความเสี่ยงไว้แต่เนิ่นๆ ครับ
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited