กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

จะสร้างกลยุทธ์การเทรดตัวเองอย่างไร

  • 0 replies
  • 717 views
จะสร้างกลยุทธ์การเทรดตัวเองอย่างไร
« เมื่อ: 29, พฤศจิกายน 2021, 06:33:29 PM »
จะสร้างกลยุทธ์การเทรดตัวเองอย่างไร

การสร้างกลยุทธ์การเทรดที่ตัวเองเข้าใจดี รู้จุดแข็งและจุดอ่อนดี ว่าจะเทรดและใช้อย่างไร เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องการ สิ่งที่เป็นความจำเป็นในการที่จะสร้างกลยุทธ์การเทรด ต้องการเข้าใจว่าตลาดงานอย่างไร การทำกำไรและสูญเสียในตลาด และเทรดเดอร์อื่นๆ เทรดอย่างไรด้วย เมื่อท่านเข้าใจพื้นฐานพวกนี้แล้ว ท่านจะสามารถสร้างระบบเทรดด้วยตัวเองได้ บทความนี้จะเสนอการสร้างกลยุทธ์การเทรดที่ง่าย แค่ต้องการความรู้ 3 อย่างเบื้องต้น คือการเคลื่อนไหวของราคาเป็นเทรน ราคาสร้างแนวรับ-แนวต้านอย่างไร และสุดท้ายเมื่อจะเปิดเทรดดูว่าราคาโต้ตอบอย่างไรด้วย Price Action

เมื่อกล่าวถึง Technical analysis ถือว่าเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมกันในการมาใช้สร้างระบบเทรด บางเทรดเดอร์เทรดด้วย TA อย่างเดียว บางคนใช้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ อย่างเดียว แต่ส่วนมากจะใช้ทั้งสองอย่าง โดยฉพาะใช้ TA ในการหาสัญญาณการเปิดเทรด และ Stop loss พร้อม Take profit การใช้ TA เป็นทั้งการใช้อินดิเคเตอร์ หรือการใช้หลักการเคลื่อนไหว เช่น Dow, Support/Resistance, Demand/Supply เป็นต้น แต่เมื่อเราเข้าใจแล้ว เราสามารถกำหนด 3 อย่างคร่าวๆ จากหลักการพวกนี้ แล้วนำมาสร้างระบบเทรดหรือกลยุทธ์การเทรดของเราเองได้


ดูที่ชาร์ต แล้วมองมาทางซ้ายมือ ที่เรายังไม่ได้กำหนดหลักการเพื่อสร้างกลยุทธ์การเทรดเราเอง เทียบกับทางขวามือที่มีการวาดภาพประกอบชาร์ตด้วยหลักการ 3 อย่างหลักๆ เพื่อช่วยในการกำหนดกลยุทธ์คือ อ่านและเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคา, ตอนที่ราคาวิ่งไปสร้างแนวรับ-แนวต้าน หรือเรากำหนด จุด Swing highs/lows อย่างไหน และสุดท้ายเป็นการกำหนด รูปแบบแท่งเทียน Price Action เพื่อหาโอกาสเทรด

อย่างแรกที่ต้องกำหนดคือต้องกำหนดว่า price movement เป็นอย่างไร หลักสำคัญคือดูว่า เมื่อเราหาราคาทำ Highs/Lows ต่อเนื่องกันไปทางเดียวกัน ขึ้นหรือลง กำหนดทิศทางหรือบอกได้ว่าราคาทำเทรน แต่ถ้าราคาทำ Highs พื้นที่เดียวกัน และ Lows พื้นที่เดียวกัน บอกว่าราคาทำ Consolidation หรือสถานะ Sideway นั่นเอง ตามภาพประกอบด้านบน จะเห็นว่า เลข 1 ได้วาดภาพ Highs/Lows คือราคาทำ Higher Highs ตามด้วย Higher Lows ต่อเนื่องและเคลื่อนไปทางขึ้น นี่คือบอกว่าราคาทำเทรนขึ้น เมื่อกำหนดเทรนได้ เราก็จะหาว่าเราจะเทรดทางนั้นๆ เป็นหลัก การเทรดจะเป็นการเทรดแบบ Retracement หรือจบตอนที่ราคาลงมาทำ Higher Lows หรือเทรดตอนที่ราคาเบรค High เพื่อขึ้นไปทำ Higher High ใหม่ แบบนี้เรียกว่าการเทรด Breakout


