กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

เลือกอินดิเคเตอร์ตัวไหนมาใช้ร่วมกันเพื่อเทรดทองได้ดี

  • 0 replies
  • 1,793 views
เลือกอินดิเคเตอร์ตัวไหนมาใช้ร่วมกันเพื่อเทรดทองได้ดี

การเทรดทองด้วยการใช้ technical indicators เป็นทูลที่ช่วยวิเคราะห์ราคาหรือสิ่งที่เกิดขึ้นที่นิยมกันมาก เพราะรูปแบบการนำเสนอของอินดิเคเตอร์จะเห็นภาพประกอบกับการวิเคราะห์ได้ง่าย แต่การที่จะใช้ในแต่ละวันว่าเหมาะสำหรับเทรดทองหรือเปล่าจำเป็นต้องเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการวิเคราะห์อย่างไร แล้วค่อยจะใช้อินดิเคเตอร์ให้เข้ากับรูปแบบการเทรดทองที่เราเลือก ในที่นี้จะยกตัวอย่างการอ่านอินดิเคเตอร์ที่นิยมกันคือ RSI (Relative Strength Index) และ MA (Moving Average)

RSI – ช่วยให้หาจุดเทรด Divergence ได้ง่าย


จุดเด่นของ RSI หรือ Relative Strength Index คืออินดิเคเตอร์ที่เทรดเดอร์ส่วนมากใช้ในการเทรด Divergence ด้วยการเปรียบเทียบ swing high/swing low ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาวิ่งเข้าพื้นที่ Overbought หรือ Oversold หลักการนำเสนอ RSI ง่ายๆ ด้วยการหาค่าเปรียบเทียบน้อยลงตามเวลาหรือ Period หรือแท่งเทียนที่กำหนด RSI เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่เป็นการยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้น เลยทำให้เราหาพื้นที่ที่ราคาวิ่งไปเยอะแล้วได้ง่ายด้วยการเสนอเป็นแบบ Oversold ถ้าราคาได้ลงไปเยอะแล้วเทียบกับค่าเฉลี่ยและ OverBought ที่ราคาได้วิ่งขึ้นไปเยอะแล้ว จะเปิดโอกาสให้เราเทรดตอนเปลี่ยนเทรนได้เมื่อเราเปิดเทรดตรงพื้นที่ Overbought/Oversold แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียเช่นกัน ถ้าเราไม่ชำนาญการเปิดเทรดสวนเทรนตรงพื้นที่ Overbought/Oversold เป็นช่วงที่เทรนกำลังแรง ราคาจะไปต่อได้อย่างรวดเร็ว เลยจำเป็นต้องมีการใช้ควบคู่กับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่น หรือดู price action ประกอบ

เราสามารถกำหนด Bearish Divergence ด้วยการดูราคาทำ Higher High แต่ส่วนของอินดิเคเตอร์กลับทำ Lower High และเรากำหนด Bullish Divergence ด้วยการดูราคาได้ทำ Lower Low แต่ RSI กลับทำ Higher Low หรือถ้าเรามองมุมหลักการพัฒนาการ swing highs/lows เมื่อทั้งสองไม่เป็นไปทางเดียวกันนั่นคือ Divergence ซึ่งสิ่งที่ทั้ง Bearish Divergence และ Bullish Divergence บอกคือราคาได้มีการเคลื่อนมาเยอะแล้ว เป็นไปได้ว่าเทรนปัจจุบันจะหมด โอกาสที่เปลี่ยนเทรนอาจจะเกิดขึ้นได้


ดู RSI ที่ใช้กับชาร์ตทอง มีการเปลี่ยนค่า Period 14 มาเป็น 10  ตามที่อธิบายมา หลักการจะเห็นการหาค่าเฉลี่ยจาก Period ที่กำหนด ยิ่งกำหนด Period มากก็จะได้สัญญาณที่เสถียรกว่า แต่กว่าจะเกิด overbought/oversold ก็จะนานไปด้วย ถ้ายิ่ง Period น้อย ก็จะเกิดบ่อยแต่ก็จะเป็นสัญญาณหลอกบ่อยด้วย ที่กำหนด 10 เพราะเป็นการกำหนดจากช่วงการเทรด 2 อาทิตย์ๆ ละ 5 วัน สำหรับ Period ที่เป็น D1 หลักการใช้ RSI ในการเทรดทองสิ่งแรกที่ต้องระวังดูที่เลข 1 ที่ลูกศรชี้ RSI บอกว่าราคาได้ขึ้นพื้นที่กำหนดเป็น Overbought แต่ราคาก็ไม่ได้ลดเทรนลงและตามด้วยการเปลี่ยนเทรน แต่กลับวิ่งแรงกว่าเดิมเพราะ Overbought เป็นช่วงที่แต่ Buy orders เข้ามา ช่วงราคาทำเทรนแรงๆ แบบนี้จะกลายเป็นข้อเสียเมื่อใช้ RSI


ดูอีกภาพตัวอย่างประกอบ Divergence หลังจากที่ราคาได้ทำเทรนเข้าพื้นที่ Overbought/Oversold เรารอให้ราคาและ RSI เปิดเผยว่าตลาดเป็นอย่างไร ดูที่เลข 1 หลังจากที่ราคาได้ลงอย่างแรงและ RSI ที่เป็น Oscillator ที่ยืนยันผ่านมาอีกหลายแท่งเทียนท่านจะเห็นว่าการพัฒนา swing high/low ระหว่างราคาดูการดูแท่งเทียน High/Low และ RSI ขัดแย้งกัน ราคาทำ Lower Low แต่ตรงที่เดียวกัน RSI กลับทำ Higher Low นี่บอกถึงสถานการณ์ที่เรียกว่า Divergence ในที่นี้คือ Bullish Divergence ที่เทรนด้านลงกำลังจะหมดไปได้ ในทางกลับกันที่เลข 2 ราคาทำ Higher High ได้ แต่ตรงจุดที่ราคาทำ Higher High แต่ RSI กลับทำ Lower High ที่บอกถึงความเป็นไปได้ที่เทรนขาขึ้นจะหมด ทำให้เกิดสถานการณ์บอก Bearish Divergence

Moving Average ใช้บอกเทรนได้ดี แต่กลับไม่ดีเมื่อตลาด sideway


อินดิเคเตอร์อีกตัวที่ถือว่าพื้นๆ แต่ใช้งานได้ดีมากเมื่อเข้าใจคือ MA เป็นตัววัดค่าเฉลี่ยจากช่วงเวลาหรือแท่งเทียนที่กำหนด เพื่อดูว่าค่าเฉลี่ยปัจจุบันน่าจะไปทางไหน ในตัวอย่างเป็นการกำหนด Period 20 หาค่าเฉลี่ยจากแท่งเทียน 20 แท่งจาก timeframe ที่ชาร์ตเปิดอยู่ MA เหมาะสำหรับดูเทรนว่าราคาจะไปทางไหน หลักการง่ายๆ คือถ้าราคาเหนือกว่าเส้นเทรนหรือเส้น MA ให้หาโอกาสเปิด Buy เป็นหลัก เช่นอย่างที่เลข 1 ที่เป็นการเทรดเมื่อจะเปลี่ยนเทรน สัญญานการ Buy ชัดเจนเมื่อราคาสามารถปิดเหนือกว่าเส้น MA ได้ หรือที่เลข 2 สัญญาณการเปิด Sell เมื่อราคาปิดต่ำกว่าเส้น MA ได้ จะเห็นว่าเส้น MA หลังจากเปิดเทรดราคาทำเทรนก็จะใช้งานได้ง่ายและชัดเจน แต่พอราคาไม่ทำเทรนหรือเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ-แนวต้านแคบๆ หรือ sideway อย่างที่ตีกรอบสี่เหลี่ยม ไม่เหมาะสำหรับการใช้ MA ประกอบ ดังนั้น MA จึงเหมาะสมเมื่อราคาทำเทรน

ใช้ RSI + MA + Multi-timeframe


จากที่ยกตัวอย่างมาจะเห็นว่าแต่ละอินดิเคเตอร์ก็จะมีข้อดีและข้อเสีย RSI ดีเมื่อหา Divergence แต่ไม่เหมาะตอนที่ราคาทำเทรนแรงๆ ส่วน MA เหมาะสำหรับตอนที่ราคาทำเทรนแต่ไม่เหมาะตอนที่ราคาไม่เคลื่อนไหวหรือ sideway อยู่ในกรอบแนวรับ-แนวต้านแคบๆ แต่ถ้าเราใช้หลาย timeframe ประกอบกันด้วยหลักการเดียวกันก็จะช่วยเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ช่วยให้ทั้งเทรดตามเทรนและสวนเทรน หรือดูว่าจบเทรนเมื่อเกิด Divergence ด้วยการใช้อินดิเคเตอร์และ Multi-timeframe ก็จะช่วยให้เห็นภาพความต่อเนื่องของราคาที่เกิดขึ้นและช่วยให้หาพื้นที่เทรดได้ง่าย

อย่างภาพประกอบ ด้านขวาเป็น H2 ตัวกำหนดเทรนหรือ MA/RSI เป็นหลัก ส่วนด้านซ้ายเป็น M15 ใช้ MA และ RSI ด้วย settings เดียวกัน เช่นอย่างภาพตัวอย่าง หลังจากที่เห็นราคาทำ Bullish Divergence ที่ H2 แล้วเปิด M15 จะเห็นรายละเอียดที่ชัดเจน ยิ่งมาถึงจุดที่ราคาเริ่มทำเทรนคือราคาปิดเหนือเส้น MA ใน H2 ได้ ดูที่ M15 จะเห็นพัฒนาการ Higher Lows ต่อเนื่องกัน เช่นถ้าเป็นการเปิดเทรดหลังจากที่ราคาทำ Bullish Divergence ใน H2 ตัวพื้นที่ Higher Lows หลายจุดใน RSI ของ M15 จะเปิดโอกาสเทรดเกิดขึ้นหลายครั้ง พอราคาได้เบรคหรือปิดบน MA ของ H2 ได้ ราคาเริ่มทำเทรนก็สามารถถือรอได้เพื่อทำกำไรมากขึ้น

หลักสำคัญของการใช้อินดิเคตอร์ร่วมกันในการเทรดทองด้วย RSI และ MA นั้นต้องเข้าใจว่าแต่ละตัวทำงานอย่างไร ให้ข้อมูลอะไร และใช้เสริมกันอย่างไร RSI ไม่เหมาะเมื่อราคาทำเทรนเพราะเรื่อง Divergence ต้องรอราคาทำเทรนสักระยะ ส่วน MA เหมาะกับตอนราคาทำเทรน แต่ไม่เหมาะถ้าราคาไม่ไปไหน และเราใช้การดูหลาย timeframe ประกอบอย่างน้อย 2-3 timeframe เพื่อเป็นการยืนยันแล้วดูรายละเอียดการเคลื่อนไหวประกอบกัน ท่านก็จะหาอินดิเคเตอร์ที่ดีมาใช้ร่วมกันสำหรับเทรดทองได้

 

XM Global Limited