จากตัวชี้วัดการทดลองที่ถูกใช้เพื่อวัดปริมาณและคุณภาพของกิจกรรมบนเครือข่าย bitcoin ที่สูงกว่า 28 สัปดาห์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ส่งสัญญาณสำหรับการปรับขึ้นราคาล่าสุดของ cryptocurrency ซึ่งอาจจะเป็นแรงผลักดันพื้นฐานมากกว่าที่คาด
การยื่นข้อเสนอครั้งแรกสำหรับจำนวนธุรกรรมต่ออัตราส่วนที่อยู่ที่มีการใช้งาน ซึ่งถูกเสนอโดยผู้ก่อตั้ง CoinDesk และ Pugilist Ventures ผู้ก่อตั้ง Chris Brookins ได้แบ่งปริมาณธุรกรรมที่มีการปรับตลอด 24 ชั่วโมง(USD) โดยจำนวนที่อยู่ที่กำลังใช้งาน เพื่อระบุจำนวนที่อยู่ในการทำธุรกรรมต่อวันโดยเฉลี่ย
หาก TAAR สูง นั่นหมายถึง ผู้ใช้แต่ละคนกำลังทำธุรกรรมด้วยมูลค่าที่สูง หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า ปริมาณของเครือข่ายนั้นสูงเมื่อเทียบกับคุณภาพในจำนวนเท่าใด เมื่อปริมาณและคุณภาพของเครือข่ายบิทคอยน์อยู่ในระดับสูง แล้วใครจะคาดหวังว่าจะเกิดปฏิกิริยาเชิงบวกในตลาดของบิทคอยน์ ในทางกลับกันเมื่อพบว่าอัตราส่วนนั้นต่ำตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2556 ซึ่งจากชุดข้อมูลที่เก่าแก่ที่สุดที่มี ทาง Coinmetrics ได้พิสูจน์แล้วว่า กรณีนี้นั้นเกิดจากราคาบิทคอยน์นั้นจะเข้าสู่แนวโน้มที่ยั่งยืน และเมื่อมันมาพร้อมกับแนวโน้ม TAAR ที่ไปในทิศทางเดียวกัน
ดังที่แสดงไว้ข้างต้น bitcoin สามารถหลบหนีตลาดหมีในปี 2558 เมื่อกิจกรรมเครือข่ายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก TAAR แต่ในที่สุดก็ล้มเหลวจากการตั้งราคาต่ำสุดใหม่พร้อมกับราคาของ bitcoin และเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น
ซึ่งหากมองจากแง่มุมนี้ จึงได้เพิ่มการตรวจสอบขั้นพื้นฐานเพื่อเพิ่มการเติบโตของราคา bitcoin ในขณะนั้น ซึ่งมักจะตกเป็นเหยื่อของการเก็งกำไรที่บริสุทธิ์
และที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ TAAR ของ bitcoin จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง พร้อมกับราคาในรูปแบบที่คล้ายกับที่เห็นในตอนท้ายของตลาดหมีก่อนหน้านี้ และหากจะแนะนำการเติบโตของราคา Bitcoin ล่าสุด คาดว่าอาจจะมีความยั่งยืน ตราบใดที่กิจกรรมเครือข่ายยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีการแก้ไขราคา และสิ่งที่ควรจะกังวลคือ เมื่อ TAAR สูญเสียระดับความสูงอย่างมีนัยสำคัญ
ในตอนนี้ขนาดตัวอย่างนั้นค่อนข้างเล็ก มีเพียงแค่หกปี ดังนั้นการรวมตัวชี้วัดนี้ในการวิเคราะห์กับตัวชี้วัดอื่นๆจะเกิดผลลัพธ์ที่นำไปสู่การหลีกเลี่ยงสัญญาณค่าผิดปกติ แต่อย่างไรก็ตาม TAAR ได้แสดงการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมเครือข่าย bitcoin ที่ไม่ได้เห็นในช่วงหลายเดือนที่่ผ่านมา สำหรับการเชื่อมต่อกับระดับราคา
แปลและเรียบเรียงโดย Traderider News
ที่มา : Coindesk