กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นักเศรษฐศาสตร์เตือน นโยบายทรัมป์เสี่ยงจุดชนวน โคตรภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั่วโลกต้องระวัง

  • 0 replies
  • 52 views
*

admin

  • 85,876

🚨 เตือนภัยเศรษฐกิจโลก! นักเศรษฐศาสตร์ชี้ นโยบาย "ทรัมป์" อาจก่อให้เกิด "Mother of All Recessions" หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยเจอ

เมื่อการเมืองสหรัฐฯ กำลังร้อนระอุ สิ่งที่นักลงทุนและทั่วโลกจับตามองไม่ใช่แค่ว่าใครจะชนะ แต่คือ "นโยบายเศรษฐกิจ" ที่จะตามมา ล่าสุดบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่า หากอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งและผลักดันนโยบายตามที่หาเสียงไว้ เราอาจจะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ

บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญว่าทำไมนโยบายเหล่านี้ถึงน่ากลัว และมันจะกระทบกระเป๋าเงินของเราอย่างไรบ้าง



📌 1. นโยบาย "กำแพงภาษี" (Tariffs) จุดชนวนสงครามการค้า

หัวใจหลักของแผนเศรษฐกิจทรัมป์คือการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าแบบสุดโต่ง โดยมีแผนจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 10-20% และสำหรับสินค้าจากจีนอาจพุ่งสูงถึง 60%

มองเผินๆ เหมือนจะดีต่อการผลิตในประเทศสหรัฐฯ แต่ในความเป็นจริง นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า:
  • ราคาสินค้าพุ่ง: ผู้นำเข้าจะผลักภาระภาษีนี้ไปให้ผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นทันที
  • สงครามการค้า: ประเทศคู่ค้าทั่วโลกจะไม่ยอมอยู่เฉย และจะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ คืน ส่งผลให้การค้าโลกชะงักงัน
  • ห่วงโซ่อุปทานพัง: ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างประเทศจะต้นทุนสูงขึ้นจนอาจอยู่ไม่ได้

📌 2. ความเสี่ยง Stagflation: ของแพงแต่เศรษฐกิจฝืด

สิ่งที่น่ากลัวกว่า "เงินเฟ้อ" คือ "Stagflation" (ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่เงินเฟ้อสูง) นโยบายการกีดกันทางการค้าและการเนรเทศแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก จะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

เมื่อต้นทุนสูง ราคาสินค้าก็แพงขึ้น (เงินเฟ้อ) แต่ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจกลับชะลอตัวจากการค้าระหว่างประเทศที่ลดลง นี่คือส่วนผสมของหายนะที่ธนาคารกลาง (Fed) แก้ไขได้ยากที่สุด เพราะถ้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้เงินเฟ้อ เศรษฐกิจก็จะยิ่งพัง แต่ถ้าลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ ของก็จะยิ่งแพง

📌 3. การพุ่งทะยานของหนี้สาธารณะและดอกเบี้ย

อีกหนึ่งนโยบายคือการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดาแบบถาวร แม้จะดูเหมือนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณมหาศาล

เมื่อรัฐขาดดุล ก็ต้องกู้เงินเพิ่ม ส่งผลให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้น และเมื่อความน่าเชื่อถือลดลง พันธบัตรรัฐบาลจะถูกเทขาย ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบชิ่งไปยังต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก รวมถึงดอกเบี้ยบ้านและสินเชื่อธุรกิจในไทยด้วย

📌 4. นัยสำคัญต่อประเทศไทยและนักลงทุน

คำเตือนเรื่อง "Mother of All Recessions" ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ จาม ทั่วโลกก็จะเป็นหวัด สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก:
  • การส่งออกอาจชะลอตัวหนัก: หากคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษี
  • ความผันผวนของค่าเงิน: ดอลลาร์อาจแข็งค่าหรือผันผวนหนักตามนโยบายดอกเบี้ย
  • ต้นทุนพลังงาน: นโยบายด้านพลังงานของทรัมป์อาจมีผลต่อราคาน้ำมันโลก



✅ สรุป: เตรียมรับมือความไม่แน่นอน

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการคาดการณ์จากฝั่งนักวิเคราะห์ และยังต้องรอดูผลการเลือกตั้งรวมถึงการนำนโยบายไปใช้จริง แต่สัญญาณเตือนนี้ชัดเจนว่า "ความไม่แน่นอน" คือสิ่งที่เราต้องเผชิญ การวางแผนการเงิน กระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน และถือเงินสดสำรองไว้บ้าง จึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในช่วงเวลาที่ฝุ่นตลบเช่นนี้
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited