กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันอังคาร 14 มีนาคม 2566 QM ใกล้ๆรออีกนิดเถอะ!!🌐

  • 4 replies
  • 1,761 views
*

CASE Forex

  • 21,521
🌐วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ FOREX EUR/USD วันอังคาร 14 มีนาคม 2566 QM ใกล้ๆรออีกนิดเถอะ!!🌐



                                                                                       
 TypePriceSLTP
SignalSell1.077-1.07920-40 pip140-180 pip


    Signal Sell "ก่อนหน้านี้ที่วางแผนทุบกราฟด้วย Supply zone แต่ประเด็นคือกราฟไม่มีจังหวะอ่อนตัว Rejection ให้ได้เข้าทำใครทุบก็วินัยพังแล้วล่ะ!!" สุดท้ายกราฟก็วิ่งสวนทางกับข่าว Non-farm ทุกคนต่างตกใจ แต่โลกการลงทุนมันก็แบบนี้ มาดูดีกว่าวันนี้เราโฟกัสทุบเพราะอะไร...

📌 แผนของการเทรดคือ 📌

    จากภาพกว้างที่เห็นไม่ต้องถามเลยว่าทุบทำไม? ก็เพราะเราเจอ Supply zone RBD เก่า + แพลตเทิน QM แถมหากใครตี Fibo ได้ก็จะเห็นว่าเขากลับขึ้นมาทดสอบ 50 % ของรอบสวิงลงทั้งหมด ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมุดลงไป เพราะงั้นก่อนจะยิงออเดอร์เราก็ต้องมีจุดวางความเสี่ยงชัดเจน

    สายQM ก็วางโซนกับหัวสวิง high สายรอคอนเฟริมก็อาจจะรอดูการอ่อนแรงของสวิงภาพย่อย หรือไปรอ Rejection เพื่อความชัวก็แล้วแต่กรณีไปไม่มีถูกผิด "เพราะถ้ากราฟมันจะไปยังไงก็ได้ RR ตามเป้าทุกสายอยู่แล้ว"

*** ทำตามแผนพร้อมมองหาความเสี่ยงก่อนเสมอ หากเจอจุด Action ก็อย่าลืมวาง SL เด็ดขาด***



ขอให้ทุกท่านนะครับโชคดีมีกำไรทุกท่าน ครับ ขอกำไร ทั่วหน้าทุกท่านนะครับ
เชิญเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองการเทรดกันได้ตามสะดวกครับ
หากมีข้อแนะนะประการใดก็ยินดี น้อมรับทุกความคิดเห็นครับ อยากให้ทุกท่าน แบ่งปันความรู้ร่วมกันครับ


"ที่บอกว่าเทรดไม่ได้ ท่าเทรดที่เลือกเก็บสถิติถึง 1000 ครั้งหรือยัง?"

*

PoNgPk

  • 6,664
ราคาทองฟิวเจอร์ร่วงลงใกล้หลุดระดับ 1,910 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดปรับฐาน หลังพุ่งขึ้นอย่างมากวานนี้
ณ เวลา 20.21 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลบ 5.60 ดอลลาร์ หรือ 0.29% สู่ระดับ 1,910.90 ดอลลาร์/ออนซ์
นักลงทุนขายทำกำไร หลังราคาทองพุ่งขึ้นเกือบ 50 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์วานนี้ โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการล้มละลายของซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (Silicon Valley Bank) หรือ SVB
ขณะเดียวกัน ราคาทองถูกกดดันในวันนี้จากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจะลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ขณะที่การดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.พ.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.0% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 6.2% ในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนก.พ. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.5% ในเดือนม.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 5.6% ในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.4% ในเดือนม.ค.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
ดัชนีดาวโจนส์เปิดตลาดพุ่งกว่า 300 จุด ขณะที่นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และวิกฤตการณ์จากการล่มสลายของซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (Silicon Valley Bank) หรือ SVB
ณ เวลา 20.33 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 32,139.60 จุด บวก 320.46 จุด หรือ 1.01%
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.พ.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.0% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 6.2% ในเดือนม.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนก.พ. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.5% ในเดือนม.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 5.6% ในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.4% ในเดือนม.ค.
หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้ โดยธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์ (First Republic Bank) หรือ FRB ทะยานขึ้นเกือบ 50%
ทั้งนี้ FRB ส่งจดหมายถึงลูกค้า ยืนยันว่าธนาคารยังคงมีเงินทุนที่แข็งแกร่ง และสูงกว่าระดับที่กฎหมายกำหนดไว้
"เราพร้อมที่จะดำเนินธุรกรรม และตอบคำถาม รวมทั้งรองรับความต้องการทางการเงินทั้งหมดของท่าน เช่นเดียวกับที่เราได้ดำเนินการอยู่ทุกวัน" นายจิม เฮอร์เบิร์ต ประธานกรรมการ FRB และนายไมค์ รอฟเฟลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FRB ระบุในจดหมายดังกล่าว
FRB เน้นให้บริการลูกค้าในระดับสูงและภาคธุรกิจ ขณะที่มีเงินฝากจากลูกค้ารายย่อยต่ำกว่าระดับเฉลี่ยเมื่อเทียบสัดส่วนสินทรัพย์ทั้งหมด
นอกจากนี้ FRB เปิดเผยว่า ธนาคารมีเงินฝากทั้งหมดจำนวน 1.76 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2565
หุ้น FRB ดิ่งลงกว่า 70% วานนี้ โดยถูกกดดันจากการที่รัฐบาลสหรัฐสั่งปิดกิจการของซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (Silicon Valley Bank) หรือ SVB และซิกเนเจอร์ แบงก์ (Signature Bank) หรือ SB ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าการล่มสลายของ SVB และ SB จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบธนาคาร และลุกลามไปยังธนาคารประจำภูมิภาคของสหรัฐ เช่น FRB แม้ว่า FRB มีการดำเนินนโยบายแตกต่างจาก SVB ซึ่งเป็นธนาคารที่เน้นการปล่อยกู้ให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ SB เป็นธนาคารที่ปล่อยกู้ให้กับอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี
กระทรวงการคลังสหรัฐยืนยันว่า ประชาชนที่ฝากเงินไว้กับ SVB และ SB จะสามารถเข้าถึงเงินฝากได้เต็มจำนวนตั้งแต่วันนี้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศจัดตั้งโครงการ "Bank Term Funding Program" เพื่อปกป้องสถาบันการเงินอื่นๆ ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการล้มละลายของ SVB และ SB
รายงานระบุว่า FRB สามารถเข้าถึงสภาพคล่องได้กว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากเฟดประกาศโครงการ Bank Term Funding Program ซึ่งเป็นโครงการที่เฟดเสนอเงินกู้อายุ 1 ปีให้กับธนาคารพาณิชย์ สถาบันรับฝากเงิน เครดิตยูเนี่ยน และสถาบันการเงินอื่นๆ โดยสถาบันการเงินที่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินกู้จากโครงการดังกล่าว จะต้องยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS)
นายเอ็ดเวิร์ด ยาร์เดนี ประธานบริษัทวิจัยยาร์เดนี ระบุว่า การล่มสลายของ SVB จะส่งผลให้เฟดยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้
อ้างถึง"วิกฤตการณ์ของ SVB จะทำให้เฟดยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น และจะทำให้บอนด์ยีลด์แตะจุดสูงสุด ซึ่งหากเฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ย และเงินเฟ้อดีดกลับขึ้นมา เฟดก็สามารถกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้"
"แม้ว่าวิกฤต SVB ไม่ได้ทำให้เราเปลี่ยนแปลงคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางของตลาดหุ้นในขณะนี้ แต่สิ่งนี้ก็ได้เพิ่มความไม่แน่นอนในตลาด จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหา และลดความตื่นตระหนกต่อระบบการเงินสหรัฐ" นายยาร์เดนีระบุในรายงาน

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
(Mar 14) เมื่อธนาคารล้ม เฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว หรือจะขึ้นต่อไป ? คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดวิกฤต Bank run ตลาดมองว่าวิกฤตนี้จะทำให้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% และบางส่วนมองว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว ต่างจากไม่กี่วันก่อนหน้านี้ที่มีสัญญาณว่าอาจจะขึ้นถึง 0.50%

คำกล่าวของ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve System) ที่กล่าวรายงานนโยบายการเงินต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 6-7 มีนาคม 2566 ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นและมากขึ้น ทำให้ตลาดและนักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งคาดว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) วันที่ 21-22 มีนาคมนี้ เฟดจะเพิ่มระดับความเร็วของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 0.50% ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคาดว่าจะขึ้น 0.25% เท่าครั้งก่อนหน้านี้

ผ่านมาไม่กี่วัน เมื่อเกิดวิกฤต Bank run ขึ้นกับธนาคาร Silicon Valley Bank และ Signature Bank ขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ วันที่ 10-12 มีนาคม 2566 ที่ปั่นป่วนภาคตลาดเงินและตลาดทุน ทำให้มุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดแกว่ง ปรับทิศมุมมองของสถาบันต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

ตอนนี้มุมมองการคาดการณ์โดยมากในตลาดมองว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% และมีมุมมองอีกส่วนหนึ่งที่มองว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวในการประชุมครั้งที่จะถึงนี้ แล้วค่อยเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปในการประชุมครั้งถัดไป

CNBC รายงานว่า Goldman Sachs ธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่ของโลกเป็นแนวหน้าของฝั่งที่คาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้ว่าทางการสหรัฐได้เคลื่อนไหวเข้าควบคุมและจำกัดวงผลกระทบจากวิกฤตของ SVB และ Signature Bank แล้ว และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมากล่าวเรียกความเชื่อมั่นว่า "ชาวอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าระบบธนาคารปลอดภัย" แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs กล่าวว่า เฟดจะเว้นการขึ้นดอกเบี้ยแค่ในการประชุมเดือนมีนาคมครั้งเดียว แล้วยังคงจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปในเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม

"เราคิดว่าเจ้าหน้าที่ของเฟดน่าจะให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเงินเป็นอันดับแรก โดยมองว่ามันเป็นปัญหาระยะเร่งด่วน และอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นปัญหาระยะกลาง" Goldman Sachs บอกกับลูกค้า

ด้านควินซีน ครอสบี (Quincy Krosby) หัวหน้านักยุทธศาสตร์ระดับโลกของ LPL Financial ตั้งคำถามชวนวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงพอหรือยังที่จะทำให้เฟดกลับทิศ?

"ตลาดโดยรวมไม่คิดอย่างนั้น" เธอบอกว่ามีแนวโน้มน้อยที่เฟดจะหารือแนวทางที่จะระงับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Bank of America และ Citigroup ก็เป็นสองธนาคารใหญ่ที่อยู่ในฝั่งที่มองว่าเฟดจะยังขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แล้วจะตามมาด้วยการขึ้นอีกสองสามครั้ง

แอนดรูว โฮลเลนโฮสต์ (Andrew Hollenhorst) นักเศรษฐศาสตร์ของ Citigroup กล่าวว่า ถ้ามีการหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว (ซึ่งเป็นคำที่เจ้าหน้าที่เฟดไม่ชอบ) ในตอนนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณผิด ๆ ไปยังตลาด

เขากล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่เฟดไม่น่าจะเปลี่ยนทิศทางนโยบายด้วยการหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวในการประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่งการทำเช่นนั้นจะเป็นการทำให้ตลาดและสาธารณชนคิดว่า การแก้ปัญหาเงินเฟ้อของเฟดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อยังไม่ถึงจุดที่เกิดความไม่แน่นอนในตลาดเงินหรือภาคเศรษฐกิจเท่านั้น กล่าวคือจะเป็นการทำให้คนคิดว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เกิดความไม่แน่นอนขึ้น เฟดก็จะเลิกแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้สาธารณชนไม่เชื่อในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อของสหรัฐในครั้งต่อ ๆ ไป

ทั้งนี้ Citigroup มองว่าเฟดจะยังคงเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไปจนถึงช่วงเป้าหมายที่ 5.5-5.75% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 4.5%-4.75%

Bank of America มองว่ายังต้องเฝ้าระวังสัญญาณต่าง ๆ ที่บ่งชี้ว่าวิกฤตธนาคารที่เกิดขึ้นในตอนนี้กำลังจะแพร่กระจายหรือไม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนแปลงคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ไมเคิล เกเพน (Michael Gapen) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Bank of America บอกกับลูกค้าว่า ถ้าเฟดประสบความสำเร็จในการแก้ไขความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นล่าสุด และล้อมรั้วกิจกรรมทางการเงินของธนาคารได้ เฟดก็จะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อไป จนกว่านโยบายการเงินจะมีเข้มงวดเพียงพอ

"มุมมองของเราต่อนโยบายการเงินนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลเสมอ และในตอนนี้ยังขึ้นอยู่กับความตึงเครียดในตลาดเงินด้วย" หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Bank of America กล่าว

เช่นกันกับที่ธนาคารกลางสหรัฐเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลในการกำหนดทิศนโยบาย

ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐจะได้รับข้อมูลขั้นสุดท้ายที่จะใช้ประกอบการพิจารณาในสัปดาห์นี้ ทั้งตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเผยแพร่ในวันที่ 14 มีนาคม และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะเผยแพร่ในวันที่ 15 มีนาคมนี้

Source: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
https://www.prachachat.net/world-news/news-1231147
TRADE RIDER

*

PoNgPk

  • 6,664
คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สัปดาห์หน้า หลังเงินเฟ้อชะลอตัว แต่ยังสูงกว่าเป้า

นักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 80% ต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ แม้สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากเดือนม.ค. แต่ตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%




นอกจากนี้ นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้เพียง 0.25% แทนที่จะปรับขึ้น 0.50% ตามที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเฟดมีความกังวลว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่รุนแรงจะส่งผลกระทบต่อภาคธนาคาร ซึ่งกำลังเผชิญภาวะวิกฤตสภาพคล่องในขณะนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมวันที่ 21-22 มี.ค. และให้น้ำหนัก 16.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.50-4.75%

นอกจากนี้ นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนพ.ค. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในเดือนมิ.ย. และปรับลดอีก 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในเดือนก.ย.




ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.พ.ในวันนี้

ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.0% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 6.2% ในเดือนม.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนก.พ. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.5% ในเดือนม.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.5% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 5.6% ในเดือนม.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.4% ในเดือนม.ค.




โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ
TRADE RIDER

 

XM Global Limited