เข้าใจตรรกะหลัง Candlestick Wick เพื่อ Scalping ทองแบบง่าย
การตีความหมายแท่งเทียนเป็นส่วนสำคัญของการเทรดด้วย Price Action ว่าบอกอะไรบ้าง รูปแบบ Price Action สามารถกำหนดได้ตั้งแต่แท่งเทียนเดียว เป็นรูปแบบที่ดูง่าย ตามด้วยแบบสองแท่งเทียน ถ้ามากกว่านั้นก็จะดูยากขึ้นมาหน่อย ส่วนมากการกำหนดรูปแบบ Price Action จากแท่งเทียนจะอยู่ที่ 1-3 แท่งเทียนเป็นหลัก และให้อ่านปริบทหรือ Market structure ที่เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมาประกอบกันด้วยเป็นสำคัญ ส่วนที่เป็นหางหรือ Wick ของแท่งเทียนเมื่อเข้าใจตรรกะที่อยู่เบื้องหลังและดูว่าเกิดที่ไหน ถือว่าเป็นพื้นที่ๆ ง่ายต่อการทำกำไรได้แบบเร็ว และมีความเป็นไปได้สูง เป็นอีกตัวเลือกสำหรับวิธีการเทรดแบบ Scalping โดยเฉพาะทองเพราะมีการเคลื่อนเยอะ
ก่อนจะเข้าใจความสำคัญของรูปแบบ PA ที่เปิดเผย Wick ออกมา เปิดโอกาสการเทรดแบบ Scalping ได้ง่ายๆ และเร็ว จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องอื่นก่อนที่จะช่วยให้ท่านเข้าใจตรรกะที่อยู่เบื้องหลัง แล้วให้เทรดด้วยความมั่นใจขึ้น คือเรื่องของพื้นฐานรูปแบบ Price Action ว่ากำหนดอย่างไรจากแท่งเทียน เรื่องของออเดอร์ทำงานอย่างไร เรื่องการที่ราคาเปลี่ยนแปลง ขึ้นหรือลงอย่างไร และเข้าใจการทำกำไรและสูญเสียในตลาดเกิดขึ้นอย่างไร
ส่วนประกอบแรกที่ต้องพิจารณาเพื่อหาว่าจะเทรด Wick อย่างไรคือทำความเข้าใจรูปแบบ Price Action รูปแบบ Price Action หรือเรียกสั้นๆ ว่า PA เป็นการเรียกจากส่วนประกอบของราคาหรือแท่งเทียน ที่ประกอบด้วย 4 ส่วนประกอบหลักๆ คือ ราคาเปิด (Open) ราคาสูงสุด (High) ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close) ของแต่ละช่วงเวลาแท่งเทียน (Period หรือ Timeframe) และระยะห่าง High และ Low ที่เริ่มตั้งแต่ราคาเปิด ตอนเริ่มนับเวลาแท่งเทียน จนถึงราคาปิด ที่จบลงตอนหมดเวลาแท่งเทียน คือบอกว่ามีการเทรด หรือ Trading transactions เกิดขึ้นตรงไหนบ้าง ราคาปิดยังสัมพันธ์กับราคาเปิด เพราะบอกว่าเมื่อจบแท่งเทียนฝ่ายไหนเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นนอกจากแค่ราคา Open, High, Low, Close แล้ว เราดูความสัมพันธ์ราคาปิดกับเปิด และระยะพื้นที่ๆ มีการเทรดเกิดขึ้นด้วย นั่นคือเรื่องของ Body Range (ระยะห่าง High-Low ของแท่งเทียน) และ Real Body (ราคาเปิด-ราคาปิดของแต่ละแท่งเทียน)
มาถึงการกำหนดรูปแบบ Price Action จากแท่งเทียนเมื่อเข้าใจส่วนประกอบ ยกตัวอย่างรูปแบบที่ง่ายสุด เช่น 1 แท่งเทียน Doji, Pin Bar หรือ 2 แท่งเทียน Engulfing Bar เป็นต้น
ภาพนี้อธิบายต่อว่า Trading transactions สำหรับแต่ละแท่งเทียนเกิดขึ้นแต่ละช่วงราคาแต่ละแท่งเทียนได้อย่างไร ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการเทรดเกิดขึ้น เพราะว่าเมื่อท่านเปิดเทรดราคานั้น (ราคา Bid/Ask) หรือเรียกกว่า market orders ต้องมีคนเทรดตรงข้ามกับท่าน ณ ราคานั้นด้วยยอด Volume เท่ากัน (ที่มี Volume ขายรอ เรียกว่า Sell limit orders ที่มี Volume สำหรับเทรด Buy รอเรียกว่า Buy limit orders) เมื่อการจับคู่ระหว่าง market orders กับ limit orders เกิดขึ้นได้ trading transactions ค่อยเกิดขึ้น ดังนั้น Body range ของแต่ละแท่งเทียนบอกว่ามีการเทรดเกิดขึ้นตรงไหน และยังบอกว่ามีการใช้ limit orders ตรงไหนไปด้วย ตรงนี้นี่สำคัญเพื่อใช้เป็นส่วนหลักที่จะใช้ในการมอง Wick ของแท่งเทียน เพราะว่าราคา Bid/Ask ที่มาจาก market orders สิ่งไปหา Limit orders แล้วการเทรดเกิดขึ้น เป็นการลดออเดอร์ทางนั้นๆไปด้วย ถ้าราคากลับมาทางนั้นๆ อีกรอบ ส่วนมากจะเห็นช่วงเวลาต่อมา ในรูปของแท่งเทียน ก็จะทำให้ราคาวิ่งผ่านได้ง่าย เพราะ limit orders อาจไม่พอ market orders ได้ง่าย เลยทำให้ราคาผ่านได้ง่าย เลยทำให้เกิดโอกาสการเทรดที่เรียกว่า Scalping จากรูปแบบแท่งเทียน Wick ได้ง่ายตามหัวเรื่องที่ตั้งไว้
ดังนั้น ราคาจะขึ้นหรือลงเพราะว่าความสัมพันธ์ระหว่าง market orders ที่เปิดเทรดกัน และ limit orders คือ market orders มากกว่า limit orders ณ ราคานั้นๆ ราคาก็จะไปต่อหา Limit orders ที่ราคาต่อไป และกำไรและการสูญเสียเกิดจาก การที่ trading transactions เกิดขึ้นเพราะการจับคู่กันระหว่าง Sell orders และ Buy orders ณ ราคานั้นๆ ถ้าราคาไปทางไหน ทางนั้นก็กำไร ฝ่ายที่จับคู่ตรงกันข้ามก็สูญเสีย มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่ว่าราคาได้ไปห่างจากจุดที่เปิดเทรด หรือ transactions เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน และสิ่งสำคัญที่ต้องรู้อีกอย่างคือ การออกจากตลาด ไม่ว่าจะเป็นปิดออกเอง หรือ take profit หรือ stop loss เท่ากับว่าเปิด market order ณ ราคาที่ออกด้วย
ดูว่าราคาสร้าง Wick อย่างไร สิ่งแรกที่ต้องการให้สังเกตคือหาดูแท่งเทียนที่มี Body Range มาก ยิ่งมากยิ่งดี เพราะว่าพอถึงว่าพื้นที่การเทรดมาก ดังนั้น ยิ่งหางหรือ Wick ของแท่งเทียนมาก บอกถึง Trading pressure ทางที่เกิดว่า ฝ่ายไหนดันมา หลังจากที่ราคาได้ไปทางนั้น เปิดเผยร่องรอยว่าทางฝ่าย Sellers หรือ Buyers เข้ามาคุมเกมช่วงแท่งเทียนนั้นๆ นอกจากนั้นยังบอกว่ามีการใช้ Limit orders พื้นที่นั้นๆ ไปด้วย ตรรกะที่เกิดตรงส่วนนี้คือส่วนสำคัญที่จะเพิ่มความเป็นไปได้เมื่อจะ Scalping แท่งเทียนที่มี Wick เพราะออเดอร์ ใช้ไปแล้ว ลดความต้านทานทางนั้นๆ
แม้ว่า แท่งเทียน Wick เกิดขึ้นได้ทุกช่วงตาม Market structure แต่ที่จะช่วยในการเทรดได้ง่ายและเร็วคือหาแท่งเทียน PA เกิดขึ้นพื้นที่ๆ มีร่องรอย หรือ Liquidity มากที่ราคาเปิดเผยมา หรือพื้นที่ Support/Resistance นั่นเอง จะช่วยให้สังเกตเห็นผลแท่งเทียนแบบ Wick ได้ชัดเจนและเปิดโอกาสการเปิดเทรดง่ายด้วย
ดูหางแท่งเทียน ที่กรอบเลข 1 มองมาทางซ้ายมือ จากที่อธิบายด้านบน หางแท่งเทียนนอกจากบอกว่ามี trading transactions เกิดขึ้นตรงไหน หางที่ดีดกลับจาก High และ Low ยิ่งดีดกลับมาก บอกถึง Trading pressure จากทางนั้นๆ ด้วย เช่นอย่างด้านบน บอก Selling pressure เกิดขึ้นอย่างชัดเจน มองลูกศรทางซ้าย จะเห็นว่ามีการเด้งออก Resistance 2 รอบก่อน กรอบที่เลข 1 และเห็น Wicks หางแท่งเทียนติดต่อกันเป็นการยืนยัน Resistance ไปในตัวด้วย ดูที่เลข 3 หลักการเดียวกัน เลข 6 ก็หลักการเดียวกัน แต่เป็นราคาเด้งออกจาก Support เท่านั้นเอง ตรงนี้คือ Wicks ของแท่งเทียนยืนยัน Support/Resistance
มาดูที่เลข 2 และ 4 ตรรกะที่อยู่ข้างหลัง ทั้ง 2 จุด ไม่ต่างจากด้านบน แต่เมื่อมอง Market structure ประกอบ ท่านจะเห็นว่าราคาเพิ่งได้เบรคพื้นที่กรอบ 0 ลงไป ที่ตีกรอบสีเขียว ที่เลข 2 จะเห็นว่าราคาได้แทงหางลงเยอะมาก บอกถึงว่ามีการใช้ buy limit orders ถ้าราคาลงมาอีก โอกาสที่ราคาจะวิ่งผ่านก็จะง่ายขึ้น ต่อมาที่กรอบเลข 3 ที่เกิด Wicks ต่อเนื่องกันหลายแท่งเทียน แท่งเทียน PA พวกนี้บอกความต่อเนื่องของแรงแท่งเทียนแรงๆ ที่ดันลงมาจากช่วงเลข 1 ลักษณะแท่งเทียน Wick ที่ 2 พูดให้ง่ายๆ คือ ราคาจะวิ่งผ่านได้ง่ายถ้าราคากลับมาอีกรอบ ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่จะเห็นหลังจากจบช่วงพื้นที่เลข 3 ราคาจึงเกิด แท่งเทียนยาวๆ ลงมาอย่างรวดเร็ว จนมาถึงแท่งเทียน Wick ที่เลข 4 ก็หลักการเดียวกัน
จากที่อธิบายมาเรื่องของแท่งเทียน PA แบบ Wick เมื่อเข้าใจความหมายแท่งเทียนว่าบอกอะไรแล้ว สิ่งที่ต้องดูประกอบคือ Market structure ก็จะช่วยให้ตีความว่าจะเทรดแท่งเทียน Wick แบบไหนได้ง่าย ยิ่งเป็นการเทรดแบบ Scalping ยิ่งง่ายเพราะไม่ได้คาดหวังพื้นที่ทำกำไรมาก
อีกตัวอย่างการตีความดูที่เลข 5 หลังจากที่ราคาได้เด้งขึ้นจาก Support มาการลด Sell limit orders ไปก่อนแล้วที่พื้นที่เลข 5 เลยทำให้ Double Bottom ตรงนี้ทำงานได้ดี หรือที่เลข 7 ก็เช่นกัน หลังจากที่ราคาได้ขึ้นมาทำหางแท่งเทียนที่เลข 7 แล้วลงไปอีกรอบ แล้วหลายๆ แท่งเทียนต่อเนื่องดันขึ้น เลยทำให้การเทรดตรงนั้นง่ายและราคาวิ่งไปง่ายด้วย เพราะหางแท่งเทียนลดพื้นที่ Resistance ให้
ภาพชาร์ตแสดงการ Scalping เทรดทองจาก M15 ด้วยการดู Wick จาก H1