กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันจันทร์ 17 เมษายน 2566 เตรียมทุบอีกรอบ!!🌐

  • 8 replies
  • 1,827 views
*

CASE Forex

  • 21,521
🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันจันทร์ 17 เมษายน 2566 เตรียมทุบอีกรอบ!!🌐



                                                                                       
 TypePriceSLTP
SignalSell1.1005-1.1008030-50 pip80-180 pip


    Signal Sell "ยินดีกับคนที่ได้หัวสวิงมาด้วยเด้อสวยๆงามๆเลย หากได้แล้วจะแบ่งปิดก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้เกิด Risk free กับไม้นั้นๆ ในวันนี้ก็ยังคงมองลงต่อแต่ใจเย็นๆนิดนึง"

    แนวโน้มตอนนี้คือแรงลงมาแรงชัดเจนมากๆ เพราะฉะนั้นน้ำเฉียวอย่าเอาเรือไปขว้างเลยมารอทุบกันต่อเถอะ...

📌 แผนของการเทรดคือ 📌

    มุดมาเพราะอะไรลองย้อนกลับไปดูมุมมองที่ผ่านมาก่อนนะ ส่วนปัจจุบันตอนนี้กำลังคิดว่ากราฟ EURUSD น่าจะมีการลงได้อีกรอบ ตอนนี้น่าจะเข้าสู่ช่วงพักตัว แล้วไอ้การลงรอบนี้ที่จะกล่าวถึงก็มี 2 ระยะให้เฝ้าระวังว่าจะสามารถลงแล้วเจอต่อดีดขึ้นต่อ หรือยังพักลงไปต่อได้ด้วยสิ แต่จุดทุบวันนี้เราจะไปรอทุบที่แนวต้านใหม่ 1.005 +- นิดๆหน่อยแถวนี้ ก็รอ Rejection เอาแล้วกันหากมีก็วางโซนความเป็นไปได้

    เพราะเป้าหมายก็มี 2 ระยะคือ Demand zone สำคัญที่จะถึงนั้นละ กับ New Low ไปเลย ซึ่งเราก็ต้องไปสังเกตุด้วยว่าหากเราจะไป รอ Buy แท่งเทียนที่จะมุดไปอีกรอบนี้มันอำนวยกับการเข้าซื้อที่ Demand zone นี้ไหม?ถ้าไม่ไม้ทุบนี้อาจจะสามารถไปถึงเป้าหมาย 2 เลยนั้นเอง แต่ถ้าโซน DMZ มีจังหวะพักตัว + กลับตัวเราก็อาจจะต้องเก็บหมูแล้วเข้าตามเทรนใหญ่อีกรอบก็เป็นได้ ไม่รู้ยังไงละตอนนี้รอทุบอีกรอบก่อนอิอิ

*** ทำตามแผนพร้อมมองหาความเสี่ยงก่อนเสมอ หากเจอจุด Action ก็อย่าลืมวาง SL เด็ดขาด***



ขอให้ทุกท่านนะครับโชคดีมีกำไรทุกท่าน ครับ ขอกำไร ทั่วหน้าทุกท่านนะครับ
เชิญเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองการเทรดกันได้ตามสะดวกครับ
หากมีข้อแนะนะประการใดก็ยินดี น้อมรับทุกความคิดเห็นครับ อยากให้ทุกท่าน แบ่งปันความรู้ร่วมกันครับ


"ที่บอกว่าเทรดไม่ได้ ท่าเทรดที่เลือกเก็บสถิติถึง 1000 ครั้งหรือยัง?"

ราคาผิดไหมคะ

*

CASE Forex

  • 21,521
อ้างจาก: buntita075 ที่ 17, เมษายน  2023, 12:55:02 PMราคาผิดไหมคะ
ลืมเติม 1 

5555 ขอบคุณครับ  xc4*
"ที่บอกว่าเทรดไม่ได้ ท่าเทรดที่เลือกเก็บสถิติถึง 1000 ครั้งหรือยัง?"

*

CASE Forex

  • 21,521
ขึ้นมาเอาก่อนใครเลยนะ นาย  xc8*
"ที่บอกว่าเทรดไม่ได้ ท่าเทรดที่เลือกเก็บสถิติถึง 1000 ครั้งหรือยัง?"

