กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex Swing Trading "รู้จักการเทรด Forex แบบ Swing Trading"

  • 0 replies
  • 1,657 views
*

admin

  • 85,939
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex
Swing Trading
"รู้จักการเทรด Forex แบบ Swing Trading"



มันไม่ได้เป็นเพียงแค่กลยุทธ์การเทรดประเภทหนึ่ง แต่ Swing Trading ยังเป็นรูปแบบของการซื้อขายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการทำกำไรภายในระยะเวลาไม่นานนัก โดยมีข้อแตกต่างจาก Day Trading ที่มีเป้าหมายเพื่อการทำกำไรภายในหนึ่งวัน และไม่ใช่การเทรดในระยะยาวที่จะคงสถานะยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี

เทรดเดอร์ในสาย Swing Trading จะมองหาโอกาสภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจเริ่มต้นจากเพียงไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์ โดยเทรดเดอร์ที่เลือกการเทรดภายในกรอบเวลา (TF) สั้น ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดความผิดพลาดสูงกว่าผู้ที่ใช้มุมมองในการเทรดที่ยาวกว่า

เทรดเดอร์ที่อยู่ในสายนี้จะเน้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลักเพื่อมองหาโอกาสในการเทรด หรืออาจจะกล่าวได้ว่าพวกเขากำลังตามหาโอกาสที่เปิดกว้างโดยการสังเกตแนวโน้มของราคาและรูปแบบที่ปรากฏอยู่ในกราฟ


ทำไมจึงควรใช้กลยุทธ์ Swing Trading

ในแวดวงของตลาด Forex กลยุทธ์ประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง เทรดเดอร์ในสาย Swing Trading จะไม่ต้องกังวลถึงมูลค่าของสกุลเงินในระยะยาว โดยสิ่งที่พวกเขาทำกลับเป็นการมองหาช่องทางทำกำไรจากจุดสูงสุดและต่ำสุดของโมเมนตัมปัจจุบันแทน

ด้วยสภาพคล่องที่มีอยู่ในระดับสูงแต่ตรงกันข้ามกับค่า Spread ในระดับต่ำและช่วงเวลาเทรดได้ตามปกติตลอด 24 ชม.ของตลาด Forex ล้วนเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยสำหรับกลยุทธ์การเทรดประเภทนี้





จากกราฟด้านล่างแสดงให้เห็นถึงมูลค่าของคู่เงิน NZD/USD ในปี 2019 ซึ่งจะสังเกตได้ถึงเทรนด์ขาลงของคู่เงินดังกล่าว อย่างไรก็ตามด้วยกลยุทธ์ Swing Trading จะแสดงการจับจ้องไปยังการเคลื่อนตัวในทิศทางขาขึ้น

อันดับแรกให้สังเกตไปยังเส้นแนวระดับสีส้มที่เป็นตัวแทนของระดับแนวรับที่สำคัญ โดยในระหว่างช่วงปลายเดือนพ.ค.จนถึงกลางเดือนมิ.ย. เราสามารถมองเห็นการเคลื่อนตัวของกราฟลงมาทดสอบแนวรับนี้หลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถผ่านลงมาได้

อย่างไรก็ตามหลังผ่านพ้นช่วงของการพักตัว มูลค่าของ NZD ก็ดิ่งลงจนทะลุเส้นแนวระดับ 0.649 และยังเคลื่อนตัวลดลงไปอีกเรื่อย ๆ ซึ่ง ณ จุดนี้เองที่ความเป็นไปได้ของแผนการ Swing Trading เริ่มเข้ามามีบทบาท

เมื่อกราฟเคลื่อนตัวลงมาจนถึงระดับ 0.630 ก็นับว่ามีการซื้อขายเกิดขึ้นตรงระดับต่ำกว่าที่เคยเป็นอยู่ของเดือนมี.ค.ถึง 9% ท่ามกลางข้อเท็จจริงเรื่องที่ว่า NZD ไม่เคยมีมูลค่าต่ำกว่า $0.63 ตลอดระยะเวลา 4 ปีก่อนหน้านั้น




การปรับฐานหลังการดิ่งลงอย่างรุนแรงสามารถใช้เป็นสัญญาณซื้อ

ให้ลองสังเกตกราฟด้านบนอย่างใกล้ชิดอีกครั้งตรงบริเวณลูกศรสีแดง หากคุณพยายามมองอย่างถี่ถ้วนจะสามารถสังเกตได้ถึงการเคลื่อนตัวในทิศทางขาลงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ก่อนที่กราฟจะเริ่มปรับฐานราคาอยู่ที่ระดับประมาณ 0.630

นี่เป็นสัญญาณบ่งชี้ทั่วไปที่เทรดเดอร์จะใช้คาดการณ์โอกาสตามกลยุทธ์ Swing Trading ให้จำไว้ว่าเราไม่ได้กำลังมองหามูลค่าของคู่สกุลเงินในระยะยาว แต่กำลังค้นหาความเป็นไปได้ที่จะได้สัมผัสกับการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้

ดังนั้นหากมองย้อนกลับไป ตรงตำแหน่งลูกศรสีแดงจึงเป็นจุดเข้าที่ได้เปรียบที่สุดสำหรับการซื้อ NZD และนี่ก็เป็นสถานการณ์ที่เทรดเดอร์ต่างเฝ้ามองหา ดังที่ผู้คนพากันพูดถึงกลยุทธ์การซื้อแบบ "Buying The Dip"

ในเบื้องต้น NZD มีมูลค่าที่ลดลงยิ่งกว่านั้นแต่ก็สามารถดีดตัวกลับได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้อีกไม่กี่วันถัดมาก็กลับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 0.645 (ตรงลูกศรสีเขียว) ซึ่งเทรดเดอร์ที่ปิดออเดอร์ตรงตำแหน่งบริเวณนี้นับจากจุดเข้าแถวบริเวณลูกศรสีแดง คือผู้ที่ประสบความสำเร็จตามกลุยทธ์ Swing Trading

ทั้งนี้ให้ลองพิจารณาถึงความสำคัญของระเบียบวินัย โดยเทรดเดอร์ที่ต้องการถือออเดอร์และอดทนรอผลกำไรก้อนใหญ่อาจเผชิญกับอุปสรรคมากมาย เช่น กราฟสวิงตัวของกราฟกลับลงไปจนทำให้ผลกำไรดูเหมือนจะลดลง ในขณะที่การขยับตัวของราคากลับคืนสู่ระดับ 0.645 ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจนกระทั่งเดือนพ.ย.

ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งสำคัญที่แท้จริงคือการไม่ถูกชี้นำไปด้วยอารมณ์ และยังคงควบคุมความรู้สึกให้อยู่ภายใต้องค์ประกอบขั้นตอนของการเทรดทั้งหมด ในขณะที่ยังควรพึงระลึกอีกว่าผลงานในอดีตไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต




ประโยชน์ของการใช้คำสั่ง Take Profit และ Stop Loss

เวลาคือทุกสิ่งและนั่นก็เป็นธรรมชาติของตลาดที่มีระยะเวลาการเทรด 24 ชม.ต่อวันจากในช่วงเกือบ 6 วันต่อสัปดาห์ มันจึงเป็นไอเดียที่สมเหตุสมผลในการติดตั้งคำสั่ง Take Profit และ Stop Loss เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องคอยเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอยู่ตลอด

ลองย้อนกลับไปยังกราฟรูปเดิมตรงที่เป็นเส้นสีส้ม ซึ่งเดิมทีถูกมองว่าเป็นระดับของแนวรับสำคัญ แต่หากนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.ย.มันกลับพลิกบทบาทกลายมาเป็นแนวต้านสำคัญ หรือในอีกนัยหนึ่งก็คือดูเป็นเรื่องยากสำหรับกราฟที่จะฝ่าแนวราคากลับขึ้นไปได้

ลำดับถัดไป จากที่เคยกล่าวถึงหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคไว้ข้างต้นบทความนี้ บรรดาเทรดเดอร์ในสาย Swing Trading จะใช้ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคอันหลากหลาย ซึ่งเราจะขอแนะนำหนึ่งในตัวที่มักถูกใช้กับกลยุทธ์ประเภทนี้

ในรูปด้านล่างเป็นกราฟของคู่เงิน EUR/USD ระหว่างช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 ซึ่งก็มาพร้อมกับอินดิเคเตอร์ Relative Strength Index (RSI) ที่ปรากฏอยู่ด้านล่าง โดยที่มันเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ทางเทคนิคที่สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดายและไม่มีค่าใช้จ่ายภายในแพลตฟอร์มสำหรับการเทรดทั่วไป

RSI ถูกเริ่มต้นพัฒนาขึ้นในช่วงยุคปี 1970 โดย J Welles Wilder Jr. และถูกจัดให้เป็นเครื่องมือประเภท Momentum Oscillators ที่ใช้ตรวจวัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมราคาจากเกจวัดของมันที่มีสเกลระหว่าง 0 ถึง 100




โดยทั่วไป RSI จะพิจารณาถึงการ Overbought ที่ระดับสูงกว่า 70 และ Oversold ที่ระดับต่ำกว่า 30 ซึ่งจากรูปด้านบนจะแสดงด้วยพื้นที่สีม่วงที่อยู่ในช่วงการอ่านค่าระหว่าง 30-70 และเมื่อมันหลุดออกจากพื้นที่ดังกล่าวก็สามารถใช้พิจารณาเป็นจุดเปิดออเดอร์สำหรับสาย Swing Trading ได้

ให้ลองสังเกตตรงวงกลมสีเขียวในรูป วงล่างเป็นการบ่งบอกถึงการหลุดลงมาต่ำกว่าระดับ 30 ตามระบบ RSI ซึ่งหมายถึงตลาดอาจจะอยู่ในภาวะ Oversold และเป็นจุดแนะนำของการเปิด Buy โดยในครั้งนี้ RSI ได้แสดงถึงความแม่นยำจากการดีดตัวของกราฟอย่างรุนแรง

ในบางครั้งมันก็ช่วยบ่งบอกถึงการปรับฐานราคา จากการส่งสัญญาณครั้งถัดไปของ RSI ที่บ่งบอกถึงการหลุดออกจากกรอบพื้นที่สีม่วงตรงบริเวณวงกลมล่างสีน้ำเงิน และนั่นก็เป็นจุดเหมาะสมสำหรับการเปิดออเดอร์ Sell ที่มาพร้อมกับผลตอบแทนตามความคาดหมาย

อย่างไรก็ตาม RSI ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่จะการันตีความสำเร็จของการเทรดไปเสียทุกครั้ง ในวงกลมล่างสีแดงแสดงถึงการหลุดออกจากพื้นที่ควบคุม แต่ในครั้งนี้มันไม่ได้แสดงออกถึงการดีดตัวขึ้นจากแนวโน้มขาลงดังที่ปรากฏอยู่ในกราฟ

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเทรดคือการพึงระลึกว่า แม้แต่เทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในโลกก็ไม่สามารถไปถูกทางได้ทุกครั้ง กุญแจสำคัญสำหรับการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จคือการเปิดออเดอร์ถูกทางเสียเป็นส่วนใหญ่




จากที่เคยกล่าวถึงไว้ก่อนหน้านี้ เทรดเดอร์สาย Swing Trading เป็นจำนวนมากจะรู้สึกสบายใจกว่าสำหรับการติดตั้ง Take Profit และ Stop Loss โดยสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการจำกัดความเสี่ยงของคุณต่อการปรับตัวเชิงลบของตลาดอย่างรุนแรง หรือการล็อคผลกำไรเมื่อกราฟเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปในทิศทางที่คาดหวัง

ตามรูปตัวอย่างด้านบน ลองสมมุติว่ามีเทรดเดอร์คนหนึ่งเปิด Buy ตรงจุด A ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเขาอาจจะติดตั้ง Stop Loss เพื่อป้องกันกรณีที่กราฟไม่ได้ขยับไปในทิศทางขาขึ้นตามที่หวัง โดยสามารถวางตำแหน่งดังกล่าวไว้ตรงแนวเส้นแดงที่ระดับ B

เขายังอาจพิจารณาการติดตั้ง Take Profit ไว้ตรงจุด C โดย Stop-Loss จะช่วยจำกัดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ภายใต้การควบคุม ในขณะที่ Take Profit จะช่วยรับรองการเก็บผลกำไรเมื่อกราฟเคลื่อนตัวไปถึงระดับที่คาดไว้ โดยไม่ต้องกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

มีหลากหลายหนทางในการก้าวขึ้นไปเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ Swing trading เป็นเพียงหนึ่งในสไตล์การเทรดที่สามารถสร้างผลลัพธ์ในเชิงบวก อย่างไรก็ตามมันต้องใช้กรอบความคิดที่ชัดเจนและวินัยในการตัดสินใจตามวิจารณญาณทางวิทยาศาสตร์มากกว่าอารมณ์ที่ออกมาจากข้างใน


"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited