กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Day Trading สำหรับเทรดทอง – ภาพรวมตลาดแต่ละวัน

  • 0 replies
  • 825 views
Day Trading สำหรับเทรดทอง – ภาพรวมตลาดแต่ละวัน
« เมื่อ: 01, กุมภาพันธ์ 2021, 11:49:34 AM »
Day Trading สำหรับเทรดทอง – ภาพรวมตลาดแต่ละวัน

การเทรดมีหลายรูปแบบ สำหรับ Day Trading เป็นการเทรดที่บอกถึงการเปิดและปิดเทรดภายในวันนั้นๆ ให้จบเป็นวันๆ ไป เป็นการเทรดระยะสั้น ที่ไม่ต้องการถือ positions ข้ามวันเห็น เป็นการเทรดแบบหวังเก็งกำไรจากการเคลื่อนของราคาในกรอบวันเป็นหลัก  และเน้นการจัดการความเสี่ยงไม่ต้องการจัดการความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปเพราะว่าแต่ละวัน volatility ของตลาดก็จะต่างกันออกไป

ทำไมทองน่าเทรดสำหรับ Day Trading

เนื่องจากทองเป็นสินค้าที่มีเทรดเดอร์เยอะ เลยทำให้ volatility แต่ละวันเยอะ เลยทำให้การเคลื่อนราคาเกิดขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆ พวกฟอเรก เช่น EURUSD, GBPUSD หรือ AUDUSD เลยทำให้เกิดโอกาสหวังทำกำไรได้มากและเร็วกว่าจากการเคลื่อนไหวของราคาทอง เมื่อเทียบกับการเทรดค่าเงินหรือฟอเรก และเงื่อนไขตลาดรูปแบบการเทรดในตลาดต่างจากการเข้าลงทุนเทรดทอง เช่นอาจเป็นการชื้อทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ การทำกำไรเกิดขึ้นได้เมื่อราคาที่จะขายมากกว่าราคาที่ซื้อมาเท่านั้น แต่การเทรดต่างกันออกไปที่ผู้เทรดสามารถทำกำไรได้ทั้งราคาขึ้นหรือลงจากจุดที่เปิดเทรดได้ทั้ง 2 ด้าน  อยู่ที่ว่าเปิดเทรดทางไหน และราคาวิ่งไปทางที่เปิดเทรดหรือเปล่า และรูปแบบการเทรดต่างกันออกไป เช่นด้วยการเทรดในตลาดฟอเรก ท่านสามารถเทรดทองด้วยการเปิดเทรดได้ต่ำสุดถึง 1 ดอลลาร์ อย่างในกรณีบัญชีเปิดเทรดเป็นแบบ Cent หรือทั่วๆ ไปก็เปิดเทรด 10 ดอลลาร์ หรือ 0.01 สำหรับบัญชี Standard  นอกจากนั้นยังสามารถเปิดเทรดได้ตลอด 5 วัน และ 24 ชั่วโมง แม้ว่าโอกาสการเทรดที่มีความเป็นไปได้สูงจะไม่เท่ากันทั้งวันก็ตาม แต่สามารถเปิดเทรดได้ตลอด เงื่อนไขการลงทุนหรือเทรดก็ต่างออกไป และอีกอย่างที่สำคัญ ท่านสามารถเปิดบัญชีเทรดได้ด้วยทุนเริ่มต้นต่ำแค่จาก 1-10 ดอลลาร์ก็สามารถเทรดทองได้

สามารถหาช่วงเวลาเทรดทองได้ด้วยตัวเองในแต่ละวันได้ง่ายๆ


ดูจากภาพประกอบชาร์ต XAUUSD H1 ที่เป็นการจับคู่ทอง XAU กับค่าเงินดอลลาร์ USD เลยมี trading symbol เป็น XAUUSD หรือมักจะเรียกกันทั่วๆ ไปว่า Gold (เป็นการเทรดทองกับค่าเงินดอลลาร์ของอเมริกา) และมีการกำหนดช่วงตลาดเข้าไปที่ชาร์ต To = Tokyo (ตลาดเอเชีย), Ln = London (ตลาดยุโรป) และ Ny = New York (ตลาดอเมริกา) พร้อมตัวเลขด้านล่างที่บอกกว่าเคลื่อนไหวเป็น pips และยังมี Volume ด้านล่างอีกที เพื่อบอกว่ามีการเทรดเกิดขึ้นมากช่วงไหนของแต่ละวันบ้าง ดูจากสิ่งที่เราสามารถอ่านสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านชาร์ต สิ่งแรกที่เห็นชัดเจนที่สุด น่าจะเป็นวอลลูมสำหรับการเทรดที่เกิดขึ้นช่วงไหนบ้างในแต่ละวัน จะเห็นว่า Volume เพิ่มขึ้นมากและทุกวันเมื่อช่วงตลาด Ny หรือตลาดนิวยอร์ก อเมริกาเปิดมา และยังเป็นช่วงที่ตลาด Ln หรือลอนดอนทางยุโรปเปิดอยู่ด้วย เป็นช่วงที่ทั้งสองตลาดเปิดทำงานพร้อมกัน และที่สำคัญคือทั้งสองตลาดเป็นตลาดการเงินหลักของโลก เมื่อเกิดการเทรดทองเกิดขึ้น เลยสะท้อนให้เห็นวอลลูมการเทรดเกิดขึ้นเยอะ เลยทำให้เราพอบอกได้ว่าช่วงเวลาน่าจะเปิดเทรดทองเป็นช่วงนี้เป็นต้นไป เลยทำให้ช่วงนี้มี Volatility เกิดขึ้นเยอะแต่ละวัน ช่วงตลาดสามารถดูได้จาก forexfactory - https://www.forexfactory.com/market

Volatility ในแต่ละวันต่างกันทำให้เรากำหนด Day Trading ว่าค่าทองวันนั้นน่าเทรดหรือเปล่า



การอ่าน Volatility ที่เกิดขึ้นจำเป็นสำหรับเทรดเพราะบอกว่าวันนั้นๆ ทองจะมีการเคลื่อนมากพอที่จะเทรดหรือเปล่า หรือมีการจะส่งต่อ การถือ positions ข้ามวันเพื่อสร้าง demand/supply สะสมระหว่างวันอย่างไรสำหรับขาใหญ่ เพราะ บางวัน ท่านจะเห็นว่าราคาทองจะ consolidation ในกรอบเป็นหลัก การอ่านออกว่า Volatility ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจะช่วยในการเทรดทองได้ง่ายและเพิ่มความเป็นไปได้สูง เพราะถ้าวันนั้นๆ มีการเคลื่อนของราคามาก แสดงว่าเป็นผลจากการเข้าเทรดทองของขาใหญ่ หลังจากที่พวกเขาได้สำเร็จการสะสม positions ก็จะตามมาด้วยการเข้าเทรดเพื่อดันราคาหวังทำกำไร เลยทำให้ volatility เกิดขึ้นเยอะทั้งมาจากการเข้าเทรดและการออกเทรด เลยทำให้การกำหนด trade setup ที่เข้ากับการกระทำของขาใหญ่พวกนี้ทำกำไรได้ง่ายและเร็วในวันนั้นๆ  เราสามารถใช้ความเข้าใจเรื่อง volume กับราคาเพื่อบอกถึง volatility ได้ง่ายๆ เพราะ Volume ของทองเป็นตัวบอกถึงการเทรดที่เกิดขึ้นช่วงเวลานั้นๆ ว่ามีมากน้อยเท่าไร ยิ่งมีการเทรดมาก Volume ของทองก็จะมาก แล้วเราก็ดูช่วงราคาจากแท่งเทียนด้วยดูราคาเปิด สูง ต่ำ และราคาปิด (open, high, low, close)  เราก็จะดูราคาที่เกิดขึ้นที่แท่งเทียนนั้นๆ กับ Volume เช่นราคาเปิดเทียบราคาเปิด ดูช่วงราคา หรือเป็น Body size ของแท่งเทียนว่าเป็นอย่างไร ราคาปิดอย่างไร ก็จะบอกถึง Demand/Supply ที่เกิดขึ้นระหว่า Buyers/Sellers ว่าเมื่อจบแท่งเทียนผลเป็นอย่างไร วิธีการให้ดูช่วงตลาด + volume + ราคา หรือ price structure จากแท่งเทียน ก็จะหาโอกาสเทรดได้ง่ายว่าทองตอนนั้นน่าเทรดหรือเปล่า

ดูจากภาพประกอบ ที่เลข 1 และ 2 ที่เป็นกรอบ 2 วันติดต่อกัน แม้ว่าเราดู Volume ก็จะเห็นว่ามีจำนวนมากขึ้นตามช่วงเวลา ตอนตลาดยุโรป และต่อมาอเมริกาเปิด แต่เราจะเห็นว่า price structrue ไม่เอื้อต่อการกำหนด เพราะราคาทองวิ่งอยู่ในกรอบเป็นหลัก  แต่มาดูที่เลข 2 หลังจากที่ราคาได้เบรค Low วันก่อน และราคากลับขึ้นมาทดสอบ พื้นที่เบรค Low ลงไป จุดที่เห็นชัดคือ Volume ทองเพิ่มขึ้นหลังจากที่ราคาลงไปทดสอบ และกลับขึ้นมา และมี Volume เพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับ Volume ก่อนๆ นี้เมื่อมองมาทางช้ายมือ และลูกศรอีกอัน ที่มี Volume เพิ่มขึ้นอีกและราคาปิดเหนือกว่าพื้นที่ราคาเคยเบรคได้อีก เลยเป็นจุดเปลี่ยน วันต่อมาเลยทำให้เกิดโอกาสการเทรดง่ายเพราะความต่อเนื่องจากวันที่เลข 3 เป็นตัวบอกว่าขาใหญ่เทรดอย่างไร

 

XM Global Limited