นักเศรษฐศาสตร์เตือน นโยบายทรัมป์เสี่ยงจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังออกมาเตือนภัยครั้งสำคัญเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลก หากนโยบายของ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง โดยชี้ว่าโลกอาจต้องเผชิญกับ
'แม่แห่งภาวะเศรษฐกิจถดถอย' (Mother of All Recessions) ซึ่งรุนแรงกว่าวิกฤตครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา
ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้นักวิเคราะห์กังวล รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกระเป๋าเงินของนักลงทุนทั่วโลก
สัญญาณอันตราย: ทำไมต้องกังวลกับนโยบายของทรัมป์?คำเตือนล่าสุดจากนักเศรษฐศาสตร์มุ่งเป้าไปที่แผนการทางเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีโอกาสจะกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง โดยเฉพาะนโยบายกีดกันทางการค้าและการปรับโครงสร้างภาษีที่รุนแรง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็น 'ระเบิดเวลา' ทางเศรษฐกิจ
1. กำแพงภาษีมหาโหด (Tariffs War)หัวใจหลักของความกังวลอยู่ที่แผนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าแบบกวาดล้าง (Universal Tariffs) โดยทรัมป์เคยเปรยว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าทุกชนิดในอัตรา 10% และอาจสูงถึง 60% สำหรับสินค้าจากจีน
- ผลกระทบทางตรง: การขึ้นภาษีระดับนี้จะส่งผลให้ต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระราคาสินค้าแพง นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อระลอกใหม่ที่รุนแรงและควบคุมยากกว่าเดิม
2. ความเสี่ยงของภาวะ Stagflationสิ่งที่น่ากลัวกว่าเงินเฟ้อธรรมดา คือภาวะที่เรียกว่า
'Stagflation' (เศรษฐกิจฝืดเคืองแต่เงินเฟ้อสูง) นโยบายลดภาษีคนรวยแต่เพิ่มภาษีนำเข้า จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง (Stagnation) ในขณะที่ราคาสินค้ายังคงพุ่งสูง (Inflation) ซึ่งเป็นฝันร้ายของธนาคารกลางทั่วโลก เพราะเครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่อาจใช้ไม่ได้ผล
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและพันธบัตรหากนโยบายเหล่านี้ถูกบังคับใช้จริง ตลาดการเงินโลกจะเกิดความผันผวนอย่างหนัก
- อัตราดอกเบี้ยอาจพุ่งสูงขึ้น: เพื่อสู้กับเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษี ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจำใจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง หรือปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งจะกดดันตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง
- ความน่าเชื่อถือของพันธบัตร: การขาดดุลการคลังมหาศาลจากการลดแลกแจกแถม อาจทำให้ตลาดพันธบัตรปั่นป่วน นักลงทุนอาจเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่พุ่งชนเพดาน
โลกและไทยต้องเตรียมรับมืออย่างไร?คำเตือนเรื่อง 'Mother of All Recessions' ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนไทย เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก หากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญเกิดวิกฤตและตั้งกำแพงภาษี ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นักลงทุนควรทำอย่างไร?- กระจายความเสี่ยง: ไม่ควรทุ่มเงินลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียว
- จับตานโยบายการเมืองสหรัฐฯ: การเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งหน้าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของทิศทางเศรษฐกิจโลก
- ถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย: ทองคำหรือสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำอาจเป็นหลุมหลบภัยที่ดีในช่วงที่ความไม่แน่นอนสูง
สรุปแม้ว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบสุดโต่งอาจดูหวือหวาและถูกใจฐานเสียงในระยะสั้น แต่ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์มหภาค มันคือสูตรสำเร็จของหายนะ หากคำเตือนนี้เป็นจริง เราอาจได้เห็นวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงจนทำให้วิกฤตปี 2008 ดูเล็กน้อยไปเลยทีเดียว การเตรียมความพร้อมและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนในเวลานี้