กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Triple Top คืออะไร เทคนิคการทำกำไรด้วย Triple Top

  • 0 replies
  • 1,322 views
Triple Top คืออะไร เทคนิคการทำกำไรด้วย Triple Top

รูปแบบ Triple Top เป็นรูปแบบกลับเทรนหรือ Reversal ที่บอกว่า Sellers เข้ามาคุมตลาดหลังจากที่ราคาได้ดันขึ้นมาเพราะ Buyers คุมตลาดหลังจากที่ราคาได้พัฒนา Higher Highs ตามด้วย Higher Lows ขึ้นมา และสู้กันตรงพื้นที่ๆ เกิดรูปแบบชาร์ต Triple Top (รูปแบบที่ตรงข้ามกับ Triple Top คือ Triple Bottom)  เพราะราคาไม่สามารถทำ Higher High ไปต่อได้อีก ที่บอกว่าฝ่าย Buyers ยังคุมตลาดอยู่ แต่ตรงกันข้ามเห็นราคาวิ่งอยู่ในกรอบ เลยกลายมาเป็นรูปแบบชาร์ต และทำให้เกิด Reversal ขึ้น

Triple Top กับอะไรอยู่เบื้องหลัง


เนื่องจากรูปแบบชาร์ต Triple Top เป็นรูปแบบการเกิดการสวนเทรนของการเคลื่อนไหวของราคา ดังนั้นตัวแปรแรกคือเรื่องของเทรน หรือฝ่ายไหนกำลังคุมตลาดอยู่ เพราะฝ่ายที่คุมก็จะสามารถทำเทรนดันราคาไปทางนั้นๆ ต่อเนื่องได้ อย่างในกรณีของ Triple Top เป็นรูปแบบที่จะเปิดโอกาสให้เปิดเทรดตอนที่เทรนจะกลับตัวจากเทรนขึ้นกลายมาเป็นเทรนลง ดูตรงส่วนที่บอกว่าเทรนขาขึ้นจนราคาไปทำ Higher High ได้ที่เลข 1 เป็นปกติของเทรนขาขึ้นที่ราคาต้องเบรค High ก่อนแล้วทำ High ใหม่ได้ แล้วก็จะเทรดการย่อตัวหรือจุดที่ราคามาทำ Higher Low ดังนั้น Higher High แต่ละที่ๆ เกิดขึ้นถือว่าเป็นแนวต้าน (Resistance) และ Higher Low ถือว่าเป็นแนวรับ (Support) แบบอัตโนมัติ การที่ราคาทำ High ที่เลข 1 และย่อตัวลงมาตรงที่ราคาเบรคถือว่าเป็นเรื่องปกติของการทำเทรนขาขึ้น เทรดเดอร์ก็จะเทรดทางขึ้นเป็นหลักเพราะ Buyers ยังคุมตลาดอยู่ดูจาก price structure ถึงตอนนี้ แต่ข้อมูลเริ่มเปลี่ยนเมื่อราคามาถึงเลข 2 ที่ราคาไม่สามารถเบรคและขึ้นไปทำ High ใหม่ได้ ที่เลข 2 เป็นสัญญาณแรกที่บอกถึง Selling pressure เข้ามาเพราะไม่สามารถเบรคได้ ราคายังถูกดันลงมา และราคามาวิ่งอยู่ในกรอบ เพราะไม่สามารถเบรค Low หรือ support ได้ แต่ที่เห็นชัดเจนคือ Selling pressure พอราคาขึ้นไปที่เลข 3 อีกราคาก็ยังไม่สามารถเบรคได้ พื้นที่เลข 1 2 และ 3 อยู่พื้นที่เดียวกันหมด สุดท้ายราคาลงมาและเบรค Support ด้านล่างได้ ถือว่าเป็นการยืนยัน Tripple Top สิ่งที่เห็นคือเมื่อราคาเบรค Low ราคาจะลงอย่างรวดเร็ว เพราะ stop orders ที่อยู่ด้านล่างพื้นที่ Support ทั้งที่มาจาก stop loss ของเทรดเดอร์ที่เปิด long positions ตอนราคาวิ่งอยู่ในกรอบ และมาจากเทรดเดอร์ที่เปิดด้วยหลักการ Breakout ก็จะกำหนด sell stop ออเดอร์พื้นที่เดียวกันกับ stop loss


มีอีกรูปแบบชาร์ตที่เกี่ยวกับ 3 Highs แบบ Triple Tops คือ Head and Shoulders  ต่างกันที่ Top เลข 2 ถ้าเป็น HS ราคาก็จะเบรคขึ้นไปก่อนแล้วลงมา เมื่อมองตรรกะที่อยู่เบื้องหลัง จะไม่ต่างกันมากเท่าไร ถ้าเข้าใจเรื่องของ liquidity ที่อยู่ในรูปแบบชาร์ตพวกนี้ เพราะขาใหญ่ก็จะใช้รูปแบบชาร์ตเพื่อปั่นราคาเป็นหลัก เมื่อพวกเขาปั่นเสร็จ รูปแบบค่อยชัดเจน รูปแบบชาร์ตยืนยันก็ต่อเมื่อมีการเบรคเกิดขึ้น

สิ่งต้องระวังเมื่อจะเทรด Triple Top

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อเกิด Triple Top ขึ้นมาคือ รูปแบบโครงสร้างชัดเจน นั่นหมายความว่าราคาได้วิ่งไปเยอะแล้ว ราคาได้เบรค Support ไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะเป็นการช้าไปที่จะเปิดเทรด เปิดด้วยการวิ่งตามการเทรดลงมา หรือถ้าจะเปิดเทรดตรงที่ Support ก่อนที่ราคาจะเบรคแบบไม่มีหลักการ ฝ่าย Buyers อาจดันขึ้นมาได้อีก

จะเทรด Triple Top อย่างไร


จากภาพประกอบด้านบน ได้เสนอวิธีการเทรด Triple Top มา 4 แบบด้วยกัน เพราะต้องไม่ลืมว่าการเทรด อาจเป็นเปิดเทรดตอนที่รูปแบบชาร์ตยังไม่ยืนยัน เพราะถ้ายืนยันแล้วราคาก็วิ่งไปไกลแล้ว เป็นการอ่าน price structure หรือ market structure ประกอบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิด และใช้ความรู้เรื่องออเดอร์และเทรดเดอร์ วีธีการแรกเปิดเทรดเมื่อเห็น False Break หรือ Stop hunt เพราะขาใหญ่เมื่อจะเข้าเทรดก็จะมองดูว่ามี Liquidity มากพอที่พวกเขาต้องการจะเข้าเทรดหรือเปล่า ตรงพื้นที่ stop orders คือพื้นที่มี Liquidity อยู่ในตลาดอยู่แล้ว และพวกเขารู้ว่าอยู่ตรงไหนเลยดันราคาไปแตะเพื่อเข้าเทรดที่ราคาดีกว่า ที่เลข 1 คือการเข้าเทรดด้วยหลักการแบบ Stop hunt เพราะราคาเหมือนจะเบรคขึ้นไป แต่พอขึ้นแล้วลงมาเลยยืนยันว่าเป็น Stop hunt หรือ False Break จุดประสงค์เพื่อเข้าเทรดที่ราคาดีกว่า ไม่งั้นไม่เกิดขึ้นเพราะเทรดเดอร์ที่สามารถดันราคาให้เบรคขึ้นไปแล้วดันลงมาทันทีได้ ต้องเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดด้วยจำนวนมากพอที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ การเปิดเทรดหลังบาร์ Bearish ยาวๆ เกิดขึ้นตรงที่เลข 2 เมื่อเห็นราคาวิ่งอยู่ในกรอบมา 3 รอบ และ High ครั้งที่ 3 ราคาไม่สามารถเบรคและไปต่อได้ ลงมาอย่างรวดเร็วบอกถึง selling pressure และ weakness of buyers ไปด้วย  และมี Buildup เกิดขึ้น เปิดโอกาสให้เปิดเทรดก่อน Breakdown จะเกิดขึ้นและพื้นที่ Buildup ทำให้เห็นว่าจะกำหนด Stop loss ตรงไหนชัดเจน

การเทรดแบบที่ 3 หลังจากที่เห็นราคาได้เบรค มักจะเห็นมีการกลับมาทดสอบการ Breakout อย่างรวดเร็วประจำ เลยเปิดโอกาสให้เปิดเทรดได้ แต่ถ้าเป็นการเบรคที่แรงๆ โอกาสเทรดนี้มักจะไม่เกิดขึ้น เพราะ stop orders ที่มาจาก stop loss และ sell stop ตรงพื้นที่ support เยอะมากเลยดันราคาไปได้เร็ว

การเทรดแบบสุดท้าย แบบ First Pullback เป็นการเทรดที่ง่ายและชัดเจนสุด เพราะทุกอย่างเปิดเผยหมดว่าขาใหญ่เข้าเทรดจริง  การที่ราคากลับมาจุดที่ราคาเบรคหรือยืนยัน Triple Top ก็จะเปิดโอกาสให้เทรดอีกรอบ เพราะข้อมูลที่ตลาดส่งออกมาชัดเจน อย่างแรกเทรดเดอร์ที่ติดอยู่ในกรอบ Triple Top ที่เปิด Long positions กลุ่มนี้ถ้าไม่ได้กำหนด stop loss ตอนที่ราคาเบรคลงไป พอราคากลับมาอีกรอบ ถ้าราคาไม่ขึ้นไปต่อก็จะออกเป็นหลัก เพราะไม่อยากติดลบอีก การออกก็จะทำให้เกิด Sell market orders ตรงนั้น และเทรดเดอร์ที่เข้าหรือ Trend Traders ก็เห็นพื้นที่ว่าจะเข้าเทรดตามเทรนตรงไหน ก็จะหันมาเปิดเทรด Sell พื้นที่ตรงนั้นเป็นหลักด้วย และมักจะเป็นพื้นที่ที่ขาใหญ่เข้าเทรดอีกรอบด้วย เลยมีความเป็นไปได้สูงที่ Sell market orders จะเกิน buy orders เลยจะทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ที่จะดันราคาลงไปได้ง่าย


 

XM Global Limited