กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันจันทร์ 1 พฤษภาคม 2566 ขึ้นไปให้สุดรอบไป🌐

  • 5 replies
  • 1,555 views
*

CASE Forex

  • 21,521
🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันจันทร์ 1 พฤษภาคม 2566 ขึ้นไปให้สุดรอบไป🌐



                                                                                       
 TypePriceSLTP
SignalBuy1.1005-1.101010-20 pip40-60 pip


    Signal Buy "จังหวะทุบรอบที่แล้วใครเก็บได้นี้สวยมากๆเลย แต่ด้วยความเป็นสิ้นเดือนก็บอกแล้วว่ามีเซอร์ไพร์แน่นอน ลงไปเก็บเป้าแล้วก็ดีดขึ้นยืนทะลุ high ขึ้นไปอีกทันที ซึ่งการดีดนี้ละก็เป็นแนวทางในการเทรดของวันนี้ต่อเนื่องเลย"

    ซึ่งสัปดาห์ - เดือนที่ผ่านมา กราฟแท่งเทียนปิด (+) ทั้งคู่ทำให้มุมมองที่จะทุบลงต้องไปรอจังหวะชัดๆอีกทีในอนาคต ปัจจุบันโฟกัสเข้าซื้อไปตามรอบก่อนอย่างปัจจุบันตอนนี้

📌 แผนของการเทรดคือ 📌

    ไม่รู้จะเข้ากันได้ทันไหม? ... แต่มองว่ากราฟได้เล่นกับ EMA 200 h1 Rejection และเขาก็ได้ย่อลงมา 50 % Fibo50 ของจังหวะขาขึ้นก่อนหน้าแล้ว... ก็อยู่ที่มุมมองเราแล้วว่าคิดว่า 50% เพียงพอเป็นราคาที่ลดมากพอที่จะทำให้ตลาดดันขึ้นไหม?

    สำหรับแอดแล้วมองว่าเพียงแค่เพราะไปดู DXY ประกอบก็เห็นว่ามัน Rejection h1 ตรงแนวต้านพอดีด้วย ก็ได้แต่เดาและ Bet กับมุมมองที่เราคาดการณ์เท่านั้น แล้วเอา RR มาจับผิดเสียได้ก็ตามแผน จบรอบแล้วหาจุดใหม่แค่นั้น...

*** ทำตามแผนพร้อมมองหาความเสี่ยงก่อนเสมอ หากเจอจุด Action ก็อย่าลืมวาง SL เด็ดขาด***



ขอให้ทุกท่านนะครับโชคดีมีกำไรทุกท่าน ครับ ขอกำไร ทั่วหน้าทุกท่านนะครับ
เชิญเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองการเทรดกันได้ตามสะดวกครับ
หากมีข้อแนะนะประการใดก็ยินดี น้อมรับทุกความคิดเห็นครับ อยากให้ทุกท่าน แบ่งปันความรู้ร่วมกันครับ


"ที่บอกว่าเทรดไม่ได้ ท่าเทรดที่เลือกเก็บสถิติถึง 1000 ครั้งหรือยัง?"

*

PoNgPk

  • 6,664
(May 1) ยุคทองของการลงทุนสิ้นสุดลงแล้ว! 'ชาร์ลี มังเกอร์' เตือนถึงความเสี่ยงในตลาดอสังหาเชิงพาณิชย์และธนาคารของสหรัฐฯ ที่เต็มไปด้วยสินเชื่อที่อันตราย: ชาร์ลี มังเกอร์ นักลงทุนรุ่นเก๋าได้ส่งเสียงเตือนตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา โดยเตือนว่าธนาคารสหรัฐฯ เต็มไปด้วย 'สินเชื่อที่อันตราย' ขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง
 
ความเห็นของนักลงทุนวัย 99 ปีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของมหาเศรษฐี วอร์เรน บัฟเฟตต์ เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในระบบการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังต่อสู้กับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพังทลายของทรัพย์สินเชิงพาณิชย์และความล้มเหลวของธนาคารหลายครั้ง

มันเกือบจะไม่เลวร้ายเหมือนในปี 2008" มังเกอร์ รองประธานของ Berkshire Hathaway กล่าวกับ Financial Times ในการให้สัมภาษณ์
 
ความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ร้องขอให้ธนาคารต่างๆ ส่งข้อเสนอการเทกโอเวอร์สำหรับ First Republic Bank ซึ่งเป็นธนาคารในแคลิฟอร์เนีย ที่กลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่อ่อนแอที่สุดในระบบธนาคารของสหรัฐฯ หุ้นของ First Republic Bank ดิ่งลง 90% เมื่อเดือนที่แล้ว และร่วงลงอีกในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ธนาคารเปิดเผยสถานะทางการเงินที่ย่ำแย่
 
Berkshire Hathaway มีประวัติการสนับสนุนธนาคารสหรัฐฯ ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ใน Goldman Sachs ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2007-2008 และเงินจำนวนใกล้เคียงกันใน Bank of America ในปี 2011 อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งได้เห็นการล่มสลายของทั้ง Silicon Valley Bank และ Signature Bank
 
มังเกอร์แนะนำว่าความยับยั้งชั่งใจของ Berkshire ส่วนหนึ่งเกิดจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์จำนวนมากของธนาคาร ซึ่งตอนนี้ไม่ได้น่าสนใจเท่าที่ควรเพราะ "เรามีอาคารสำนักงานที่มีปัญหามากมาย ศูนย์การค้าที่มีปัญหามากมาย"
 
