กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันอังคาร 2 พฤษภาคม 2566 ไม่หลุดแนวรับก็ขึ้นไปปิด Gap ก่อนงามๆ🌐

  • 4 replies
  • 1,399 views
*

CASE Forex

  • 21,521
🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันอังคาร 2 พฤษภาคม 2566 ไม่หลุดแนวรับก็ขึ้นไปปิด Gap ก่อนงามๆ🌐



                                                                                       
 TypePriceSLTP
SignalBuy1.0980-1.099015-20 pip60-70 pip


    Signal Buy "เมื่อวานจังหวะกลับตัวที่รองัด มีการเหวี่ยง 1 รอบก่อนขึ้นระยะสั้นๆ สุดท้ายก็โดนตบลงมาระยะ RR ได้แต่เป้าหมายไม่ได้ ส่วนแอดหรอบวกแบบควรปิดแต่ก็โดน SL หน้าออเดอร์อยู่ดีเพราะดื้อ555 ไม่หรอกตามแผนไม่ได้ก็ไม่เอาจะได้รู้ระบบ"

    แล้วเขาก็เหวี่ยงดิ่งลงมาอีกรอบใหญ่จนถึงแนวรับกรอบไซต์เวย์อีกครั้ง ซึ่งเขาได้สร้าง gap ราคาไว้อีกด้วย เพราะงั้นวันนี้ภาระกิจคือปิด gap และใช้เทรนใหญ่ช่วยดันแล้วกัน

📌 แผนของการเทรดคือ 📌

    วันนี้ต้องบอกว่าไม่ซับซ้อนอะไรทั้งนั้น เป็นการที่เราเชื่อไหมว่าแนวรับ + เทรนขาขึ้นยังใช้งานได้อยู่ไหม? หรือจะหลุดลง ถ้ามั่นใจกรอบแนวรับกับราคาปัจจุบันก็งัดได้เลยและเป้าหมายก็คือ ปิด Gap จนไปถึง High กรอบไซต์เวย์ RR ก็ไม่ต่ำกว่า 1:3 แน่นอน ส่วนใครจะไปโฟกัส TF เล็กเพื่อหาจุดที่คมกว่านี้ก็ตามสะดวกเลย แอดมินขอปิด Gapพอ เพราะงัดมาตั้งแต่ชนแนวรับเมื่อคืนแล้ว ย้อนกลับไปได้ก็ยอมจร้า

*** ทำตามแผนพร้อมมองหาความเสี่ยงก่อนเสมอ หากเจอจุด Action ก็อย่าลืมวาง SL เด็ดขาด***



ขอให้ทุกท่านนะครับโชคดีมีกำไรทุกท่าน ครับ ขอกำไร ทั่วหน้าทุกท่านนะครับ
เชิญเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองการเทรดกันได้ตามสะดวกครับ
หากมีข้อแนะนะประการใดก็ยินดี น้อมรับทุกความคิดเห็นครับ อยากให้ทุกท่าน แบ่งปันความรู้ร่วมกันครับ


"ที่บอกว่าเทรดไม่ได้ ท่าเทรดที่เลือกเก็บสถิติถึง 1000 ครั้งหรือยัง?"

*

PoNgPk

  • 6,664
ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดิ่งลงกว่า 300 จุด โดยถูกกดดันจากการทรุดตัวของหุ้นกลุ่มพลังงาน



ณ เวลา 21.16 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 33,746.09 จุด ลบ 305.61 จุด หรือ 0.90%

หุ้นกลุ่มพลังงานทรุดตัวลงกว่า 3% ตามราคาน้ำมันที่ดิ่งลงในตลาดโลก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน

นอกจากนี้ นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับเพดานหนี้สหรัฐ หลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตือนว่า สหรัฐอาจเผชิญการผิดนัดชำระหนี้ภายในวันที่ 1 มิ.ย. หากสภาคองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ก่อนเส้นตายในวันดังกล่าว



ขณะเดียวกัน นักลงทุนขายลดความเสี่ยง ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยผลการประชุมนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้

นักลงทุนเทน้ำหนักเกือบ 100% ต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินรอบนี้ พร้อมกับยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ได้ดำเนินมานับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเฟดได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 9 ครั้งติดต่อกันรวม 4.75%

หากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในครั้งนี้ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ก็จะทำให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 10 ครั้งติดต่อกันรวม 5.00%

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 96.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 3.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00%

นอกจากนี้ FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย., ก.ค. และก.ย. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเดือนพ.ย. และปรับลดอีก 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมเดือนธ.ค.

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2550 และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกันนับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.2565

อย่างไรก็ดี เฟดส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสู่ระดับ 5.1% ในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งหลังการประชุมในเดือนมี.ค. นอกจากนี้ เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.8% ในปี 2567 และ 1.2% ในปี 2568




โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดิ่งลงกว่า 400 จุด โดยถูกกดดันจากการทรุดตัวของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร


ณ เวลา 21.37 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 33,591.13 จุด ลบ 460.57 จุด หรือ 1.35%

หุ้นกลุ่มพลังงานทรุดตัวลงเกือบ 4% ตามราคาน้ำมันที่ดิ่งลงในตลาดโลก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงกว่า 2% หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ภาคธนาคารของสหรัฐยังคงมีความเปราะบาง แม้เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เข้าซื้อกิจการของเฟิร์สท์ รีพับลิก แบงก์



นอกจากนี้ นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับเพดานหนี้สหรัฐ หลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตือนว่า สหรัฐอาจเผชิญการผิดนัดชำระหนี้ภายในวันที่ 1 มิ.ย. หากสภาคองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ก่อนเส้นตายในวันดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นักลงทุนขายลดความเสี่ยง ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยผลการประชุมนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้

นักลงทุนเทน้ำหนักเกือบ 100% ต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินรอบนี้ พร้อมกับยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ได้ดำเนินมานับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเฟดได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 9 ครั้งติดต่อกันรวม 4.75%

หากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในครั้งนี้ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ก็จะทำให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 10 ครั้งติดต่อกันรวม 5.00%

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 96.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 3.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00%

นอกจากนี้ FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย., ก.ค. และก.ย. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเดือนพ.ย. และปรับลดอีก 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมเดือนธ.ค.

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2550 และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกันนับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.2565

อย่างไรก็ดี เฟดส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสู่ระดับ 5.1% ในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งหลังการประชุมในเดือนมี.ค. นอกจากนี้ เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.8% ในปี 2567 และ 1.2% ในปี 2568



โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตธนาคารและเพดานหนี้ในสหรัฐ



ณ เวลา 22.18 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 3.445% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 3.728%

ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนจะปรับตัวสวนทางกัน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ภาคธนาคารของสหรัฐยังคงมีความเปราะบาง แม้เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เข้าซื้อกิจการของเฟิร์สท์ รีพับลิก แบงก์



นอกจากนี้ นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับเพดานหนี้สหรัฐ หลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตือนว่า สหรัฐอาจเผชิญการผิดนัดชำระหนี้ภายในวันที่ 1 มิ.ย. หากสภาคองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ก่อนเส้นตายในวันดังกล่าว

ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินรอบนี้ พร้อมกับยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ได้ดำเนินมานับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเฟดได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 9 ครั้งติดต่อกันรวม 4.75%



โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ประจำเดือนมี.ค. พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวของตลาดแรงงาน



ทั้งนี้ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลงสู่ระดับ 9.59 ล้านตำแหน่งในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2564 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.64 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 9.97 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ.

ตัวเลขการจ้างงานทรงตัวที่ระดับ 6.15 ล้านตำแหน่ง ส่วนตัวเลขการปลดออกจากงานพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.8 ล้านตำแหน่ง และตัวเลขการลาออกจากงานโดยสมัครใจลดลงสู่ระดับ 3.85 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2564

ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด




โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

 

XM Global Limited