ความสำคัญ Volumes กับ Support/Resistance
แนวรับ-แนวต้านเป็นพื้นฐานสำคัญของ Technical analysis เป็นพื้นที่ๆ เทรดเดอร์ต่างให้ความสนใจเลยเป็นพื้นที่ๆ มี liquidity เยอะ ไม่ว่าจะมาจากการเข้าเทรดหรือการออกจากการเทรดโดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่ติดลบ กลยุทธ์การเทรด เช่น Breakout, Pullback หรือ Stop hunt ล้วนเกิดที่พื้นที่พวกนี้เป็นหลัก การกำหนดคุณภาพของแนวรับ-แนวต้านจึงสำคัญมาก เพราะว่าจะช่วยในการกำหนดความเป็นไปได้ว่าจะเทรดแบบไหน วิธีการหนึ่งที่ใช้ในการกำหนดคุณภาพคือการใช้ Volumes ที่เป็นอินดิเคเตอร์พื้นฐานมาใช้ประกอบ
แม้ว่าการใช้ Volumes อาจไม่ได้รับความนิยมสำหรับเทรดฟอเรก เช่นเดียวกับการเทรด Futures เพราะว่าเรื่องของข้อมูลราคาที่ใช้ในเทรดหรือ Data feeding ที่ต่างกัน เพราะว่า Futures เป็นการเทรดจากข้อมูลที่มาจาก Centralized Trading Server ทุกเทรดเดอร์เห็นข้อมูลเดียวกันหมด ต่างจากการเทรดฟอเรกที่เห็นการเทรดจาก Distributed Trading Sever ข้อมูลที่ได้มาจะต่างกันออกไปตามโบรกเกอร์ แต่แม้ว่าข้อมูล Volumes จะต่างกันออกไปบ้าง แต่หลักการทำงานไม่ต่างกันคือ Volumes บอกถึง trading transactions ที่เกิดขึ้น แม้ว่าอาจจะต่างกันออกไป แต่การแสดงผล Volumes ภาพรวมคร่าวๆ ไม่ได้ต่างกันเพราะราคาเคลื่อนทางเดียวกันเป็นหลักอยู่แล้วเมื่อเราดูที่ชาร์ต เราเลยสามารถใช้คุณลักษณะที่เด่นของ Volumes เข้ามาประกอบเส้นแนวรับ-แนวต้านเพื่อกรองคุณภาพได้ว่าเป็นอย่างไร
ดังนั้นหลักการเบื้องต้นในการใช้ Volumes คือเมื่อราคาขึ้นหรือลงเพราะมีการเทรดและจำนวนออเดอร์เกินกัน จำนวน Volumes ต้องมากขึ้นเมื่อราคาขยับขึ้นหรือลงทำตามเทรน และลดลงเมื่อราคาขยับลงบางส่วน หรือตอน Corrective move ก่อนที่จะลงรายละเอียดว่าจะใช้ Volumes กับเส้นแนวรับ-แนวต้านอย่างไร ดูภาพประกอบชาร์ตด้านบนที่ใช้อินดิเคเตอร์ Volumes ประกอบ ทางซ้ายเป็นชาร์ต H1 และทางขวาเป็นชาร์ต D1 ด้วยการแสดงผลด้านล่างทั้ง 2 ชาร์ตคือส่วนของ Volumes ก็จะแสดงแท่ง Histogram สำหรับแต่ละแท่งเทียน ตรงข้อความที่บอก Volumes xxx ด้านบนทางซ้ายมือคือ Volumes ล่าสุดของแท่งเทียนล่าสุด ณ ตอนนั้นๆ และเมื่อท่านขยับเม้าส์ไปทับแต่ละแท่ง Histogram ก็จะแสดง Volumes ของแต่ละแท่งเทียน ว่ามียอด Volumes เท่าไรเช่น อย่างภาพประกอบของแท่งเทียน 2021.11.24 16.00 มียอด Volumes 9248 เป็นต้น สิ่งที่ต้องการให้เห็นตรงนี้มีการเทียบระหว่างชาร์ต H1 และ D1 จะเห็นว่าการแสดงผล Histogram ของ Volumes เมื่อดูที่ชาร์ต H1 จะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมาก เมื่อเทียบกับการแสดงผลใน D1 ดังนั้นการใช้ Volumes สำหรับการอ่านข้อมูลจะใช้กับใช้ H1,M30 เป็นหลัก จะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน อีกอย่างเมื่อเทียบกับการพัฒนาราคา การอ่าน Volumes ต้องอ่านต่อเนื่องเพื่อเปรียบเทียบดูการเปลี่ยนแปลงว่าเกิดขึ้นอย่างไร ไม่ควรอ่านแท่งต่อแท่ง
ภาพประกอบนี้อธิบายราคากับ Volumes ว่าสัมพันธ์กันอย่างไร เริ่มที่ทางซ้ายมือ 1 2 3 ที่ราคาทำเทรนลง อย่างชัดเจนเมื่อมองจาก Market structure ที่เลข 1 ราคาลงอย่างแรก ดูว่า Volumes ยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร จะเห็นว่า Volumes เพิ่มขึ้น ตามที่อธิบายก่อนนี้เมื่อเกิดการเกินกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Demand เกิน Supply หรือ Supply เกิน Demand ในกรณีนี้เป็น Supply เกิน Demand ข้อมูล Volumes ต้องสะท้อนหรือยืนยันให้เห็นด้วย มาดูที่เลข 2 ต่อ จะเห็นว่าราคาวิ่งสวนเทรนที่เกิดเลข 1 จะเห็นว่า Volumes ลดลงอย่างชัดเจน พอมาที่เลข 3 ราคาลงต่อ และ Volumes ก็เพิ่มขึ้นอีกรอบ ในทางตรงกันข้าม ราคาทำเทรนขึ้น ดูที่ I, II และ III จะเห็นว่าราคาและ Volumes สัมพันธ์แบบเดียวกัน แต่แค่คนละทางเท่านั้นเอง เมื่อเข้าใจตอนราคาทำเทรนลง ก็ทำความเข้าใจตอนราคาทำเทรนขึ้น แค่ประยุกต์ตรรกะตรงกันข้ามเท่านั้นเอง
ใช้ Volumes กับแนวรับ-แนวต้านอย่างไรจากที่อธิบายมาจะเห็นว่าความสัมพันธ์ Volumes กับราคาสัมพันธ์กันอย่างไร และอ่าน Volumes อย่างไร เราสามารถใช้ Volumes ได้ทุกช่วงการเคลื่อน หรือกลยุทธ์การเทรด และที่นิยมกันมากคือการเทรดแนวรับ-แนวต้าน หลักการไม่ยากคือ ถ้าราคาไปถึงแนวรับ-แนวต้าน ถ้าเป็นแนวรับ-แนวต้านที่แข็ง ท่านควรจะเห็นว่า Volumes ลดลงเรื่อยๆ และเมื่อราคาเริ่มเด้งออก ท่านควรจะเห็น Volumes เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ถ้าท่านเห็นราคาวิ่งเข้าหาแนวรับ-แนวต้านของท่าน มียอด Volumes เพิ่มขึ้น พอราคาเบรคได้ ท่านเห็น Volumes เพิ่มขึ้นอีก นั่นคือบอกว่าแนวรับ-แนวต้านที่ท่านกำลังดูอ่อน ราคาจะเบรคแนวรับ-แนวต้านนั้นๆ ดูที่เลข 1 ที่ราคาเบรค Resistance ท่านจะเห็นว่ายอด Volumes เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นการยืนยันการเคลื่อนนี้ จบด้วยราคาได้เบรคขึ้นไป ตอนที่ราคาอยู่แถวแนวต้านนี้ จะเห็นว่ามีหลายแท่งเทียนทำ Consolidation แคบๆ ได้ต่อเนื่องกันด้วย จะเห็นตอนจบ Volumes เพิ่มชัดเจนแล้วเมื่อราคาได้เบรค และเพิ่มเรื่อยๆ ตามราคาที่เบรคขึ้นไป ดังนั้นพื้นที่ราคาเบรคนี้จากแนวต้าน (Resistance) กลายมาเป็น Support ต่อมา ดูที่เลข 3 ที่ราคาวิ่งลงมาจะเห็นว่า ยอด Volumes ลดลงมาต่อเนื่องด้วย แต่พอมาถึงพื้นที่เก่าที่ราคาได้เบรคขึ้นไป กลายมาเป็นแนวรับหรือ Support จะเห็น Volumes ลดลงและดูราคาประกอบกันจะเห็นแท่งเทียนเล็กๆ ข้อมูล Volumes กำลังบอกว่า ราคาเจอ Support ที่แข็งพอหรือเปล่า และต่อมาราคาก็ได้ขึ้นไปตามเทรน มองดูที่เลข 4 อีกรอบจะเห็นว่า Volumes กลับมาเพิ่มต่อเนื่องอีกรอบ
การอ่าน Volumes สำคัญต่อการเคลื่อนไหวของราคามาก เพราะว่า Volumes บอกถึง trading transactions ที่เกิดขึ้นแต่ละแท่งเทียน เป็นการยืนยันการเคลื่อนราคาแต่ละแท่งเทียนด้วย ยิ่งเป็นพื้นที่แนวรับ-แนวต้านสำคัญๆ แต่การอ่าน Volumes จำเป็นต้องอ่านการเปลี่ยนแปลงผ่านช่วงเวลาต่อเนื่องกันค่อยจะเห็นภาพชัดเจน และถ้าอ่านจาก Timeframe ที่ใหญ่ไปเช่น H4 ขึ้นไป จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนแบบอ่าน Volumes จาก timeframe H1 หรือ M30 และการอ่านให้สังเกตดูว่า การเปลี่ยนแปลงมักจะเกิดขึ้นช่วงไหนเช่น ช่วงที่ตลาดสำคัญๆ เช่น ตลาดยุโรป หรือตลาดอเมริกา ยิ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Volumes อย่างชัดเจน