ความคิดเห็นของมังเกอร์เน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของสหรัฐฯ และผลกระทบที่มีต่อภาคการธนาคาร โดยธนาคารต่างๆ เริ่มถอนตัวจากการให้กู้ยืมแก่นักพัฒนาเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งมังเกอร์สังเกตว่า "ธนาคารทุกแห่งในประเทศมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในวันนี้มากกว่าเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว"
 
นักลงทุนซึ่งเป็นหุ้นส่วนมานานของบัฟเฟตต์เชื่อว่ายุคทองของการลงทุนสิ้นสุดลงแล้ว และนักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่ได้รับผลตอบแทนที่ต่ำลง ซึ่งมังเกอร์ชี้ไปที่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และนักลงทุนได้วิ่งตามบริษัทที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
 
ในขณะที่ระบบการเงินของสหรัฐฯ ดำเนินไปตามช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนเหล่านี้ ความคิดเห็นของมังเกอร์เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนถึงความเสี่ยงและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรออยู่ข้างหน้าสำหรับธนาคาร นักลงทุน และตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

Source: Standard Wealth

https://thestandard.co/charlie-munger-reportedly-warns/

TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 47.1 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 46.3 ในเดือนมี.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 46.8



อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 แล้ว




โดย ปรียพรรณ มีสุข
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างดีดตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1%



เมื่อเทียบเป็นรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนมี.ค.

การใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างภาคเอกชนดีดตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ลดลง 0.7% ในเดือนก.พ. โดยการใช้จ่ายในโครงการที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนลดลง 0.2% ขณะที่การใช้จ่ายในโครงการที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนมี.ค.

ส่วนการใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างภาคสาธารณะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนก.พ. โดยการใช้จ่ายในโครงการของรัฐบาลระดับมลรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่การใช้จ่ายในโครงการของรัฐบาลกลางลดลง 0.7%



โดย ปรียพรรณ มีสุข
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างดีดตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1%

เมื่อเทียบเป็นรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนมี.ค.

การใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างภาคเอกชนดีดตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ลดลง 0.7% ในเดือนก.พ. โดยการใช้จ่ายในโครงการที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนลดลง 0.2% ขณะที่การใช้จ่ายในโครงการที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนมี.ค.

ส่วนการใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างภาคสาธารณะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนก.พ. โดยการใช้จ่ายในโครงการของรัฐบาลระดับมลรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่การใช้จ่ายในโครงการของรัฐบาลกลางลดลง 0.7%

โดย ปรียพรรณ มีสุข
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
(May 2) "เยลเลน" เตือนสหรัฐจ่อผิดนัดชำระหนี้ 1 มิ.ย.นี้ หากคองเกรสไม่เพิ่มหรือระงับเพดานหนี้: นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตือนว่า สหรัฐอาจจะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ภายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ซึ่งเร็วกว่าที่รัฐบาลและนักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้

นางเยลเลนได้ส่งจดหมายถึงนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันจันทร์ (1 พ.ค.) โดยเตือนว่า ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับรายได้จากการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลนั้น ทำให้กระทรวงการคลังสามารถประเมินได้ว่าทางกระทรวงอาจจะผิดนัดชำระหนี้ตามพันธกรณีทางกฎหมายภายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ หากสภาคองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้หรือระงับเพดานหนี้ก่อนเส้นตายในวันดังกล่าว

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า การคาดการณ์กำหนดเส้นตายของการผิดนัดชำระหนี้ในวันดังกล่าวนั้น เร็วกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ โดยโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ล่าสุดว่ารัฐบาลสหรัฐจะผิดนัดชำระหนี้ในช่วงปลายเดือนก.ค. และคาดว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีที่น้อยเกินคาดอาจจะทำให้สหรัฐผิดนัดชำระหนี้เร็วกว่านั้นอีก

การยื่นจดหมายดังกล่าวของนางเยลเลนมีขึ้นไม่ถึงสัปดาห์หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 217 ต่อ 215 ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐอยู่ที่ระดับ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี คาดว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา และประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะใช้สิทธิ์วีโต (veto) เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวหากผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้มีการพ่วงข้อเสนอให้รัฐบาลสหรัฐลดการใช้จ่ายในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ เพดานหนี้คือจำนวนเงินทั้งหมดที่รัฐบาลสหรัฐได้รับอนุญาตให้ทำการกู้ยืมเพื่อให้รัฐบาลสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการด้านประกันสังคมและด้านสุขภาพ, ดอกเบี้ยตราสารหนี้ของรัฐบาล และการใช้จ่ายอื่น ๆ

ที่ผ่านมานั้น นางเยลเลนได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งปรับเพิ่มเพดานหนี้ โดยเตือนว่า หากสภาคองเกรสไม่อนุมัติการเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลและนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับหายนะ และจะยิ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า

"การผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลให้เกิดหายนะทางด้านเศรษฐกิจและการเงิน การผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งขึ้นเป็นเวลานาน และสร้างความเสียหายต่อการลงทุนในอนาคต หากสภาคองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ ภาคธุรกิจของสหรัฐจะเผชิญกับภาวะตลาดสินเชื่อที่ถดถอยลง และรัฐบาลอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนให้กับครอบครัวของเหล่าทหารและผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพาเงินประกันสังคม ด้วยเหตุนี้ สภาคองเกรสจำเป็นต้องลงมติปรับเพิ่มเพดานหนี้หรือระงับเพดานหนี้ และควรเร่งดำเนินการโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ควรรอจนนาทีสุดท้าย" นางเยลเลนกล่าวในการประชุมกับกลุ่มผู้บริหารธุรกิจในกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา

Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
https://www.ryt9.com/s/iq29/3417929
TRADE RIDER

 

XM Global Limited