กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นูเรียล รูบินี เตือน! นโยบาย 'โดนัลด์ ทรัมป์' อาจก่อวิกฤต Mother of All Recessions เศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงที่สุด

  • 0 replies
  • 48 views
*

admin

  • 85,880

นูเรียล รูบินี เตือน! นโยบาย 'โดนัลด์ ทรัมป์' อาจก่อวิกฤต Mother of All Recessions เศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงที่สุด



นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเจ้าของฉายา Dr. Doom ออกโรงเตือน! นโยบายเศรษฐกิจของ 'โดนัลด์ ทรัมป์' อาจนำโลกเข้าสู่ "วิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุด" (Mother of All Recessions)

ในขณะที่การเมืองสหรัฐฯ กำลังร้อนแรงและนโยบายหาเสียงของแต่ละฝ่ายถูกจับตามอง ล่าสุด นูเรียล รูบินี (Nouriel Roubini) นักเศรษฐศาสตร์มหภาคชื่อดังผู้ที่เคยทำนายวิกฤตการเงินปี 2008 ได้อย่างแม่นยำ ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดเกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายภาษีของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หากเขาได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง

ทำไมแผนของทรัมป์ถึงน่ากลัวในมุมมองนักเศรษฐศาสตร์? บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามหลักเศรษฐศาสตร์ครับ



1. นโยบายกำแพงภาษี: ดาบสองคมที่อาจทิ่มแทงเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง

ประเด็นหลักที่รูบินีแสดงความกังวลคือแผนการขึ้นภาษีนำเข้า (Tariffs) อย่างดุเดือดของทรัมป์ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
  • การเก็บภาษีนำเข้า 10% สำหรับสินค้าทุกชนิดจากทั่วโลก
  • การเก็บภาษีสูงถึง 60% สำหรับสินค้าจากประเทศจีน

รูบินีชี้ว่า นโยบายนี้จะส่งผลให้เกิด "Supply Shock" หรือภาวะอุปทานชะงักงัน ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที ผู้ที่ต้องแบกรับภาระนี้ไม่ใช่ต่างชาติ แต่เป็นประชาชนชาวอเมริกันเอง นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงกว่าเดิม

2. ความเสี่ยงของภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ)

สิ่งที่น่ากลัวกว่าเงินเฟ้อธรรมดาคือการเกิด "Stagflation" หรือภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำ (Stagnation) แต่เงินเฟ้อกลับสูง (Inflation) รูบินีวิเคราะห์ว่าการกีดกันทางการค้าและการเนรเทศแรงงานต่างด้าว (ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของทรัมป์) จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง

นี่คือฝันร้ายของธนาคารกลาง (Fed) เพราะหากขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ เศรษฐกิจก็จะพัง แต่หากลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินเฟ้อก็จะยิ่งพุ่ง เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

3. หายนะจากหนี้สาธารณะและ "Mother of All Recessions"

รูบินีเตือนว่า หากเกิด Stagflation ขึ้นจริง ในขณะที่สหรัฐฯ มีหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนอยู่ในระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ สิ่งที่จะตามมาคือ "Stagflationary Debt Crisis" หรือวิกฤตหนี้สินท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

เขาเรียกสถานการณ์นี้ว่า "Mother of All Recessions" หรือวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยที่เป็นแม่ของวิกฤตทั้งปวง ซึ่งจะรุนแรงกว่าวิกฤตปี 2008 และวิกฤตช่วงโควิด เพราะครั้งนี้ธนาคารกลางจะไม่สามารถพิมพ์เงินออกมาอุ้มตลาดได้ง่ายๆ เนื่องจากจะไปกระตุ้นเงินเฟ้อให้แย่ลงไปอีก

4. ตลาดหุ้นอาจกำลังประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป

แม้ว่าตลาดหุ้นในปัจจุบันจะดูเหมือนตอบรับเชิงบวกต่อความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้ง โดยหวังผลจากการลดภาษีนิติบุคคลและการผ่อนคลายกฎระเบียบ (Deregulation) แต่รูบินีมองว่านักลงทุนกำลังมองโลกในแง่ดีเกินไป

ความผันผวนของตลาดพันธบัตรเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้ว โดยนักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อระยะยาวและการขาดดุลงบประมาณที่อาจบานปลาย หากนโยบายเหล่านี้ถูกนำมาใช้จริง อาจเกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงครั้งใหญ่เมื่อความเป็นจริงปรากฏ



สรุป: เตรียมรับมือความผันผวน

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการคาดการณ์จากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์สาย Bearish (มองโลกในแง่ร้าย) อย่างนูเรียล รูบินี แต่ประวัติผลงานการทำนายของเขาทำให้เราไม่อาจมองข้ามคำเตือนนี้ได้ หากนโยบายของทรัมป์ถูกนำมาใช้เต็มรูปแบบ ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่ในสหรัฐฯ แต่จะส่งแรงกระเพื่อมไปถึงเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงควรติดตามทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา: เรียบเรียงจากบทวิเคราะห์เศรษฐกิจ MSN Money
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited