กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Order block สำหรับ Reversal เพื่อใช้ในการเทรดทอง

  • 0 replies
  • 3,464 views
Order block สำหรับ Reversal เพื่อใช้ในการเทรดทอง

ราคาไม่ได้วิ่งทางเดียว มีทำเทรน มีหยุด มีไปต่อหรือกลับสวนเทรนแล้ว การหยุดแล้วไปต่อราคาย่อตัวลงมาถือว่าเป็นช่วง corrective move หรือช่วงราคากลับมาทดสอบ Order block ที่เกิดขึ้นแล้วไปต่อทางนั้นๆ ช่วงเป็นการเทรดตามแรงหรือ Impulsive move ที่เกิดขึ้น แต่ตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ราคามีทั้งเบรค Order block แล้วไปทางที่ราคาเบรค เป็นการเปลี่ยนเทรน อาจระยะสั้นหรือยาวแล้วแต่เทรนหรือภาพ market structure ที่ขึ้นประกอบ Order block ที่ราคาเบรคนี้เรียกกว่า Mitigation และ Breaker

Mitigation block คืออะไร


อธิบายตรรกะที่ทำให้เรียก Mitigation block ด้วยภาพก่อนค่อยไปดูตัวอย่างที่ชาร์ตเปล่า

Bearish Mitigation block จะเป็น Market structure ที่เริ่มด้วย แท่งเทียนลงหรือ Bearish candle แล้วราคาขึ้นไปด้วย engulfing ทำขึ้นไปทำ swing high ได้ [สำคัญต้องไม่ได้เบรค high ก่อนนี้] แล้วราคาก็ดันลงมาอีกรอบแล้วเบรคตรงที่ราคาขึ้นไป หรือ Order block นั้นลงมาด้วย การเบรคลงแรง หรือมี range แรงและชัดเจนด้วย momentum หรือ impulsive move เลยทำให้ market structure เปลี่ยนไปเพราะราคาเบรค Low ก่อน หรือ support หรือแนวรับนั้นเอง

Bullish Mitigation block จะเป็น Market structure ที่เริ่มด้วย แท่งเทียนขึ้นหรือ Bullish candle แล้วราคาลงไปด้วย engulfing ดันลงมาทำ Swing Low ได้ [ที่สำคัญไม่ได้เบรค Low ก่อนนี้] แล้วราคาก็ดันขึ้นไปอีกรอบแล้วเบรคตรงที่ราคาลงมา หรือ Order block นั้นลงมาด้วย การเบรคขึ้นแรง หรือมี range แรงและชัดเจนด้วย momentum หรือ impulsive move เลยทำให้ market structure เปลี่ยนไปเพราะราคาเบรค High ก่อน หรือ Resistance หรือแนวต้าน


หลักการของ Mitigation block คือเห็นราคาเบรค High/Low หรือ แนวรับ แนวต้านด้วยการเบรคที่แรงๆ มี momentum ที่บอกถึงการเข้าเทรดของขาใหญ่ แล้วรอว่าราคาจะกลับมาทดสอบพื้นที่นั้นแล้วก็เทรดตาม ถ้ามองหลักการ เทรดแนวรับ แนวต้าน อาจมองกรณีแบบนี้เป็น Flipping level คือจาก แนวรับกลายเป็นแนวต้าน หรือจากแนวต้านกลายเป็นแนวรับ แต่ Mitigation มอง market structure ด้วยหลักการเข้าเทรดของขาใหญ่มองด้วยวิธีการ Order block  ดูที่การกำหนด Order block ที่ส่วนของ Bullish Mitigation block ตรงส่วนที่เป็น Higher lows อาจเป็น Lows พื้นที่เดียวกันก็ได้ แต่ถ้าเป็นรูปแบบ Higher Lows ต่อเนื่องกันยิ่งดี สำคัญคือราคาได้สร้าง Bullish candle แล้วลงมาทำ Low แต่สุดท้ายราคาขึ้นไปเบรค High หรือ Resistance ตรงที่เกิด Order block ทำให้ market structure เปลี่ยนไป เลยกลายมาเป็น Mitigation block แบบ Bullish  พอราคากลับมาทดสอบเลยเปิดโอกาสให้เรากำหนด trade setup ที่จะเทรดตามเทรนได้ง่ายที่วงกลม การเปิดเทรดให้ดู price action ประกอบ เช่น Pin bar, หรือ Engulfing bar หรือถ้าเป็นภาพที่ใหญ่ขึ้นก็ดู price aciton ทั้งรูปแบบหรือเป็น pattern ที่บอกว่าการเด้งกลับ หรือ rejection

ส่วน Bearish Mitigation block ทางด้านขวา จะเห็นว่ารูปแบบจะชัดเจนและง่ายกว่า รูปแบบ Bullish Mitigation ก่อน market structure ที่เห็น swing highs/lows กว้างกว่าและเห็น ราคาเบรคลงแรงกว่าเห็นขนาดแท่งเทียนยาวๆสร้างระยะห่างไกลๆจากการเคลื่อนออกจาก Block ได้ชัดเจน แต่ตรรกะเดียวกัน แค่ Market structure อ่านขนาดต่างกันไปบ้างเท่านั้นเอง

Breaker คืออะไร

เมื่อเรามองจากภาพประกอบที่อธิบายตรรกะที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้เกิด Breaker ไม่ได้ต่างจากเรื่องของ Mitigation มีส่วนที่เพิ่มเข้ามีคือ มีการ ล่า stop หรือ มี stop hunt/liquidity hunt เข้ามาประกอบในโครงสร้างเท่านั้นเอง และก็แบ่งออกเป็น 2 อย่างเช่นกัยคือ

Bearish Breaker กำหนดด้วยมีแท่งเทียน Bearish แล้ราคาดันขึ้นไปเกิน high หรือ resistance ก่อน แล้วลงมาอย่างรวดเร็ว และก็ลงมาเบรค Low หรือพื้นที่ Support ด้วยการเบรคที่ราคาลงแรงๆ มีระยะยาวๆ หรือ momentum หรือ Impulsive move นั้นเอง [จุดต่างระหว่าง Bearish Breaker และ Bearish Mitigation คือถ้าเป็น Breaker ราคาจะเบรค High หรือ Resistance ราคาสามารถทำ New High ใหม่ได้ก่อนค่อยลงมา แต่ Mitigation ราคาจะไม่สามารถเบรคได้] จุดประสงค์หลักที่ราคา Stop hunt เพราะขาใหญ่เห็นมีว่า liquidity ฝั่งตรงข้ามเยอะที่จะเกิดขึ้นเมื่อราคาแตะ stop loss จากเทรดเดอร์ที่ถือ short positions อยู่เหนือพื้นที่ Resistance และ buy stop ออเดอร์จากเทรดเดอร์ที่เทรดแบบ Breakout กำหนดเข้าไปเพื่อเข้าตลาด เลยทำให้พื้นที่ตรงนั้นหาออเดอร์ตรงข้ามหรือ liquidity ตรงข้ามได้ง่าย ถ้าพวกขาใหญ่จะเทรดเพิ่ม

Bullish Breaker กำหนดด้วยมีแท่งเทียน Bullish แล้วราคาดันลงไปเกิน Low หรือ Support ก่อน แล้วขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และก็ลงมาเบรค High หรือพื้นที่ Resistance ด้วยการเบรคที่ราคาขึ้นแรงๆ มีระยะยาวๆ หรือ momentum หรือ Impulsive move นั่นเอง [จุดต่างระหว่าง Bullish Breaker และ Bullish Mitigation คือถ้าเป็น Breaker ราคาจะเบรค Low หรือ Support ราคาสามารถทำ New Low ใหม่ได้ก่อนค่อยขึ้นมา แต่ Mitigation ราคาจะไม่สามารถเบรคได้ Stop hunt เกิดขึ้นตอนที่ราคาลงไปเกิน Low หรือ Support แล้วราคากลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่วนมากก็จะเห็นเป็น Pin bar หรือ Engulfing bar ที่แท่งเทียน หรือถ้าเป็น timeframe ใหญ่ก็จะ 1-2 แท่งเท่านั้น เพราะจุดประสงค์หลักคือการล่า stop เพื่อเข้าตลาดนั่นเอง

หลักการเทรด Mitigation และ Breaker

การเปิดเทรดหลังจากที่ Market structure ได้ยืนยันว่าเปิด Mitigation block หรือ Breaker block ก่อน แล้วรอราคากลับมาทดสอบ เป็นการเปิดเทรดตามที่ตลาดบอก การกำหนด stop loss ก็อิง block เช่น ถ้าเป็น Bullish Mitigation กำหนด stop loss ต่ำกว่า ด้านล่างของ Mitigation block การเปิดเทรดเมื่อราคาย่อตัวมาถึง หรืออาจดู price action ประกอบ แล้วแต่ถนัด แต่ที่สำคัญคือเรื่องของ Mitigation และ Breaker บอกพื้นที่ๆ มีการเข้าเทรดของขาใหญ่ เลยทำให้หา trade setup ได้ง่าย การกำหนด take profit เบื้องต้น ให้ดู Order block ทางช้ายมือประกอบที่เกิดขึ้นก่อนที่ราคาจะวิ่งไปเป็นจุดเริ่มต้น


การเทรด Mitigation Block หรือ Breaker block ไม่ยาก ที่ยากคือดูว่า Order block ที่เกิดขึ้นเป็นการเทรดของขาใหญ่หรือเปล่า เพราะสิ่งที่ต้องเห็น คือเมื่อเกิด order block พวกนี้ market structure ต้องเปลี่ยนให้เห็นเป็นการยืนยันนำหน้าก่อน ค่อยกำหนด trade setup ตาม market structure ที่เปลี่ยนไป

 

XM Global Limited