กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

กูรูเศรษฐกิจเตือน! นโยบายทรัมป์อาจจุดชนวน มหาวิกฤตเศรษฐกิจ (Mother of All Recessions) ที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ

  • 0 replies
  • 51 views
*

admin

  • 85,880

กูรูเศรษฐกิจเตือน! นโยบาย "ทรัมป์" อาจจุดชนวน "มหาวิกฤตเศรษฐกิจ" (Mother of All Recessions) ที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ

ในขณะที่การเลือกตั้งสหรัฐฯ กำลังร้อนระอุ อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองด้วยความกังวลคือ ทิศทางเศรษฐกิจหาก "โดนัลด์ ทรัมป์" ได้กลับมานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้ง ล่าสุด นูเรียล รูบินี (Nouriel Roubini) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเจ้าของฉายา "Dr. Doom" ผู้ที่เคยทำนายวิกฤตการเงินปี 2008 ได้อย่างแม่นยำ ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ที่อาจสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก

บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญว่าทำไมแผนเศรษฐกิจของทรัมป์ ถึงถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงระดับ "Mother of All Recessions" และส่งผลกระทบอย่างไรต่อทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต



1. ความเสี่ยงจากนโยบายภาษีศุลกากร (Tariffs War)

หนึ่งในนโยบายหลักที่ทรัมป์หาเสียงคือการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าที่สูงลิ่ว โดยมีแผนจะเรียกเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้าทุกชนิดที่นำเข้าสหรัฐฯ และอาจสูงถึง 60% สำหรับสินค้าจากประเทศจีน

รูบินี วิเคราะห์ว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่สงครามการค้าธรรมดา แต่มันคือการสร้าง "Stagflationary Shock" หรือ ภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยแต่เงินเฟ้อพุ่งสูง เพราะ:

  • ราคาสินค้าแพงขึ้น: ภาษีนำเข้าจะถูกผลักภาระมายังผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที
  • ห่วงโซ่อุปทานชะงัก: การค้าระหว่างประเทศจะหยุดชะงัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทั่วโลก
  • เงินเฟ้อกลับมาระบาด: เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะจัดการกับเงินเฟ้อได้ยากขึ้นกว่าเดิม



2. นโยบายกีดกันแรงงานข้ามชาติ กับภาวะขาดแคลนแรงงาน

อีกหนึ่งนโยบายที่แข็งกร้าวคือการเนรเทศแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล แม้จะดูเป็นผลดีในมุมมองความมั่นคง แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ รูบินีมองว่านี่คือหายนะของภาคการผลิตและบริการ

เมื่อแรงงานราคาถูกหายไปจากระบบอย่างกระทันหัน จะเกิดภาวะ:

  • ค่าจ้างพุ่งสูงขึ้น (Wage Inflation): นายจ้างต้องขึ้นค่าแรงเพื่อแย่งชิงคนทำงาน ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าแพงขึ้นอีกทอดหนึ่ง (Wage-Price Spiral)
  • เศรษฐกิจชะลอตัว: ภาคธุรกิจขาดแคลนคนทำงาน ทำให้ผลิตสินค้าและบริการได้น้อยลง กดดัน GDP ให้ต่ำลง



3. การแทรกแซงธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับเสถียรภาพทางการเงินคือ แนวคิดของทรัมป์ที่อาจต้องการลดความเป็นอิสระของ Fed หากประธานาธิบดีสามารถสั่งลดดอกเบี้ยได้ตามใจชอบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นโดยไม่สนเงินเฟ้อ:

  • ความเชื่อมั่นพังทลาย: นักลงทุนจะหมดความเชื่อถือในค่าเงินดอลลาร์
  • เงินเฟ้อคุมไม่อยู่: หากดอกเบี้ยถูกกดให้ต่ำเกินจริงในขณะที่เงินเฟ้อสูง จะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ในระยะยาว



4. ภาวะ Stagflation ที่รุนแรงกว่ายุค 1970

รูบินี เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่าอาจเลวร้ายยิ่งกว่าวิกฤตน้ำมันในยุค 1970 เพราะปัจจุบันโลกมี "หนี้สิน" ท่วมหัว ทั้งหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชน

หากเกิดภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจฝืดเคือง + เงินเฟ้อสูง) ธนาคารกลางจะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก:
🔴 จะขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อ ก็กลัวเศรษฐกิจพังและหนี้เสียระเบิด
🔴 จะลดดอกเบี้ยช่วยเศรษฐกิจ ก็กลัวเงินเฟ้อพุ่งจนคุมไม่อยู่

นี่คือส่วนผสมที่รูบินีเรียกว่า "Mother of All Recessions" หรือวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุด ที่อาจทำให้ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และเศรษฐกิจจริง พังทลายลงพร้อมกัน



บทสรุปสำหรับนักลงทุน

คำเตือนของ Dr. Doom ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม แม้จะเป็นเพียงการคาดการณ์กรณีที่เลวร้ายที่สุด (Worst-case Scenario) แต่หากนโยบายเหล่านี้ถูกนำมาใช้จริง ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่ในสหรัฐฯ แต่จะส่งแรงกระเพื่อมมาถึงเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก ทั้งในเรื่องของการส่งออก อัตราแลกเปลี่ยน และภาวะเงินเฟ้อ

การเตรียมพร้อมรับมือความผันผวน การกระจายความเสี่ยง และการติดตามนโยบายเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในช่วงเวลานี้
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited