อยากเทรดได้กำไร💵 ต้องรู้จัก RIR (Real interest rate)🎯
ทำไม RIR ถึงสำคัญกับการเทรด โดยปกติแล้ว เงินมักจะไหลไปหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเสมอ เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลก หากค่าเงินใดให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า นักลงทุนมักจะนำเงินไปลงทุนในค่าเงินนั้น ๆ มากกว่าเสมอ และเมื่อนักลงทุนนำเงินไปลงทุนในค่าเงินนั้นมากๆ ก็จะเข้าหลักเศรษฐศาสตร์ขั้นพื้นฐานเลย ก็คือ Demand Supply เมื่ออุปสงค์มากกว่าอุปทาน ราคาก็จะสูงขึ้น แต่เมื่ออุปทานมากกว่าอุปสงค์ ราคาก็จะถูกลง นั่นเอง และก็อย่าลืมว่าเงินนั้นมีจำกัด ถ้าไม่นับรวมประเทศที่พิมพ์เงินอัดฉีดมาในระบบมากเกินไป จนทำให้เกิดเงินเฟ้อ อย่างเช่น เวเนซุเอล่าตัวเลขของ
Real interest rate หรือ
RIR นั้น เป็นการนำอัตราดอกเบี้ย หรือที่เรียกว่า
Nominal Interest rate มาหักลบกับอัตราเงินเฟ้อ หรือที่เรียกว่า
Inflation rate ทำให้เราได้ตัวเลขผลตอบแทนที่แท้จริงออกมา ตัวอย่างเช่น
ค่าเงิน USD มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.5% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.0% เมื่อนำอัตราดอกเบี้ยมาลบเงินเฟ้อจะได้เท่ากับ 0.5% ซึ่ง
ผลลัพธ์ที่ได้มายังเป็นบวกอยู่ นั่นแสดงว่า
หากนำเงินไปลงทุนใน USD ก็จะยังได้กำไรจากดอกเบี้ยอยู่เรามาดู
Nominal Interest rate และ Inflation rate กันค่ะว่ามันคืออะไร
Nominal Interest rate ก็คือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ยังไม่ได้หักเงินเฟ้อออก เหล่าเทรดเดอร์ก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้นคืออะไร อัตราดอกเบี้ยเงินฝากนะคะก็คือ ดอกเบี้ยตอบแทนเมื่อเรานำเงินไปฝากไว้กับธนาคารนั่นเอง อย่างเช่น
ธนาคาร ก. ประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 5% ต่อปี นั่นหมายความว่า
หากเราฝากเงิน 100 บาท พอครบปี เราก็จะได้ดอกเบี้ยมา 5 บาทซึ่งเจ้าตัวเลข
Interest rate นั้น
เทรดเดอร์ส่วนมากก็จะให้ความสำคัญกับมันมากเลยทีเดียว โดยสามารถสังเกตุได้ว่าคืนไหนที่ทาง ระบบธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศอัตราดอกเบี้ยออกมาที
กราฟก็จะกระชาก หรือวิ่งรุนแรงเสมอและเทรดเดอร์หลาย ๆ ท่านก็จะชอบใช้ตัวเลขนี้ในการวิเคราะห์ทิศทางของราคาค่าเงินนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากคำพูดที่ว่า
"เงินมักจะวิ่งไปหาที่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเสมอ" ทำให้เทรดเดอร์หลาย ๆ ท่านจึงใช้ตัวเลข
Interest rate มาใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มราคาแบบเพียว ๆ โดยที่ลืมนึกถึงตัวเลขสำคัญอีกตัวนึงค่ะนั่นคือ
Inflation rateInflation rate ก็คือ
อัตราเงินเฟ้อ เงินเฟ้อ ก็คือ เงินที่เรามีอยู่ในมือนั้นมันเสื่อมค่าลง มันซื้อของได้น้อยลง หรือเรียกง่ายๆว่า
ของแพงขึ้นนั่นเอง ตัวอย่างเช่น
ถ้าเรามีเงิน 100บาท ในสองปีที่แล้วเงิน 100 บาท เราอาจจะสามารถซื้อไข่ได้ 10ฟอง แต่
พอมาปีนี้เงิน 100 บาท เรากลับซื้อไข่ได้แค่ฟองเดียวเท่านั้น จากตัวอย่าง ก็จะเห็นได้ว่าเงินจำนวนเท่าเดิมแต่สามารถซื้อของได้น้อยลง ตัวอย่างที่ชัด ๆ ก็
คือประเทศเวเนซุเอล่าในปี 2018 ช่วงนั้นมีอัตราเงินเฟ้อแตะ 6.5 หมื่นเปอร์เซ็นต์ ถือว่า
อัตราเงินเฟ้อนั้นสูงมากๆ ถ้าจะเปรียบเทียบ เวลาจะซื้อไข่1ฟอง ก็คงต้องแบกเงินไปเป็นกระสอบๆเลยทีเดียว
จากเนื้อหาที่กล่าวไปข้างต้น หวังว่าเหล่าเทรดเดอร์จะได้เข้าใจคำว่า RIR กันมากขึ้น เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการเทรดเป็นอย่างมาก เป็นสิ่งที่จะช่วยบ่งบอกถึงการวิเคราะห์แนวโน้มราคา ว่าจะไปในทิศทางใด รวมถึงสามารถวิเคราะห์แนวโน้มกราฟ Forex จาก RIR ได้ ถือเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจในการทำกำไรในตลาด forex ด้วยเช่นกันติดตาม
#ข่าวสารForex , #ทองคำ กับ
#TRADERIDER🌐🌐เวปไซต์ :www.traderider.com
🐦🐦Twitter :
https://twitter.com/TRADERIDER_Corp💰💰กองทุนทองคำ #SPDR : :
https://bit.ly/2KE162k🌟🌟#ราคาทอง วันนี้คลิกที่ นี่ : :
https://bit.ly/2KCAAWV✅✅Line @ :
https://lin.ee/uJSSAoD