ถึงตอนนี้การเทรดจะมีการพัฒนาเครื่องมือทางเทคนิคในการวิเคราะห์กราฟต่างๆมากมาย แต่ทฤษฎี Dow Theory ก็ยังถือเป็นทฤษฎียอดนิยมทฤษฎีหนึ่ง ที่เทรดเดอร์เลือกใช้ในการวิเคราะห์กราฟทั้งในตลาดหุ้น หรือตลาด Forex อยู่
Dow Theory ทฤษฎีการวิเคราะห์กราฟขั้นแรก หรือขั้นพื้นฐานที่มีมากว่า 100 ปีมาแล้ว ประโยชน์ของมันคือใช้ในการดูภาพรวมของตลาด แนวโน้มต่างๆจากกราฟราคา และยังสามารถทำนายอนาคตของตลาดได้ด้วย ในบทความนี้เทรดไรเดอร์ก็จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ ทฤษฎี Dow Theory กันครับ ว่าทำไมเหล่าเทรดเดอร์ ซึ่งรวมถึงผม ยังใช้ Dow Theory ในการวิเคราะห์กราฟกันอยู่
โดยต้องขอเริ่มจากต้นกำเนิดของทฤษฎีนี้ ทฤษฎี Dow Theory เกิดจากชายที่ชื่อว่า Charles Henry Dow ด้วยจุดเริ่มต้นที่เขาได้วิเคราะห์แนวโน้มของตลาดหุ้น จนทำให้การวิเคราะห์ที่เขาคิดขึ้น ถูกนำไปเผยแพร่กับนักลงทุนรายอื่น แล้วมีการปรับปรุงและพัฒนามาเป็น Dow Theory ในปัจจุบัน
ซึ่งหลักการของ ทฤษฎี Dow Theory จะมีหลักการ 6 หลักการในการสังเกตุการขยับตัวของตลาด ดังนี้
1.กราฟราคาได้สะท้อนทุกอย่างไว้หมดแล้ว
โดยหลักการนี้เราสามารถเข้าได้ง่ายๆ ว่ากราฟราคาได้สะท้อนให้เห็นถึงข้อมูลของตลาดไม่ว่าจะเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ หรือ Demand supply ที่ได้ถูกนำมาอยู่ในรูปแบบของราคากราฟ ดังนั้นเราจึงสามารถวิเคราะห์ภาพรวมของตลาดได้จากราคาสินทรัพย์ที่แสดงออกมา ว่าจะมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดต่อไป
2.เทรนตลาด 3 แบบที่สำคัญ
เพราะตลาดมีการเคลื่อนไหวแบบเป็นเทรน ซึ่งเราสามารถแบ่งเทรนได้อย่างย่อยๆออกมาเป็น 3 แบบ
เทรนด์ใหญ่ คือ เทรนด์ตลาดที่มีแนวโน้มหลักระยะเวลาระหว่าง 1 ปี หรือมากกว่านั้น
เทรนด์รอง คือ เทรนด์ตลาดที่มีแนวโน้มรองเป็นช่วงเวลาการพักตัวของราคาระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน
เทรนด์เล็ก คือ เทรนด์ที่ไม่ส่งผลกับแนวโน้มหลักจะอยู่ในช่วงระยะเวลาน้อยกว่า 3 สัปดาห์
3.แนวโน้มมีช่วงตลาด 3 ช่วง
ช่วงสะสม เป็นช่วงที่ตลาดกำลังจะสิ้นสุดแนวโน้ม และเริ่มต้นแนวโน้มใหม่ จึงยังไม่ค่อยมีเทรดเดอร์เข้ามาเปิดสถานะซื้อขายมากนัก
ช่วงตลาดมีส่วนร่วม เป็นช่วงที่ตลาดเริ่มมีแนวโน้มชัดเจนขึ้น เทรดเดอร์จึงเข้ามาซื้อขายในตลาดเยอะเป็นพิเศษ
ช่วงแจกจ่าย เป็นช่วงที่ตลาดมีเทรดเดอร์เข้ามาซื้อขายและเก็งกำไรเป็นจำนวนมาก
4.ดัชนีและค่าเฉลี่ยของตลาดต้องมีความสอดคล้องกัน
ตลาดทั้งหมดจะมีความเชื่อมโยงกันรวมไปถึงดัชนีและค่าเฉลี่ยของตลาดด้วย หากดัชนีหรือค่าเฉลี่ยอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ดัชนีและค่าเฉลี่ยตัวอื่นๆก็จะปรับตัวขึ้นเช่นกัน
5.ปริมาณการซื้อขายจะยืนยันแนวโน้มาราคา
หากต้องการยืนยันเทรนด์ขาขึ้น ว่าจะเป็นขาขึ้นจริงหรือไม่ ปริมาณการซื้อควรจะมากขึ้นตามราคาของตลาด กลับกันหากตลาดเป็นเทรนด์ขาลง ปริมาณการขายก็ควรจะมากขึ้นนั่นเอง
6.เทรนด์ของตลาดจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