*

PoNgPk

  • 6,664
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน


ณ เวลา 19.11 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 59 จุด หรือ 0.17% สู่ระดับ 34,096 จุด

ข้อมูลจาก Refinitiv IBES ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะรายงานตัวเลขกำไรลดลง 5.2% ในไตรมาส 1/2566 หลังจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 1.4% ในไตรมาสดังกล่าว

นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ค. หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 88.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 11.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00%

ทั้งนี้ สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ชะลอตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดัชนีดังกล่าวยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด

ส่วนรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ของเฟดระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แม้เจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความกังวลว่าวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

นอกจากนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ผู้บริโภคคาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งแตะระดับ 4.6% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนที่แล้วที่ระดับ 3.6%

นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันที่ 28 เม.ย. โดยดัชนีดังกล่าวเป็นข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญตัวสุดท้ายก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 2-3 พ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนี CPI


โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
ราคาทองฟิวเจอร์ย่อตัวลงในวันนี้ แต่ยังคงปรับตัวเหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ADVERTISEMENT

ณ เวลา 20.12 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลบ 2.10 ดอลลาร์ หรือ 0.1% สู่ระดับ 2,013.70 ดอลลาร์/ออนซ์

ราคาทองถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจะลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ขณะที่การดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ADVERTISEMENT

นอกจากนี้ นักลงทุนวิตกว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ค. หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 88.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 11.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00%

ทั้งนี้ สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ชะลอตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดัชนีดังกล่าวยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของเฟด

ส่วนรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ของเฟดระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แม้เจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความวิตกว่าวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

นอกจากนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ผู้บริโภคคาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งแตะระดับ 4.6% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนที่แล้วที่ระดับ 3.6%

นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันที่ 28 เม.ย. โดยดัชนีดังกล่าวเป็นข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญตัวสุดท้ายก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 2-3 พ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนี CPI

แท็ก
ราคาทองฟิวเจอร์
 
ธนาคารกลางสหรัฐ
 
อัตราดอกเบี้ย
 
เฟด
 
ADVERTISEMENT


USOIL ราคา โดย TradingView
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก สอดคล้องกับการดีดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ADVERTISEMENT

ณ เวลา 20.50 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.46% สู่ระดับ 102.02 ขณะที่ดอลลาร์ดีดตัว 0.61% สู่ระดับ 1.093 เทียบยูโร และแข็งค่า 0.45% สู่ระดับ 134.37 เยน

นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ค. หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 88.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 11.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00%

ADVERTISEMENT

ทั้งนี้ สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ชะลอตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดัชนีดังกล่าวยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของเฟด

ส่วนรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ของเฟดระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แม้เจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความวิตกว่าวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

นอกจากนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ผู้บริโภคคาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งแตะระดับ 4.6% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนที่แล้วที่ระดับ 3.6%

นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันที่ 28 เม.ย. โดยดัชนีดังกล่าวเป็นข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญตัวสุดท้ายก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 2-3 พ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนี CPI

แท็ก
ธนาคารกลางสหรัฐ
 
พันธบัตรรัฐบาล
 
อัตราดอกเบี้ย
 
ดัชนีดอลลาร์
 
รัฐบาลสหรัฐ
 
เฟด
 
ADVERTISEMENT

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
(Apr 17) 'คริสติน ลาการ์ด' แสดงความเชื่อมั่น สหรัฐฯ ไม่มีทางผิดนัดชำระหนี้ : เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีการเดินหน้าขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทางรายการ Face the Nation ของสถานี CBS เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เมษายนที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวแล้วเธอมี 'ความมั่นใจอย่างมาก' ว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้ประเทศผิดนัดชำระหนี้

ทั้งนี้ ลาการ์ดกล่าวอย่างชัดเจนว่าตนเองไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าสหรัฐฯ จะยอมปล่อยให้หายนะครั้งใหญ่อย่างการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้น เพราะการผิดนัดชำระหนี้ก็จะมี 'ผลกระทบในทางลบอย่างมาก' ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

ลาการ์ดย้ำว่า การที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำหลักในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกและเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ดังนั้น สหรัฐฯ ไม่สามารถปล่อยให้การผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งภายในสภาคองเกรสในการเจรจาเพื่อจัดการขยายเพดานหนี้ ซึ่งหากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ร่วมกันได้ สหรัฐฯ อาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกอย่างเร็วที่สุดในฤดูร้อนนี้หรืออย่างช้าที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง

ลาการ์ดกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยทางการเมืองที่สามารถเข้าใจได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วผลประโยชน์ของประเทศจะต้องได้รับชัยชนะ โดยอดีตกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายนี้ ยังคงมีมุมมองทางบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะระบุชัดว่าเศรษฐกิจถดถอยเล็กน้อยในปลายปีนี้

โดยลาการ์ดชี้ถึงแนวโน้มการคาดการณ์ของหลายสำนักในขณะนี้ว่าเป็นไปทิศทางบวกทั้งหมดคือ โดยรวมแล้วมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี แม้จะมีปัจจัยที่ต้องรับมืออย่างระมัดระวัง อย่างสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ความไม่แน่นอนของภาคการธนาคารในสหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ และภาวะเงินเฟ้อ เพื่อทำให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่้รัฐบาลและธนาคารกลางทั้งหลายต้องนำนโยบายที่ถูกต้องมาใช้

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทาง IMF เพิ่งจะปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2023 นี้ว่าจะลดลงจากปี 2022 ก่อนหน้า จาก 3.4% มาอยู่ที่ 2.8% และลดลงจากการประมาณการในเดือนมกราคม ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะอยู่ที่ 2.9% โดย IMF ให้เหตุผลในการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกว่าเป็นเพราะความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง และเสถียรภาพในภาคการเงินการธนาคารทำให้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงขาลงเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างคาดการณ์ว่าธนาคารต่างๆ จะมีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงิน หลังจากการล่มสลายของ Silicon Valley Bank ในเดือนมีนาคม จนหลายฝ่ายเกรงว่าจะทำให้เกิดวิกฤตสินเชื่อ

ทั้งนี้ ลาการ์ดระบุว่า ECB จะเฝ้าจับตามองและประเมินผลกระทบของกิจกรรมธนาคารในสหรัฐอเมริกาและสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงการล่มสลายของ Silicon Valley Bank และ Signature Bank ตลอดจนธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิสอย่าง Credit Suisse ที่ถูกบังคับให้ควบรวมกิจการกับ UBS ทำให้เกิดความวุ่นวายในภาคการธนาคาร อย่างใกล้ชิด

ลาการ์ดอธิบายว่า ถ้าธนาคารไม่ให้สินเชื่อมากเกินไปและจัดการกับความเสี่ยงได้ก็อาจจะช่วยลดภาระงานของ ECB ในการจัดการลดอัตราเงินเฟ้อได้ อย่างไรก็ตาม หากจำกัดการปล่อยสินเชื่อมากเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวและขยายตัวเติบโตทางเศรษฐกิจได้เช่นกัน

ส่วนในกรณีที่เกี่ยวกับจีน ลาการ์ดกล่าวว่าตนเข้าใจการแข่งขันระหว่างสองประเทศ แต่หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหันหน้าเจรจากันได้ ก่อนย้ำว่าการค้าไม่ควรเป็นการเผชิญหน้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ

ลาการ์ดกล่าวชัดเจนว่า ตนเองเห็นด้วยกับ เฮนรี คิสซิงเจอร์ หรือ เควิด รัดด์ ที่ระบุว่าความขัดแย้งไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการบีบให้โลกต้องเลือกระหว่างเศรษฐกิจสหรัฐฯ กับเศรษฐกิจจีน จะทำให้เศรษฐกิจโลกก้าวสู่ภาวะขาลงและความไม่แน่นอนมากขึ้น

Source: Standard Wealth
https://thestandard.co/christine-lagarde-usa-debt-default/
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)


ณ เวลา 21.06 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 3.566% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 3.778%

นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ค. หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 88.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 11.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00%


ทั้งนี้ สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ชะลอตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดัชนีดังกล่าวยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของเฟด

ส่วนรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ของเฟดระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แม้เจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความวิตกว่าวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

นอกจากนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ผู้บริโภคคาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งแตะระดับ 4.6% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนที่แล้วที่ระดับ 3.6%

นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันที่ 28 เม.ย. โดยดัชนีดังกล่าวเป็นข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญตัวสุดท้ายก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 2-3 พ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนี CPI



โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

 

XM Global Limited