Toggle navigation
หน้าแรก
โบรกเกอร์ เทรดทองคำ
Indicator เทรดทองคำ
ราคาทองคำไทยวันนี้
Rebate Gold
กองทุนทองคำ SPDR
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
กองทุน SPDR Gold Shares
ประจำวันที่
เวลา
ครั้งที่
ก่อนหน้า
ถือล่าสุด
เปลี่ยนแปลง
-
-
-
-
-
รวมวันนี้
-
เดือนนี้
-
:
ปีนี้
:
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share
คลิกดูสถิติ SPDR ย้อนหลัง >>
ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
ประจำวันที่
ครั้งที่
เวลา
น.
ชนิดทองคำ
รับซื้อ
ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5%
-
-
ทองรูปพรรณ 96.5%
-
-
รวมวันนี้
-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด
-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ
คลิกดูราคาทองย้อนหลัง >>
Track all markets on TradingView
กลุ่มนักเทรดทองคำ นักลงทุนทองคำ อันดับ 1 ในไทย
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด ทองคำ
บทเรียนการเทรดทองคำ
ประโยชน์และโทษของ TrendlineChannel ที่เราอาจจะมองข้ามไป
พิมพ์
หน้า:
[1]
ประโยชน์และโทษของ TrendlineChannel ที่เราอาจจะมองข้ามไป
0 replies
2,258 views
402เทรดเดอร์สายเขียว
10,926
ประโยชน์และโทษของ TrendlineChannel ที่เราอาจจะมองข้ามไป
«
เมื่อ:
26, กรกฎาคม 2017, 02:54:57 PM »
ประโยชน์และโทษของ TRENDLINECHANNEL ที่เราอาจจะมองข้ามไป
พูดถึง Trendline Channel เทรดเดอร์ส่วนมากน่าจะรู้จักเครื่องมือชนิดนี้ดี แต่หลายๆท่านอาจจะมองข้ามประโยชน์ หรือ โทษ ของมันแม้แต่เทรดเดอร์หลายๆท่านที่เทรดมาหลายปีบางท่านก็ไม่เคยนึกถึง
เรามาดูหน้าตามันก่อนดีกว่าครับ ว่ามันหล่อเหลาขนาดไหน
ภาพด้านบนเป็นตัวอย่างเครื่องมือ Trendline channel คร่าวๆนะครับ
ในบทความนี้ผมจะไม่ขอพูดถึงวิธีการตีเส้นนะครับว่าต้องตีเส้นยังไง แต่มาพูดถึงประโยชน์ของการเทรดตามแนวโน้มและโทษของการสวนเทรน บางข้อที่หลายๆท่านอาจจะมองข้ามไปกันครับ
ประโยชน์ในการเทรดตามแนวโน้ม
ตัวอย่างในการหาจุดเข้าจุดออก
หากมองภาพด้านบนบางท่านอาจจะคิดว่า มันก็ไม่เห็นมีอะไรนิ มาดูกันครับว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ในภาพ
หากท่านใช้เส้น Channel เป็นจุดที่ใช้ในการ TP หรือ SL จากภาพด้านบนถ้าเราวัดระยะเป็นแนวตั้ง จะได้ระยะคาดหวังประมาณ 2พันจุด แต่....
ความจริง
ความเป็นจริงนั่นคือ มีโอกาสน้อยมากที่ราคาจะวิ่งเป็นแนวตั้งแรงๆแล้วมาชนเส้น TP SL ให้เรา กว่าราคาจะมาชนเส้นได้นั้นมันจะวิ่งออกข้างไปเรื่อยๆเสมอ นี่คือข้อได้เปรียบของเราหากเราเข้าออเดอร์ตามแนวโน้มของ Channel ที่เราตีเส้นไว้ เพราะราคายิ่งวิ่งนาน ระยะ TP เราก็จะยิ่งไกลขึ้นเรื่อยๆ เพราะเส้นมันเอียงลงมาเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน จุด SL เรานั่นคือเมื่อราคาหลุดเส้นบนขึ้นไป ก็จะเลื่อนต่ำลงมาตามราคาเรื่อยๆเช่นกัน เป็นเสมือน TraillingStop ให้เราไปโดยอัตโนมัติเลยทีเดียว ซึ่งต่างจากการเทรดด้วยแนวรับแนวต้านที่เป็นเส้นแนวนอนอย่างสิ้นเชิง เพราะการใช้แนวรับแนวต้านที่เป็นเส้นแนวนอนนั้น ข้อดีคือเราได้ราคาเข้าออเดอร์ที่ชัดเจน สามารถตั้ง pending order ได้เลย และเราจะรู้จุด tp sl ที่ชัดเจน แต่เส้น channel นั้นเราจะไม่สามารถตั้ง pending order ได้เพราะราคาจะปรับเปลี่ยนไปตามการวิ่งของกราฟ ซึ่งอาจจะต้องใช้ EA มาช่วยในการตั้ง pending order ตามเส้นให้เรา
มาดูโทษของการสวนเทรนกันบ้างครับ
จากภาพด้านบนจะเห็นว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น หากเราเข้าเซลแล้วราคาวิ่งลงมาหาจุด tp 1 ตามที่เราคาดหวังไว้ก็ดีไป แต่ ถ้าราคาไม่ลงมาล่ะ แล้วไปชน TP บริเวณ จุดที่ 2 หรือ จุดที่ 3 , 4 , 5 ล่ะ เราจะเห็นว่ายิ่งราคาลงมาหาเส้น TP เรายิ่งช้าเท่าไหร่ ระยะ TP เราจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆๆๆ จนสุดท้ายจุดที่ราคาชนเส้นอาจจะกลายเป็นจุดที่เราขาดทุนแทนไปเลยก็ได้
ผมหวังว่าหลายๆท่านจะเห็นภาพนะครับว่าไอ้คำว่า ราคายังไงสุดท้ายก็ต้องมาชนเส้น trendline หรือ สุดท้ายก็ต้องมาชน EMA ที่พูดกันมันจริงครับ แต่จังหวะที่มันกลับมาชนนั่นเราจะขาดทุนหรือกำไรล่ะครับ
บันทึกการเข้า
พิมพ์
หน้า:
[1]
ติดตามตลาดทั้งหมดได้บน TradingView
ในการใช้งานเว็บไซต์ traderider.com ท่านได้ยอมรับ
ข้อตกลงเกี่ยวกับคุกกี้
ตกลง