โดยไม่ต้องรอว่าเทรนด์ของตลาดจะหยุดที่ระยะเวลาเท่าไหร่ หรือดำเนินต่อไปอีกเท่าไหร่ แค่สังเกตุการปรับตัวของเทรนด์ที่ชัดเจนก็จะเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดในเทรนด์นั้นแล้ว
เมื่อพูดถึงหลักการประกอบทฤษฎี Dow Theory ไปแล้ว อาจจะยังไม่เข้าใจหรือยังไม่เห็นภาพ เพราะหลักการทั้ง 6 ข้อ ยังไม่ใช่เทคนิคที่เราจะใช้ทำกำไร แต่เป็นเทคนิคที่สามารถใช้ในการทำความเข้าใจกับแนวโน้มของตลาด สภาวะของตลาด เพื่อให้เราพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตลาดได้ทันท่วงทีเท่านั้นครับ
ทีนี้เราลองนำเทคนิคใน ทฤษฎี Dow Theory ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้ในการทำกำไรมาใช้กับกราฟจริงในตลาด Forex กันเลยดีกว่า ซึ่งการใช้งานขั้นแรกเราจะต้องรู้จักการแบ่งแนวโน้มหรือเทรนด์ของกราฟ จาก ทฤษฎี Dow กันก่อน
เทรนขาขึ้น (Uptrend) การที่กราฟมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีความต้องการซื้อสินทรัพทย์มากกว่าความต้องการขาย ลักษณะของกราฟจะมีการทำ Higher high (High ใหม่) และทำ Higher Low (Low สูงขึ้น)
ต่อมาคือเทรนขาลง (Downtrend) การที่กราฟมีราคาต่ำลง เพราะมีความต้องการขายสินทรัพทย์มากกว่าความต้องการซื้อ ลักษณะของกราฟจะมีการทำ Lower High ( High ต่ำลง) และทำ Lower Low ( Low ต่ำลง)
เมื่อเข้าใจเทรนด์ของกราฟแล้วเราก็จะต้องตีเส้นเพื่อหา จุด Swing ของกราฟราคา โดยเราจะใช้เครื่องมือ Draw Trendline ในการตีเส้นกันครับ
ยกตัวอย่างตามภาพข้างต้น การยืนยันเทรนด์แนวโน้มขาขึ้น
จุด Swing high และ Swing low มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ให้เราหาจุด Swing low เป็นจุดที่ 1 จากนั้นลากเส้นหาจุด Swing high เป็นจุดที่ 2 เมื่อราคาลงมาเป็น Swing low จุดที่ 3 แล้วเมื่อกราฟขึ้นเป็น Swing high จุดที่ 4 เราก็สามารถยืนยันแนวโน้มได้ว่า ขณะนี้ตลาดกำลังเป็นเทรนขาขึ้น ได้นั่นเองครับ
ยกตัวอย่างตามภาพข้างต้น การยืนยันเทรนด์แนวโน้มขาลง
จุด Swing high และ Swing low มีแนวโน้มต่ำลงเรื่อยๆ เราก็หาจุด Swing high เป็นจุดที่ 1 แล้วลากหาจุด Swing low เป็นจุดที่ 2 เมื่อราคาขึ้นไปอีก จะเป็น Swing high จุดที่ 3 เมื่อราคากราฟลงไปจนเป็น Swing low จุดที่ 4 เราก็สามารถยืนยันแนวโน้มได้ว่า ขณะนี้ตลาดกำลังเป็นเทรนขาลง
ถือว่าเทคนิคและของ ทฤษฎี Dow Theory เป็นต้นแบบของการวิเคราะห์กราฟที่เทรดเดอร์หลายๆคนได้นำไปประยุกต์ใช้หรือต่อยอดการเทรดของตัวเองเลยก็ว่าได้ และเทคนิคข้างต้นก็เป็นเทคนิคที่เทรดเดอร์ได้นำ ทฤษฎี Dow Theory ในการดูแนวโน้มของตลาดมาปรับใช้กับกราฟจริง ซึ่งก็ถือว่าเป็นประโยชน์ในการหาจุดเข้าทำกำไรอย่างมาก
เลยขอแนะนำสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ ให้เข้ามารู้จักกับ ทฤษฎี Dow ก่อน เพราะมันเป็นพื้นฐานการเทรดในตลาดที่สำคัญ ที่จะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพรวมของตลาด และสามารถระบุแนวโน้มของตลาดได้อย่างแม่นยำขึ้น