Relative Vigor Index หรือ RVI ถือเป็นอินดิเคเตอร์วัดความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา ที่เทรดเดอร์ใช้งานน้อย ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมและมีคนรู้จักมากสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับอินดิเคเตอร์รุ่นพี่อย่าง Stochastic และ Relative Strength Index (RSI) ที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน แต่ถึงแม้จะเป็นอินดิเคเตอร์ที่ไม่ได้รับการนิยมมากนัก แต่ก็มีกลุ่มเทรดเดอร์บางกลุ่มที่ให้ความสนใจและใช้ RVI ในการทำกำไรอยู่
ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานของ RVI ได้ถูกสร้างขึ้นมาจาก RSI แต่ RVI จะมีความแตกต่างตรงที่สามารถบอกได้ว่าตอนไหนควรที่จะทำการซื้อหรือขาย โดยเครื่องมือนี้จะมีการคำนวณมาจากเส้นค่าเฉลี่ยสองเส้น ที่มีการตัดกัน ทำให้เทรดเดอร์สามารถตัดสินใจจุดเข้า-ออกของราคาได้ โดยไม่เหมือนกับ RSI ตรงที่ RSI จะบอกแค่ปริมาณการซื้อ-ขายมากหรือน้อยเท่านั้น
แล้ววิธีการใช้งาน RVI ใช้งานยังไงในบทความนี้เทรดไรเดอร์ก็จะพาเทรดเดอร์เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ Relative Vigor Index (RVI) ทำกำไรในตลาดแบบง่ายๆกันครับ
โดยเครื่องมือนี้สามารถใช้งานได้กับทุกคู่สกุลเงินที่เราต้องการเทรดเลยครับ ส่วน TimeFrames แอดมินจะใช้ที่ H1 ซึ่งสามารถเปิดใช้งานบนแพลตฟอร์มเทรดทั้ง MT4 และ MT5 เลยครับ แค่เข้าไปที่ Insert > Indicator > Oscillator > Relative Vigor Index
แอดมินจะตั้งค่าเป็นค่ามาตรฐาน Period 10 เมื่อเราเปิดเครื่องมือขึ้นมาแล้ว ก็จะเห็นเส้นสีแดงและสีเขียว ตรงนี้ก็จะเป็นจุดสังเกตในการหาจุดเข้าทำกำไร หากเส้นสีเขียวตัดกับเส้นสีแดงลงไปจะเป็นสัญญาณในการเปิดออเดอร์ Sell และหากเส้นสีแดงตัดกับเส้นสีเขียวขึ้นไปจะเป็นสัญญาณในการเปิดออเดอร์ Buy
ตัวอย่างกราฟ
การตัดกันของเส้นเส้นสีเขียวตัดกับเส้นสีแดงลงไป จะเป็นสัญญาณในการเปิดออเดอร์ Sell ได้ แต่หากต้องการเปิดออเดอร์ด้วยจุดที่แม่นยำ ก็สามารถรอให้กราฟแท่งเทียนเป็นแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนก่อน
ตัวอย่างกราฟ
การตัดกันของเส้นสีแดงตัดกับเส้นสีเขียวขึ้นไป จะเป็นสัญญาณในการเปิดออเดอร์ Buy ได้ แต่หากต้องการเปิดออเดอร์ด้วยจุดที่แม่นยำ ก็ให้รอจังหวะที่กราฟแท่งเทียนเป็นแนวโน้มขาขึ้นชัดเจนก่อน
เราอาจจะมองว่าเครื่องมือนี้ใช้งานง่าย เพียงแค่ดูเส้นสองเส้นตัดกันก็สามารถหาจุดเข้าออเดอร์ได้แล้ว ซึ่งเราต้องห้ามความคิดนี้ไว้ก่อน เพราะอาจจะโดน RVI หลอกในช่วงที่ตลาดเป็นช่วง Side way กราฟยังไม่เป็นเทรนด์ที่ชัดเจนได้ เมื่อ RVI มีการตัดกันของเส้นบ่อยๆทำให้เราสับสนในการเปิดออเดอร์ได้ แอดจึงขอแนะนำว่าให้รอกราฟที่กำลังเป็นเทรนชัดเจนก่อน แล้วค่อยรอจังหวะที่สัญญาณจาก RVI ตัดกันในฝั่งเดียวกับเทรนด์แล้วค่อยเปิดออเดอร์จะมีความแม่นยำกว่า
นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ RVI ในการดูสัญญาณกลับตัวของกราฟได้อีกด้วย วิธีการก็คือ เมื่ออินดิเคเตอร์กับกราฟราคามีการเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ขัดแย้งกัน ก็จะเป็นการส่งสัญญาณ Divergence จากนั้นให้เราสังเกตุการกลับตัวของกราฟเพื่อหาจุดเข้าที่เหมาะสมต่อไป
การเกิด Bearish divergenceจะเห็นได้ว่ากรณีที่เกิด Divergence ลักษณะของกราฟมีการเคลื่อนที่สูงขึ้น แต่ RVI มีลักษณะที่ต่ำลงมาเป็นจุดสังเกตุที่สำคัญที่เราสามารถบอกได้ว่ากราฟจะมีการปรับตัวลงตามสัญญาณของ RVI ได้
การเกิด Bullish divergenceส่วนกรณีที่ลักษณะของกราฟมีการเคลื่อนที่ต่ำลง แต่ RVI มีลักษณะที่สูงขึ้น แบบนี้ก็จะเป็นการเกิด Divergence เช่นกัน เป็นจุดสังเกตุที่สำคัญที่เราสามารถบอกได้ว่ากราฟจะมีการปรับตัวขึ้นตามสัญญาณของ RVI ได้
หากเราเห็นจังหวะการตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย RVI ร่วมกับสัญญาณ Divergence แล้ว ก็สามารถช่วยให้เราทำกำไรได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเทรดเดอร์มือใหม่ก็สามารถที่จะเรียนรู้วิธีการใช้ RVI ได้ง่ายๆ เพียงแค่รู้จักสังเกตและใช้งานให้เป็น ก็สามารถหาจุดทำกำไรที่สำคัญได้แล้ว หรือถ้ามีความรู้ในอินดิเคเตอร์อื่นๆ ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์กราฟได้เช่นกัน