กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

เทคนิควิธีเลือก Master XM Copy trading

  • 0 replies
  • 474 views
เทคนิควิธีเลือก Master XM Copy trading
« เมื่อ: 26, สิงหาคม 2024, 10:48:18 AM »
เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีเลือก Master XM Copy trading

ใน Master นับพันเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราควรจะเลือกใครดี เทรดเดอร์หน้าใหม่และมือเก่าที่พึ่งเริ่มเข้ามาลงทุนใน XM Copy เทรดก็มักจะตกใจว่ามันมี Master เยอะแยะเต็มไปหมดแล้วเราจะเลือกใครดี วันนี้ Trade Rider จะมาแนะนำวิธีการเลือก Master Copy trade ให้ตรงใจทุกคนกัน
ก่อนอื่นเลยเรามาดูหน้าแรกของ XM Copy trading กันก่อนเลย เราก็จะเห็นว่าในหน้าต่างด้านบนจะมีหมวดให้เลือกมากถึง 11 หมวด ซึ่งเราสามารถเลือกหมวดที่เราชอบได้เลย

โดยแต่ละหมวดจะเป็นการแนะนำของอัลกอริทึม ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นระดับ Performance และจำนวนผู้ติดตามกลยุทธ์ ระบบจะทำการคัดสรร มาสเตอร์ที่น่าสนใจมาให้เราได้เลือกดู

หมวดที่ 1 แนะนำ
หมวดที่ 2 สุดยอดนักเทรด
หมวกที่ 3 ราชันแห่งคลิปโต
หมวดที่ 4 อัตราทำกำไรสูง
หมวดที่ 5 เงินทุนของตนเองที่สูง
หมวดที่ 6 ความเสี่ยงต่ำ
หมวดที่ 7 ผลขาดทุนต่ำ
หมวดที่ 8 ค่าธรรมเนียมต่ำ
หมวดที่ 9 นิยมมากที่สุด
หมวดที่ 10 รายงานที่จับตามอง
หมวดที่ 11 ทั้งหมด


เราก็สามารถเลือกตามหมวดที่เราต้องการได้เลยแล้วต่อไปเราจะมาดูวิธีการเลือก Master กันก่อนเลยเราจะเห็นข้อมูลเบื้องต้นของมาสเตอร์แต่ละคนที่โชว์ขึ้นมา ได้แก่

ผลตอนแทบ - คือตัวเลขที่บอกว่า Master คนนั้นทำกำไรไปทำไหร่แล้วตั้งแต่เปิดบัญชี
ค่าธรรมเนียม - ค่าธรรมเนียมที่มาสเตอร์เรียบเก็บจากเราหากเราได้กำไร
Win Ratio - อัตราส่วนการชนะ/แพ้
Drawdown - อัตราการขาดทุนสูงสุด
นักลงทุน - จำนวนผู้ติดตาม
Invested - เงินทุนของนักลงทุนที่มาลงทุนกับมาสเตอร์ทั้งหมด
เงินทุนของตนเอง - เงินทุนของ Master
ระดับความเสี่ยง - เป็นตัวเลขที่แสดงระดับความเสี่ยงกลยุทธ์ของมาสเตอร์นั่นๆ

เราสามารถเลือกตามที่ชอบได้เลยถ้าชอบซิ่งๆหน่อยก็เลือกที่ทำผลตอบแทนสูงๆได้เลย ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมอาจจะขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนเพราะมาสเตอร์มีหลากหลายสไตล์มากบางคนเรียกค่าธรรมเนียมเยอะก็จริงแต่ก็ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำก็มีเช่นกัน ในส่วนของ Win Ratio หรืออัตราการแพ้ชนะของ Master ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะให้ความสำคัญหรือเปล่าเพราะเป็นตัวเลขที่บ่งบอกว่ากลยุทธ์ของมาสเตอร์มักมีโอกาสชนะหรือแพ้มากกว่ากัน แต่ส่วนตัวแอดไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่เพราะแอดรู้จักนักลงทุนเก่งๆหลายคนที่ winrate ต่ำมากแต่สามารถทำกำไรสูงๆได้แอดเลยไม่ค่อยสนใจตัวเลขนี้มาก หลักๆเลยที่แอดจะให้ความสำคัญมากๆก็คือ Drawdown เพราะเป็นค่าที่บอกว่า Master คนนั้นเคยขาดทุนสูงสุดเท่าไหร่ของบัญชีในพอร์ทถ้าเปอร์เซ็นสูงมากก็หมายความว่าเราก็มีโอกาสจะขาดทุนหนักแบบนั่นเช่นกัน ในส่วนของจำนวนนักลงทุนก็เป็นข้อมูลที่ควรให้ความสำคัญเช่นกันเพราะการที่มาสเตอร์คนนั่นมีนักลงทุนมาคัดลอกกลยุทธ์เยอะก็อาจหมายความว่าเขาคนนั้นอาจมีระบบทีดีคนถึงได้มาติดตามเยอะนั่นเอง และในส่วนของ Invested หมายถึงจำนวนเงินทั้งหมดที่นักลงทุนใช้ในการลงทุนกับมาสเตอร์คนนี้ถ้าในความหมายนึงก็อาจหมายความว่า master คนนี้มีความน่าไว้วางใจมากนักลงทุนถึงกล้าลงทุนกับเขาเยอะขนาดนี้ ต่อมาคือเงินทุนของตนเองก็มีความสำคัญเช่นกัน
และพอเราสามารถตัดสินใจแล้วว่า Master คนนี้น่าสนใจก็ให้เรากดเข้ามาเพื่อดูข้อมูลเชิงลึกของ Master คนนี้ได้เลย


เราก็จะเห็นข้อมูลเชิงลึกของ Master คนนี้เลยดูได้ว่า เปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell อยู่?ปิดหรือยัง?เทรดคู่ไหนบ้าง?ได้กำไรขาดทุนเท่าไหร่?
แม้กระทั้งเวลาที่เปิด-ปิดออเดอร์เลยทีเดียว โดยในหน้านี้หลักๆแอดก็จะดูที่ความเสถียรในการทำกำไรแต่ละเดือน และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่แอดอยากให้ดูก่อนดูอย่างอื่นเลยคือ Min.Investment หรือลงทุนขั้นต่ำเป็นค่าที่บอกว่าถ้าต้องการติดตาม Master คนนี้จะต้องใช้ทุนขั้นต่ำเท่าไหร่ อย่างตัวอย่าง Master คนนี้จะเห็นได้ว่าตั้งไว้ที่ $2,000 ซึ่งก็ถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับใครที่ทุนน้อยๆหรือพึ่งเริ่มต้นก็อาจไม่เหมาะเท่าไหร่ลองหาคนที่ตั้งทุนไว้ตามที่เราต้องการดีกว่า ต่อมาเราจะมาดูในส่วนหน้าต่าง Performance กันครับ, Performance ของเขานั่นเติมโตขึ้น 200% โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นซึ่งก็นับว่ารวดเร็วมากๆตกเดือนละประมาณ 66% ต่อเดือน


ต่อมาก็จะเป็นตรงหน้าต่าง Risk ที่จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงซึ่ง Master คนนี้มีระดับความเสี่ยงอยู่ที่ 10 หรือเสี่ยงสูงสุดเลย ก็เรียกได้ว่าน่าจะเหมาะกับสายซิ่งที่สามารถรับความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทั้งหมดได้แต่ก็แลกมากับผลตอบแทนที่ถ้าได้มาก็ถือว่าเป็นจำนวนเยอะมากๆเช่นกัน ดังนั้นสำหรับใครที่ไม่ค่อยกล้ารับความเสี่ยงแอดก็แนะนำเป็น Master ที่ความเสี่ยงต่ำๆและผลกำไรเติมโตอย่างช้าๆจะปลอดภัยกว่า

และในหน้าสุดท้ายก็คือ Portfolio เป็นหน้าที่แสดงให้เราเห็นอัตราส่วนการเทรดของ Master ว่า Master คนนี้เทรดอะไรเป็นหลัก และเทรดคู่เงินไหนเก่ง อย่างในตัวอย่างจะเห็นว่าเขาเทรด EU เยอะที่สุด 53% แต่คู่ที่ชนะมากที่สุดกลับเป็นทองคำ ในส่วนข้อมูลตรงนี้ก็อาจจะนำมาประกอบการตัดสินใจได้เช่นกัน

คลิปเทคนิควิธีเลือก Master XM Copytrade

 

XM Global Limited