นักเศรษฐศาสตร์เตือน! นโยบาย "ทรัมป์" เสี่ยงจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุด (Mother of All Recessions)ในขณะที่การเมืองสหรัฐฯ กำลังร้อนระอุ ทั่วโลกต่างจับตามองการกลับมาของ
โดนัลด์ ทรัมป์ แต่อีกด้านหนึ่งในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ กลับมองเห็นสัญญาณอันตรายที่น่าสะพรึงกลัว โดยมีการออกมาเตือนว่า แผนเศรษฐกิจของทรัมป์อาจนำโลกไปสู่
"Mother of all recessions" หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ทำไมนโยบายของทรัมป์ถึงถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงระดับโลก และเราควรเตรียมรับมืออย่างไร
1. เมื่อนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" อาจทำเศรษฐกิจพังก่อนหัวใจหลักของความกังวลนี้มาจากนโยบาย
"Protectionism" หรือ ลัทธิกีดกันทางการค้า ที่รุนแรงกว่าเดิม นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า หากทรัมป์ได้กลับมาดำรงตำแหน่ง เขาจะผลักดันมาตรการกำแพงภาษีมหาโหด ซึ่งรวมถึง:
- การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 10-20%
- การเก็บภาษีสินค้าจากจีนสูงถึง 60%
มองเผินๆ เหมือนจะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ในความเป็นจริง นี่คือการ
"ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง" เพราะต้นทุนสินค้าจะพุ่งสูงขึ้นทันที และภาระทั้งหมดจะตกอยู่ที่ผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ภาวะ Stagflation: ฝันร้ายที่รุนแรงกว่าปี 2008สิ่งที่น่ากลัวกว่าการถดถอยธรรมดา คือภาวะที่เรียกว่า
"Stagflation" (เศรษฐกิจชะลอตัว + เงินเฟ้อสูง) นักวิเคราะห์ชี้ว่า นโยบายลดภาษีคนรวยแต่เพิ่มภาษีนำเข้า จะทำให้เกิด
Supply Shock หรือภาวะชะงักงันด้านอุปทาน
เมื่อของแพงขึ้นแต่คนไม่มีกำลังซื้อ เศรษฐกิจจะไม่โต แต่เงินเฟ้อกลับพุ่ง สิ่งนี้จะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตกที่นั่งลำบาก หากจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้เงินเฟ้อ เศรษฐกิจก็จะพัง แต่ถ้าลดดอกเบี้ย เงินเฟ้อก็จะยิ่งลอยตัว นี่คือกับดักทางเศรษฐกิจที่นักวิชาการเรียกว่า "วิกฤตที่เลวร้ายกว่าปี 2008"
3. ผลกระทบต่อแรงงานและห่วงโซ่อุปทานอีกหนึ่งนโยบายที่เป็นประเด็นคือ
การเนรเทศแรงงานต่างด้าว ครั้งใหญ่ ซึ่งทรัมป์ประกาศว่าจะทำทันที หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลให้:
- ขาดแคลนแรงงานในภาคบริการและอุตสาหกรรม
- ค่าจ้างแรงงานพุ่งสูงขึ้น (Wage-Price Spiral)
- ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอีกระลอก
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งทะยาน และแน่นอนว่าเมื่อพี่ใหญ่อย่างสหรัฐฯ ไอ ทั่วโลกก็ต้องเป็นหวัดตามไปด้วย
4. ผลกระทบต่อไทยและทั่วโลกหากเกิด
"Mother of all recessions" จริง ประเทศไทยในฐานะประเทศพึ่งพาการส่งออกจะได้รับผลกระทบโดยตรง:
- การส่งออกชะลอตัว: กำแพงภาษีจะทำให้สินค้าไทยส่งออกยากขึ้น
- ค่าเงินผันผวน: ดอลลาร์อาจแข็งค่าหรือผันผวนหนัก ทำให้การบริหารจัดการยากลำบาก
- เงินทุนไหลออก: นักลงทุนอาจเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่เพื่อถือเงินสด
สรุป: เตรียมพร้อมรับแรงกระแทกคำเตือนเรื่อง "โคตรวิกฤตเศรษฐกิจ" ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แม้จะเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า นโยบายที่เปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลกอย่างกะทันหัน มักตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนมหาศาลเสมอ
นักลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์เลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด กระจายความเสี่ยง และเตรียมสภาพคล่องให้พร้อม เพราะในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่
"ความไม่แน่นอน คือความแน่นอนที่สุด"