กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นักเศรษฐศาสตร์เตือน นโยบายทรัมป์เสี่ยงจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจครั้งมโหฬาร เตรียมรับมือ Mother of All Recessions

  • 0 replies
  • 49 views
*

admin

  • 85,876

🔥 นักเศรษฐศาสตร์เตือน! นโยบาย "ทรัมป์" เสี่ยงจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจครั้งมโหฬาร เตรียมรับมือ "Mother of All Recessions"

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองสหรัฐฯ ที่กำลังร้อนแรง อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนและทั่วโลกต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ "นโยบายเศรษฐกิจ" ของ โดนัลด์ ทรัมป์ หากเขาได้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่า แผนการของทรัมป์อาจนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า "Mother of All Recessions" หรือแม่แห่งการถดถอยทั้งปวง

บทความนี้จะพาเจาะลึกถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้โลกต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหม่ หากนโยบายเหล่านี้ถูกนำมาใช้จริง




📌 1. กำแพงภาษีมหาโหด: จุดเริ่มต้นของสงครามการค้าภาคใหม่

หัวใจหลักของความกังวลอยู่ที่แผนการขึ้นภาษีนำเข้า (Tariffs) แบบสุดโต่ง ทรัมป์ได้ประกาศแนวคิดที่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตรา 10-20% และมาตรการขั้นเด็ดขาดสำหรับสินค้าจากจีนที่อาจโดนกำแพงภาษีสูงถึง 60%

นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่การปกป้องผู้ผลิตในประเทศ แต่คือการ "ทำลายห่วงโซ่อุปทานโลก" (Global Supply Chain) อย่างรุนแรง ผลกระทบที่จะตามมาทันทีคือ:
  • ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น: ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
  • สงครามการค้าตอบโต้: ประเทศคู่ค้าทั่วโลกย่อมไม่อยู่เฉย และจะออกมาตรการตอบโต้ทางภาษี ซึ่งจะทำให้การค้าโลกชะลอตัวลงทันที
[/size]

📌 2. ความเสี่ยงต่อภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อสูงเศรษฐกิจฝืดเคือง)

สิ่งที่น่ากลัวกว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยธรรมดา คือภาวะที่เรียกว่า "Stagflation" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ "เศรษฐกิจชะลอตัว" และ "เงินเฟ้อพุ่งสูง" นโยบายของทรัมป์มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดสภาวะนี้ เนื่องจาก:
  • ต้นทุนสินค้านำเข้าแพงขึ้น ดันตัวเลขเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอีกครั้ง
  • การกีดกันแรงงานต่างด้าวและการเนรเทศแรงงานผิดกฎหมาย จะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน ค่าจ้างแรงงานพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว (Wage-Price Spiral)
  • ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ แต่การขึ้นดอกเบี้ยก็จะยิ่งซ้ำเติมให้เศรษฐกิจถดถอยรุนแรงยิ่งขึ้น
[/size]

📌 3. หนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณ

อีกหนึ่งเสาหลักนโยบายของทรัมป์คือการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา แม้จะดูเหมือนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในระยะยาว นักวิเคราะห์เตือนว่าจะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ เมื่อรวมกับการใช้จ่ายภาครัฐที่สูงอยู่แล้ว อาจนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นทั่วโลก

📌 4. ผลกระทบต่อไทยและเศรษฐกิจโลก

หาก "Mother of All Recessions" เกิดขึ้นจริงตามคำเตือน ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่ในสหรัฐฯ:
  • ภาคการส่งออกไทย: จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการกีดกันทางการค้าและการชะลอตัวของกำลังซื้อโลก
  • ตลาดการเงินผันผวน: เงินทุนจะไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) กลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยหรือดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินบาทผันผวนหนัก
  • ดอกเบี้ยนโยบาย: ทั่วโลกอาจต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้
[/size]



📊 บทสรุป: ความไม่แน่นอนคือศัตรูตัวฉกาจ

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการคาดการณ์จากนโยบายที่ประกาศออกมา (Campaign Promises) แต่สัญญาณเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์ครั้งนี้ถือว่ามีน้ำหนักและน่ากังวล การเตรียมพร้อมรับมือความผันผวน การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุนในช่วงเวลานี้

โลกกำลังจับตามองว่า ทิศทางลมทางการเมืองสหรัฐฯ จะพัดพาเศรษฐกิจโลกไปในทิศทางใด แต่ที่แน่ๆ หากพายุลูกนี้ก่อตัวขึ้นจริง มันอาจรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เราเคยเผชิญมา

"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited