กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นักเศรษฐศาสตร์ดังเตือน! นโยบายทรัมป์เสี่ยงจุดชนวน แม่แห่งวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย ระวังดอกเบี้ยกู้บ้านพุ่งแตะ 10%

  • 0 replies
  • 52 views
*

admin

  • 85,880

นักเศรษฐศาสตร์ดังเจ้าของฉายา Dr. Doom เตือน! นโยบายทรัมป์อาจก่อให้เกิด "แม่แห่งวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย" (Mother of All Recessions) เสี่ยงเจอภาวะ Stagflation ที่รุนแรงกว่ายุค 70

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังจับตามองการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐอเมริกา ล่าสุด นูเรียล รูบินี (Nouriel Roubini) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังผู้ที่เคยทำนายวิกฤตการเงินปี 2008 ได้อย่างแม่นยำจนได้รับฉายาว่า "Dr. Doom" ได้ออกมาส่งเสียงเตือนที่ทำให้นักลงทุนต้องผวากันอีกครั้ง

รูบินีระบุชัดเจนว่า หากโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจตามที่หาเสียงไว้ โดยเฉพาะเรื่องกำแพงภาษี อาจนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดที่เราเคยเจอ หรือที่เขาเรียกว่า "Mother of All Recessions"

วันนี้เราสรุปประเด็นสำคัญและวิเคราะห์เจาะลึกถึงความเสี่ยงนี้มาฝากครับ ว่าทำไมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจแบบทรัมป์ ถึงอาจกลายเป็นฝันร้ายของเศรษฐกิจโลก



1. กับดักกำแพงภาษี: จุดเริ่มต้นของสงครามการค้าและเงินเฟ้อ

หัวใจหลักของความกังวลครั้งนี้คือแผนการของทรัมป์ที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ามหาศาล (Tariffs) โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ของรูบินี สิ่งนี้เปรียบเสมือนการวางยาพิษใส่เศรษฐกิจตัวเอง

การตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้า ไม่เพียงแต่จะทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที (เพราะผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนภาษี) แต่ยังจะกระตุ้นให้เกิด "สงครามการค้า" รอบใหม่ ประเทศคู่ค้าจะตอบโต้ด้วยมาตรการเดียวกัน ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain) หยุดชะงัก ซึ่งนี่คือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว

2. ความเสี่ยง Stagflation: ฝันร้ายที่น่ากลัวกว่าปี 2008

สิ่งที่รูบินีกังวลที่สุดไม่ใช่แค่เศรษฐกิจถดถอยธรรมดา แต่คือภาวะที่เรียกว่า "Stagflation" (Stagnation + Inflation) คือภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ คนตกงาน แต่ข้าวของกลับแพงขึ้นมหาศาล

เขามองว่าสถานการณ์นี้อาจเลวร้ายยิ่งกว่าวิกฤต Oil Shock ในยุค 1970 เพราะในยุคนั้นระดับหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนยังไม่สูงเท่าปัจจุบัน แต่ในตอนนี้ โลกเราเต็มไปด้วยหนี้สิน หากเกิดดอกเบี้ยขาขึ้นเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ จะทำให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนล้มละลายเป็นโดมิโน กลายเป็นวิกฤตหนี้สิน (Debt Crisis) ผสมโรงเข้าไปด้วย

3. ดอกเบี้ยกู้บ้านอาจพุ่งแตะ 10%

ผลกระทบที่ใกล้ตัวประชาชนที่สุดคือเรื่องของอัตราดอกเบี้ย รูบินีคาดการณ์ว่านโยบายของทรัมป์จะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างรุนแรงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ผลที่ตามมาคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yields) จะพุ่งสูงขึ้น และจะดึงให้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน (Mortgage Rates) ในสหรัฐฯ อาจพุ่งทะลุเพดานไปแตะระดับเกือบ 10% ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการแช่แข็งตลาดอสังหาริมทรัพย์ทันที คนผ่อนบ้านไม่ไหว และคนซื้อใหม่ก็กู้ไม่ผ่าน นำไปสู่การล่มสลายของภาคอสังหาฯ ได้

4. ทำไมต้องเรียกว่า "Mother of All Recessions"?

คำว่า "แม่แห่งวิกฤต" ไม่ได้ถูกใช้พร่ำเพรื่อ รูบินีอธิบายว่า การรวมตัวกันของ 3 ปัจจัยมรณะ ได้แก่:
  • Supply Shocks: การขาดแคลนสินค้าจากการกีดกันทางการค้าและปัญหาแรงงานข้ามชาติ
  • High Debt: ภูเขาหนี้สินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์
  • Loose Fiscal Policy: การใช้จ่ายภาครัฐที่ขาดวินัย

เมื่อ 3 สิ่งนี้มาเจอกัน จะเกิดแรงระเบิดทางเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าวิกฤตครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา เพราะเครื่องมือทางการเงินที่เคยใช้แก้ปัญหาในอดีต (เช่น การพิมพ์เงิน หรือลดดอกเบี้ย) จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในภาวะที่เงินเฟ้อสูงค้ำคออยู่



บทสรุป: เตรียมรับมือความผันผวน

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงคำเตือนและการคาดการณ์ (Prediction) แต่ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า เมื่อ Dr. Doom ออกมาเตือน เราไม่ควรเมินเฉย การดำเนินนโยบายแบบสุดโต่งอาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น แต่ผลข้างเคียงระยะยาวอาจเจ็บปวดกว่าที่คิด

สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการไทย การติดตามทิศทางดอกเบี้ยและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในช่วงนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะหาก "พญาอินทรีจาม" ทั่วโลกอาจจะเป็นไข้หนักตามไปด้วย
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited