เทคนิคเทรด Forex ด้วยการวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe
การวิเคราะห์ตลาดสำหรับเทรดโดยฉพาะแบบ technical analysis สิ่งจำเป็นที่เทรดเดอร์ทำกันคือการวิเคราะห์ต่าง timeframes เพื่อมองดูทั้งภาพรวมของเทรน ทั้งหา trade setup จุดเข้าเทรดและจุดออกเทรด พร้อมทั้งสัดส่วนในการเทรด ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กันหมด นั่นเลยทำให้เรื่องของการวิเคราะห์หลาย timeframe ประกอบกันเพื่อช่วย และจำเป็นสำหรับเทรดเดอร์อย่างไร
ข้อดีของการวิเคราะห์ชาร์ตเทรดแบบ Multi-timeframes การวิเคราะห์ชาร์ตแบบหลายชาร์ตหลาย timeframe ประกอบกัน ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของภาพรวมและสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ท่านสามารถมองเห็นทั้งสองส่วนตลอด ท่านสามารถประยุกต์ใช้ข้อมูลนี้ให้เข้ากับหลักการเทรดได้หมดทุกรูปแบบการเทรด เพราะท่านเห็นภาพการเคลื่อนไหวของราคาหลายมิติเวลา อย่างภาพประกอบเป็นคู่เงิน GBPUSD ใช้ 3 timeframes ประกอบกันมี H1, H4 และ D4 หรืออาจบอกว่าท่านสามารถมองเห็นตำแหน่งที่ท่านต้องการเทรด ว่าอยู่ส่วนไหนของ timeframe ใหญ่ขึ้น ช่วยให้ท่านมั่นใจได้ว่าจุดที่ท่านเทรดหรือ trade setup ที่ท่านกำหนดและเข้าเทรด สัมพันธ์กับภาพใหญ่ขึ้น หรือเทรน หรือ Momentum ที่ท่านกำหนดเป็นกรอบ
อย่างกรณีภาพคู่เงิน GBPUSD เช่นวิเคราะห์แบบหากรอบภาพรวมหรือ major move ก่อน ก็จะใช้ timeframe ใหญ่เป็นหลัก ใช้ H4 และ D1 ที่เป็นไปทางเดียวกัน ตัว H4 ก็จะย่อยลงมาเพื่อยืนยัน D1 อีกที ตรงส่วนนี้คือการหากรอบภาพรวมหรือกรอบ trend หรือกรอบ momentum เพื่อจะหา trade setup ให้สัมพันธ์กับกรอบนี้ เช่นตามตัวอย่างเป็นการเทรดวิเคราะห์ technical analysis แบบแกะรอยขาใหญ่ว่าเทรดตรงไหน แล้วเมื่อราคากลับมาก็หาโอกาสเทรดตามตอนที่พวกเขาต้องการเปิดเทรดเพิ่ม และยังใช้ประโยชน์จาก trapped traders ที่อยู่ในตลาดอีกด้วย พร้อมทั้งสัดส่วน risk:reward ที่มากพอก็จะทำให้ความเป็นไปได้สูงและสามารถทำกำไรได้มากพอ
เริ่มที่ชาร์ต D1 ท่านจะเห็นว่าราคายังวิ่งอยู่ในกรอบ เป็นช่วงที่ขาใหญ่สะสม positions ในตลาด แต่เนื่องจากคู่เงิน GBPUSD ระยะ pips ต่อการเคลื่อนมีมากพอ เช่นอย่างที่ตัวอย่างที่เห็น impulsive move เปิดขึ้นชัดเจน แม้ภาพ D1 จะอยู่ในกรอบ แต่มองทั้ง impulsive move และชาร์ต H4 ประกอบกัน และวัดระยะการเคลื่อนมากถึง 88 บีบ มากพอที่จะเทรดและทำกำไรได้ และเมื่อท่านมองที่ชาร์ต H4 และ H1 จะเห็นว่าขาใหญ่เข้าเทรดอย่างชัดเจนเพราะ impulsive move เกิดขึ้นได้เนื่องจากเป็นการเข้าเทรดของขาใหญ่ เพราะ impulsive move คือคำตอบของคำถามต่อไปนี้
• คำถามแรกคือ เทรดเดอร์กลุ่มไหนที่เปิดเทรดแล้วสามารถดันราคาสวนเทรนได้ เพราะมองทางช้ายท่านจะเห็นว่าเป็นเทรนลง และยังสามารถเอาชนะพื้นที่ supply/resistance ได้ด้วย
• คำถามที่สองคือ เงื่อนไขอะไรที่ทำให้ขาใหญ่อยากเปิดเทรด เนื่องจากการเทรดเป็นการจับคู่ (match-and-fill) การเปิดเทรดหรือการออกเทรดจะเกิดขึ้นได้ต้องมีออเดอร์ฝั่งตรงข้ามเสมอ เงื่อนไขของเทรน เปิดโอกาสให้ขาใหญ่ได้เปิดเทรดด้วยเงื่อนไขที่ดี
• ถ้าฝั่งที่เปิดเทรดได้กำไรอะไรเกิดขึ้น – ต่อจากคำถามที่สอง เมื่อขาใหญ่เปิดเทรดพวกเขาจะได้กำไร เทรดเดอร์ที่เทรดตามเทรนส่วนมากก็จะเป็นรายย่อย ก็จะเป็นฝ่ายที่ทำให้ขาใหญ่ได้กำไร
• แล้วราคาจะขึ้นหรือลงเพราะอะไร – เพราะเกิดความไม่สมดุลย์ระหว่างออเดอร์ที่มาจาก sellers และ buyers ที่ราคาและเวลานั้นๆ นั่นเลยบอกว่าตรงนั้นเป็น Impulsive move ที่บอกว่าขาใหญ่เข้าเทรด และภาพด้านบนคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา
Multi-timeframe analysis ช่วยให้เห็นความเป็นไปได้สูงสำหรับ trade setupเนื่องจากหลายชาร์ตทำให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ดี เลยทำให้การวิเคราะห์แบบ multi-timeframes ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ในการเทรด ทำให้หาพื้นที่ trade setup ได้ง่าย ไม่ว่าจะเทรดตามเทรนหรือเทรดสวนเทรนก็สามารถเห็นความเป็นไปได้ง่าย
ตัวอย่างภาพด้านบนเริ่มที่ชาร์ต D1 ที่มีเลข 1 ดูตรงที่บอกว่า key change ได้เงื่อนไขที่บอกว่า impulsive move ตามที่อธิบายด้านบนหรือเปล่า นั่นหมายความว่าท่านจะเห็นร่องรอยว่าขาใหญ่เข้าเทรดตรงไหน มองมุม order flow ตรงที่เกิด key change ทำให้เกิด เทรดเดอร์ที่เทรด short ก่อนที่ราคาเบรค พอราคาเบรคกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ติดลบทั้งหมด ถ้าไม่ได้ออกด้วย stop loss และสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เทรดเดอร์ที่รอเข้าหาโอกาสเทรดไปทางนั้นเมื่อราคากลับมา และขาใหญ่ก็จะหาโอกาสเพิ่มการเข้าเทรดอีกรอบที่พื้นที่ราคาเดียวกัน เงื่อนไขที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อมีขาใหญ่มีส่วนรวมด้วย เลยตามมาด้วยความเป็นไปได้สูงที่จะเกิด buy orders มากกว่า ก็จะทำให้ราคาขึ้นได้ง่ายกว่า
และการวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe ยังช่วยให้เห็นว่าจะเทรดตรงไหนและเวลาไหนด้วย
จากตัวอย่างด้านบน นอกจากการวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe ให้ท่านเห็นภาพรวมตลอดที่เกิดขึ้น และยังบอกจุดว่าท่านควรกำหนด trade setup และเข้าเทรดตรงไหนได้ดีอีกด้วย พื้นที่ Key change ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่บอกและยังมี trapped traders เกิดขึ้นอีกด้วย เมื่อมองย้อนมาทางช้ายมือเกินจุดที่ราคาเบรคขึ้นไปมาอีก จะเห็นว่าเป็นพื้นที่แนวรับ-แนวต้านเก่าที่ชาร์ตบอกว่าดีด้วย เทรดเดอร์ต่างๆ ที่รอเข้า ไม่ว่าจะเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดแนวรับ-แนวต้าน เทรด demand/supply, เทรดFibonacci Retracements ก็จะเห็นสิ่งนี้หมด และที่สำคัญเทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาดโดยเฉพาะกลุ่มที่ถือ short ก็เห็นตรงนี้เช่นกัน นั่นเลยทำให้พื้นที่ที่บอกว่า Buy ในชาร์ต H1 ทำงานดี และในกรอบนั้นจะเห็นว่ามี stop hunt เกิดขึ้นด้วย เพราะเป็นเรื่องปกติ เมื่อขาใหญ่จะเข้าเทรดอีกรอบ พวกเขาก็จะใช้ stop loss จากเทรดเดอร์ที่เปิดเทรดก่อน เพื่อทำให้ราคาดันลงไปหา buy limit orders ของพวกเขาด้านล่าง