นักวิเคราะห์ของ FBS คาดการณ์ถึงการชะลอตัวของบิตคอยน์ (Bitcoin) เนื่องจากผู้ซื้อขายในตลาดกำลังรอคอยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ในปี 2567 แนวโน้มดังกล่าวส่งสัญญาณความน่าจะเป็นที่เพิ่มขึ้นของการสิ้นสุดช่วงตลาดแนวโน้มขาขึ้นของ BTCUSD เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักส่งผลต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง อย่างเช่นบิตคอยน์
ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับการกู้ยืมระหว่างธนาคาร และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดภูมิทัศน์ทางการเงิน ผู้ซื้อขายในตลาดได้สังเกตเห็นความสัมพันธ์ระหว่างจุดสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และการลดลงของสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงบิตคอยน์
นักวิเคราะห์ของ FBS ได้ตรวจสอบพฤติกรรมของบิตคอยน์ตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2563 โดยชี้ให้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่ง 370% เมื่อต้นปี 2562 ที่ 13,000 USD หรือระดับฟีโบนัชชี (Fibonacci) 61.8 ตามความคาดหวังของสาธารณชนต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกลับตรงกันข้ามเมื่ออัตราเริ่มลดลง ส่งผลให้ BTCUSD อยู่ในช่วงขาลง
สถานการณ์ในช่วงปี 2564-2567 พบว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐเพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ แม้การคาดการณ์เบื้องต้นจะบ่งชี้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะกระทบต่อความต้องการสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง แต่มูลค่าของบิตคอยน์กลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ พลวัตของตลาดเปลี่ยนไปหลังจากเฟดประกาศการหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยชั่วคราวในเดือนกันยายน 2566 โดยราคาของตลาดได้เปลี่ยนแปลงไป จากการคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงในเวลาข้างหน้า
เมื่อพิจารณาแนวโน้มตลาดการเงินปี 2567 นักวิเคราะห์ FBS ชี้ให้เห็นความคล้ายคลึงกันอย่างเห็นได้ชัดสำหรับรูปแบบบิตคอยน์ในช่วงปี 2560-2563 โดยเน้นย้ำว่า BTCUSD ไปถึงระดับฟีโบนัชชี 61.8 ที่ประมาณ 49,000 USD และดีดตัวกลับในเวลาต่อมา ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางสหรัฐ
เมื่อพิจารณาจากความคล้ายคลึงกันอย่างมากในอดีต นักวิเคราะห์ FBS คาดการณ์ว่าราคาของบิตคอยน์จะลดลงสู่เป้าหมายที่ 36,000 USD หลังจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งแรกในปี 2567 ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่มีการประกาศลดดอกเบี้ย ราคา BTCUSD อาจลดลงเหลือ 31,000 USD และแม้กระทั่งแนวรับที่ 25,000 USD
สถานการณ์นี้เน้นย้ำประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามในวงจรของตลาด แม้มีความคาดหวังว่าการลดอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อราคาของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอย่างบิตคอยน์ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องตระหนักถึงปัจจัยพื้นฐานที่ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมักเกิดขึ้นเมื่อเผชิญกับภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจและการเติบโตที่ชะลอตัว ทำให้เกิดการเทขายและการกำจัดสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้มิได้มีเจตนาที่จะชี้นำ ชี้แนะ หรือให้คำแนะนำในการซื้อขายใด ๆ ทั้งสิ้น และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเพียงเท่านั้นFBS:
https://fbs.com/th/