Toggle navigation
หน้าแรก
โบรกเกอร์ เทรดทองคำ
Indicator เทรดทองคำ
ราคาทองคำไทยวันนี้
Rebate Gold
กองทุนทองคำ SPDR
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
กองทุน SPDR Gold Shares
ประจำวันที่
เวลา
ครั้งที่
ก่อนหน้า
ถือล่าสุด
เปลี่ยนแปลง
-
-
-
-
-
รวมวันนี้
-
เดือนนี้
-
:
ปีนี้
:
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share
คลิกดูสถิติ SPDR ย้อนหลัง >>
ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
ประจำวันที่
ครั้งที่
เวลา
น.
ชนิดทองคำ
รับซื้อ
ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5%
-
-
ทองรูปพรรณ 96.5%
-
-
รวมวันนี้
-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด
-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ
คลิกดูราคาทองย้อนหลัง >>
Track all markets on TradingView
กลุ่มนักเทรดทองคำ นักลงทุนทองคำ อันดับ 1 ในไทย
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด ทองคำ
บทเรียนการเทรดทองคำ
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex Currency Correlation "ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Forex และหุ้น"
พิมพ์
หน้า:
[1]
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex Currency Correlation "ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Forex และหุ้น"
0 replies
1,457 views
admin
85,939
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex Currency Correlation "ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Forex และหุ้น"
«
เมื่อ:
31, สิงหาคม 2022, 04:13:25 PM »
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex
Currency Correlation
"ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Forex และหุ้น"
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่แกะกล่องหรือมีความเข้าใจในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการเทรดอยู่แล้ว มันก็ยังถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเปิดใจรับอย่างเต็มที่เมื่อต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกในการเทรดของตนเอง
บ่อยครั้งที่ตลาดการเงินสามารถทำให้ผู้ที่พึ่งก้าวเข้ามารู้สึกถึงหลายสิ่งที่ประดังประเดกันเข้ามา ดังนั้นการศึกษาถึงความแตกต่างของเครื่องมือทางการเงินเหล่านั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยในบทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงข้อเปรียบเทียบระหว่าง Forex และหุ้น ซึ่งต่างก็เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
อะไรคือข้อแตกต่างระหว่าง Forex และหุ้น
ถึงแม้จะมีความแตกต่างมากมายระหว่างการเทรด Forex และหุ้น ทั้งจากข้อดีและข้อเสียที่มีอยู่ในแต่ละประเภท แต่ก็มีบางปัจจัยที่คุณควรจะพิจารณาดังต่อไปนี้
เมื่อคุณเทรด Forex มันจะเป็นการโฟกัสไปที่สกุลเงินคู่หนึ่ง ซึ่งมันอาจจะเป็น EUR/USD, USD/JPY, USD/CAD หรือ AUD/USD ที่ต่างเป็นคู่เงินที่ได้รับความนิยม หรือคุณอาจจะสนใจเทรดสกุลเงินฟรังก์สวิส, เงินหยวนจีน หรือดอลลาร์ฮ่องกงเมื่อเทียบกับ USD หรือสกุลเงินอื่น ๆ ก็ได้
โดยทั่วไปแล้วมันจะเป็นการซื้อหรือขายสกุลเงินตัวแรกตามที่มีการจับคู่กัน เทรดเดอร์ที่ซื้อเงินยูโรในตลาด EUR/USD นั้นมีความเชื่อว่า เงินยูโรจะทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อเทียบดอลลาร์ ส่วนผู้ที่ทำการขายในตลาดนี้ก็มีความเชื่อในทิศทางตรงกันข้าม
ในกรณีของตลาดหุ้น เทรดเดอร์สามารถเลือกซื้อหุ้นในบริษัทใดก็ตามที่พวกเขาเชื่อว่าราคาของมันมีโอกาสจะขยับตัวขึ้น และยังมีเครื่องมือเสริมที่รู้จักกันในนาม "อนุพันธ์" (Derivatives) ซึ่งประกอบไปด้วย การประกันค่าเงิน (Options) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures)
สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้เพิ่มขึ้นและมักจะเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ผู้ที่มีประสบการณ์ หรือนักลงทุนระดับสถาบันที่ตระหนักดีถึงความเสี่ยงเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง และรู้ถึงวิธีจัดการความเสี่ยงเหล่านั้น
ถ้าคิดตามหลักการทั่วไปแล้ว คุณต้องซื้อหุ้นก่อนที่จะขายมันออกไป แต่ด้วยรูปแบบเฉพาะของอนุพันธ์บางประเภท เทรดเดอร์ที่คาดการณ์ไว้ว่าหุ้นของบริษัทกำลังจะอยู่ในช่วงขาลง ก็สามารถเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้ในทันทีผ่านสถานะ Shorting โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของหุ้นดังกล่าวมาก่อน
ในขณะเดียวกัน ด้วยสภาพคล่องที่มีอยู่ในระดับสูงบวกกับความผันผวนและโอกาสในการซื้อขายตลอด 24 ชม.ต่อวัน จึงทำให้ตลาด Forex เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เข้ามาซื้อหรือขายคู่เงินที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงระบบอนุพันธ์