การเด้งและเบรคของราคาหรือสร้างแนวรับ-แนวต้าน  สิ่งที่ต้องกำหนดต่อมาเมื่อกำหนดเทรนเป็นคือให้ดูว่าราคาได้เบรค High ก่อนเพื่อขึ้นไปทำ Higher High ใหม่อย่างไร ให้เลือกที่เห็นแท่งเทียนยาวๆ หรือแท่งเทียนไปทางเดียวกัน ราคาต้องสามารถปิดทางที่เบรคได้ และไม่มีหางเลยยิ่งดี เพราะสะท้อนความไม่สมดุลย์ระหว่างออเดอร์ และอีกส่วนดูเมื่อราคาย่อตัวลงมาทำ Higher Low ในกรณีตัวอย่างนี้ เพราะเป็นเทรนขึ้น แต่ถ้าเป็นเทรนลงตรงกันข้ามคือย่อตัวมาทำ Lower high อย่างไร เห็นราคาจบการย่อตัวนี้แล้วเห็นราคาเด้งกลับไปทางเทรน นี่คือที่บอกว่า ดูราคาเบรคและเด้งออก เพราะการเบรคเท่ากับว่าราคาได้เบรค High หรือ Resistance และถ้าสำเร็จกลายมาเป็น Swap level หรือกลายมาเป็น Support  โดยอัตโนมัติ และเมื่อราคาลงมาทำ Lower High และจบตรงที่ Swap level ที่เพิ่งเกิดขึ้น แล้วเด้งกลับไปทางเทรนเท่ากับว่า ราคาลงมาทดสอบเพื่อเคลื่อนกลับไปทางเดียวกับเทรนอีกรอบ โอกาสที่จะขึ้นไปทำ Higher High ก็มีสูง จะเห็นว่า การที่เราหาพื้นที่ราคาเบรคและเด้งออกเป็นตามเทรน ช่วยในการกำหนดกลยุทธ์การเทรดได้เป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นการหาพื้นที่ Support/Resistance หรือมองเป็น Supply/Demand ก็ได้ แล้วแต่องค์ประกอบในเชิง Technical analysis


รูปแบบ Price Action การเข้าเทรด

สำหรับรูปแบบ Price Action เราจะใช้ประกอบในการสร้างกลยุทธ์เพื่อหาจุดเข้าถูก ข้อนี้ต้องต่อเนื่องจากข้อ 1 คือกำหนด price movement เป็นก่อน และตามด้วยข้อ 2 ว่าตามที่เกิดการเคลื่อนราคาไปทางไดทางหนึ่งและเกิดเทรน ราคาได้สร้างแนวรับ-แนวต้านตรงไหน ที่ต้องหาอาการของราคาที่บอกว่าเบรคและเด้ง ส่วนข้อนี้คือรายละเอียดลงมาอีก เพื่อกำหนดรูปแบบของการเบรคและเด้ง รูปแบบ Price Action เป็นการกำหนดรูปและการเคลื่อนจากแท่งเทียนอิงราคา Open High Low และ Close ของแท่งเทียน และดูส่วนของระยะ High/low ของแท่งเทียน (ตรงนี้เรียก Body Range) พร้อมทั้งระยะ Open กับ Close (ตรงนี้เรียก Real Body) ประกอบด้วย  เพื่ออ่านว่าแต่ละแท่งเทียนจบตอนราคาปิดเป็นอย่างไร  การอ่านรูปแบบ  Price Action จะเห็นแท่งเทียนเดียว เช่น Pin Bar, Doji หรือ 2 แท่งเทียน Engulfing Bar หรือมากกว่าก็ได้ แล้วแต่รูปแบบของ Price Action แต่ที่สำคัญคือต้องตอบสนองอาการของการเคลื่อนราคาที่บอกว่า เบรคหรือเด้ง (Break หรือ Rejection) ในพื้นที่ Support/Resistance ที่เป็นอัตโนมัติที่กล่าวไว้ในข้อ 2 และอีกอย่างรูปแบบ Price Action ให้ดูอย่างน้อย 2 timeframe เพราะจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

ยกตัวอย่างรูปแบบที่เห็นชัด เช่นรูปแบบที่ A ดูแท่งเทียนที่ราคาเบรค Resistance อย่างไร แท่งเทียนต่อมาเป็น Doji แต่เพราะแท่งเทียนนี้เบรคและปิดบนได้ และหางแท่งเทียนน้อย แท่งต่อมาเปิดโอกาสให้สร้างกลยุทธ์การเทรด Breakout ได้ และดูอีกที่ B จะเห็นว่าราคาได้เด้งหรือทำ Rejection ที่พื้นที่ ราคาได้เบรค High หรือ Resistance และได้กลายมาเป็น Support มีแท่งเทียน 2 แท่งเด้งออกพื้นที่เดียวกัน และมีหางแท่งเทียนเข้ามา พอจบแท่งเทียนหลัง เราก็สามารถสร้างกลยุทธ์การเทรดแบบ Pullback หรือ Retracement ได้ด้วยการเปิด Buy เมื่อราคาเกิน High ของแท่งเทียนหลังนี้


ภาพสุดท้ายประกอบว่าเราสามารถสร้างกลยุทธ์การเทรดจาก 3 ข้อคือ ดูการเคลื่อนไหวของราคา ดูแนวรับ-แนวต้าน และดู Price Action ประกอบ รูปแบบการกำหนดกลยุทธ์แบบนี้จะใช้กับ timeframe ไหนก็ได้ เน้นที่เห็น price movement ที่ชัดเจน หรือใช้แบบหลาย timeframe ประกอบกันยิ่งดี

 

XM Global Limited