สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวอีก 2 ลูกไปตกนอกชายฝั่งตะวันออกเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (20 ก.พ.) ขณะที่น้องสาวผู้นำโสมแดงออกมาขู่ว่าเปียงยางอาจเปลี่ยนมหาสมุทรแปซิฟิกให้กลายเป็น "สนามซ้อมยิงขีปนาวุธ" (firing range)
.
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือมีขึ้นเพียง 2 วันหลังจากที่ผู้นำ คิม จองอึน สั่งยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ICBM) "ฮวาซอง-15" ไปตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะนอกชายฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น จนทำให้สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ต้องตอบโต้ทันควันด้วยการเปิดซ้อมรบทางอากาศร่วมในวันอาทิตย์ (19)
.
สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือยืนยันว่า กองทัพได้ยิงขีปนาวุธ 2 ลูกออกจากแท่นยิงจรวดหลายลำกล้อง โดยกำหนดเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไป 395 กิโลเมตร และ 337 กิโลเมตร ตามลำดับ
.
KCNA ยังระบุด้วยว่า "แท่นยิงขีปนาวุธหลายลำกล้องขนาด 600 มม. ที่ถูกนำมาใช้ในการฝึกซ้อมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี (tactical nuclear weapon)" ที่สามารถทำให้ฐานทัพอากาศของศัตรู "กลายเป็นอัมพาตได้"
.
กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นแถลงว่า ขีปนาวุธทั้ง 2 ลูกซึ่งถูกยิงเมื่อเวลาประมาณ 22.00 GMT (5.00 น. ตามเวลาไทย) เดินทางขึ้นไปถึงระดับความสูง 100 และ 50 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก และเดินทางไปได้ไกลราว 350-400 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงสู่ทะเลนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่น
.
ล่าสุด ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอากาศยานหรือยานพาหนะใดๆ ในพื้นที่ขณะที่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นเตรียมรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างใกล้ชิดร่วมกับทางสหรัฐอเมริกา
.
"พฤติกรรมของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงการยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องถือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพของญี่ปุ่น รวมถึงภูมิภาค และประชาคมโลกทั้งมวล" กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นแถลง พร้อมยืนยันว่า "รัฐบาลได้ยื่นประท้วงและประณามเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง"
.
ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง คิม โยจอง น้องสาวของผู้นำ คิม จองอึน ได้ออกมาเตือนถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายจากการส่งทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เข้ามาประจำการบนคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มขึ้น หลังจากที่สหรัฐฯ เปิดซ้อมรบร่วมทางอากาศกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในวันอาทิตย์ (19)
.
"เรากำลังประเมินอย่างรอบคอบว่ามันจะส่งผลอย่างไรบ้างต่อความมั่นคงของเกาหลีเหนือ และเราจะใช้มหาสมุทรแปซิฟิกเป็นสนามซ้อมยิงขีปนาวุธบ่อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของกองกำลังสหรัฐฯ" เธอกล่าว
.
คิม โยจอง ยังปฏิเสธความเห็นของผู้เชี่ยวชาญบางคนที่ประเมินว่า กองทัพโสมแดงต้องใช้เวลานานกว่า "9 ชั่วโมง" กว่าจะสามารถยิงขีปนาวุธ "ทันที" ตามคำสั่งของผู้นำคิม พร้อมชี้ว่าเกาหลีใต้ยังไม่ทันนำเครื่องบินสอดแนมขึ้นด้วยซ้ำตอนที่ขีปนาวุธโสมแดงพุ่งออกจากฐานยิง
.
"เรามีเทคโนโลยีที่และศักยภาพอันเป็นที่น่าพอใจ และหลังจากนี้จะมุ่งเน้นเพิ่มจำนวนอาวุธเหล่านี้ให้มากขึ้นไปอีก" น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือระบุ
.
สำหรับการยิงขีปนาวุธเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (20) ถือเป็นการทดสอบอาวุธครั้งใหญ่รอบที่ 3 ของเกาหลีเหนือในปีนี้ และมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลเปียงยางขู่จะตอบโต้ปฏิบัติการซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ "อย่างเด็ดขาดรุนแรงชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน"
.
พัค วอนกอน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยอีฮวาในกรุงโซล ระบุว่า การยิงขีปนาวุธในวันนี้ (20) ถือเป็นการยืนยันถ้อยแถลงกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือที่ขู่จะตอบโต้การซ้อมรบของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้อย่างเด็ดขาดรุนแรงกว่าที่เคย
.
"ดูเหมือนเกาหลีเหนือตั้งใจกระพือความตึงเครียดเพื่อเสริมศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของตัวเอง โดยยกเรื่องการซ้อมรบมาเป็นข้ออ้าง และถ้อยแถลงของ คิม โยจอง ก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าจะมีพฤติกรรมยั่วยุเกิดขึ้นอีกแน่นอน" พัค กล่าว
.
นักวิเคราะห์เตือนว่าสถานการณ์ในภูมิภาคจะยิ่งทวีความร้อนระอุขึ้นอีก เนื่องจากเกาหลีใต้และสหรัฐฯ มีแผนที่จะขยายปฏิบัติการซ้อมรบร่วมตลอดช่วงหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งรวมถึงการซ้อมยิงกระสุนจริงด้วย
.
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันพุธที่แล้ว (15) ว่า วอชิงตันและโซลเตรียมฝึกจำลองการซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้รหัส Deterence Strategy Committee Tabletop Exercise
------------------------------
แหล่งข่าว
https://www.ndtv.com/world-news/using-pacific-as-firing-range-depends-on-kim-jong-uns-warning-to-us-3796853