จากสถิติในเดือนเม.ย.ปี 2016 ตลาด Forex มีปริมาณการซื้อขายต่อวันสูงถึง $5.1 ล้านล้าน ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯมีตัวเลขอยู่เพียง $2.57 แสนล้านต่อวัน ซึ่งนอกเหนือจากสเกลที่มีขนาดมหึมา สภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คอยดึงดูดผู้คนเข้ามาในตลาดสกุลเงินอย่างสม่ำเสมอ
โดยปกติแล้วเมื่อสภาพคล่องคงตัวอยู่ในระดับสูง คุณก็จะได้สัมผัสกับสถานะของตลาดและค่า spread ที่ตึงตัว อันหมายถึงความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและขายในระดับต่ำ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเทรดเดอร์ทุกคนยกเว้นพวกที่อยู่ในสายระยะสั้น
สภาพคล่องของตลาด Forex สามารถผันผวนได้ตลอดทั้งวัน จากความแตกต่างระหว่างเซสชั่นปิดและเปิดของตลาดทั่วโลก และมันยังมีความผันแปรเป็นอย่างยิ่งตามสถานะของสกุลเงินแต่ละคู่
หากเปรียบกับสภาพคล่องของตลาดหุ้นที่มักจะมีความเข้มแข็งเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นเป็นส่วนใหญ่ แต่มันก็ไม่ต่างจาก Forex ที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป หุ้นบางตัวจะมีกิจกรรมการซื้อขายมากกว่าตัวอื่น ๆ โดยกลุ่มหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงสุดมักจะถูกชี้บ่งได้ด้วยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ซึ่งสามารถอยู่ในหน่วยหลักล้านหรือร้อยล้านหุ้น
ในทางตรงกันข้าม หุ้นบางตัวก็อาจมีกิจกรรมการซื้อขายที่น้อยกว่าเป็นอันมาก และหากคุณต้องการจะปิดสถานะในหุ้นตัวที่ขาดสภาพคล่อง มันก็อาจกลายเป็นเรื่องยากสำหรับการเทรดที่ได้ผลลัพธ์คุ้มค่าภายในระยะเวลาปกติ
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เทรดเดอร์ที่ยังไม่เคยผ่านประสบการณ์อันน่าเย้ายวนของตลาด Forex ก็อาจจะรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ค้นพบความง่ายดายของการเข้าและออกตลาดในการเทรดคู่สกุลเงิน ระหว่างช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องอยู่อย่างล้นหลาม
ตลาด Forex ที่ไม่เคยหลับใหล
หากคุณลงมือเทรดหุ้นก็จะต้องจัดการธุรกิจของตนเองภายในช่วงเวลาทำการปกติของตลาดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในนั้น ตัวอย่างเช่น ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะมีเซสชั่นการซื้อขายหลัก ๆ อยู่ระหว่าง 9:30am และ 4pm ET
อย่างไรก็ตามเทรดเดอร์ยังสามารถซื้อขายหุ้นได้ในช่วงเวลาที่นอกเหนือจากนั้นผ่านทางตลาดอนุพันธ์ที่เกี่ยวข้อง
ในขณะที่ข้อดีหลักประการหนึ่งของการเทรดในตลาด Forex คือช่วงเวลาที่เปิดรับตลอดทั้งวัน โดยตลาดดังกล่าวจะมีช่วงเวลาเปิดตามรอบปกติเหมือนห้างร้านทั่วไปตั้งแต่ 6 โมงเช้าวันจันทร์หรือ 9 โมงเช้าวันจันทร์ตามเวลาซิดนีย์ และตี 4 ก่อนเช้ามืดวันเสาร์หรือ 5 โมงเย็นวันศุกร์ตามเวลานิวยอร์ก
นอกเหนือจากข้อดีของเวลาเทรดที่มีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ มันยังเป็นไอเดียที่ดีในการจัดการกับสถานะทั้งหมดของคุณด้วยการติดตั้งคำสั่ง Take Profit และ Stop Loss ในแต่ละออเดอร์ โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้อยู่ที่หน้าจอเพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่จำเป็นในการเทรดของคุณ
การใช้งาน Leverage
Leverage เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณเพิ่มอำนาจซื้อในตลาดได้แบบเท่าทวีคูณ และเมื่อคุณรับรู้ถึงปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง มันก็จะเป็นองค์ประกอบที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับการเทรด Forex อย่างไรก็ตามเทรดเดอร์ควรพึงระลึกอยู่เสมอว่าการเพิ่ม Leverage คือการเพิ่มความเสี่ยง
โดยปกติแล้ว Leverage จะอยู่ในรูปของอัตราส่วน ตัวอย่างเช่น บัญชีของคุณมีอัตรา Leverage ที่ 50:1 ก็หมายความว่า คุณสามารถเทรดที่สถานะ $50,000 ได้ด้วยเงินทุนเพียง $1,000 และเพื่อการรักษาสถานะระหว่างการเทรดด้วย Leverage ก็จะต้องมีเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่า Margin วางค้ำไว้ในบัญชีของคุณ
Leverage ยังมีบทบาทในการเทรด Options และ Futures ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในตลาด Forex และตลาดอื่น ๆ ที่มีการอำนวยความสะดวกทางการซื้อขายอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามมันเป็นสิ่งจำเป็นที่เทรดเดอร์จะต้องรักษาระดับ Margin ที่ต้องการสำหรับทุกสถานะที่เปิดอยู่ เพื่อป้องกันการชำระบัญชี (Liquidation) อย่างไม่คาดคิด
สุดท้ายไม่ว่าคุณจะเลือกลงทุนอยู่ในตลาดใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือการพึงระลึกถึงขนาดของสถานะของคุณ และเข้าใจถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บันทึกการเข้า
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"
พิมพ์
หน้า:
[1]
ติดตามตลาดทั้งหมดได้บน TradingView
ในการใช้งานเว็บไซต์ traderider.com ท่านได้ยอมรับ
ข้อตกลงเกี่ยวกับคุกกี้
ตกลง