กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

"5 บทเรียนสำคัญจากจากลาสเวกัสสู่วอลล์สตรีท" By : Edward O. Thorp's

  • 0 replies
  • 1,275 views
*

admin

  • 85,939
Edward O. Thorp's
5 Investing Lessons Learned from Blackjack
"5 บทเรียนสำคัญจากจากลาสเวกัสสู่วอลล์สตรีท"



คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนธรรมดาทั่วไปจะรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ เอ็ดเวิร์ด โอคลีย์ ธอร์ป (Edward O. Thorp) แต่หากคุณอยู่ในแวดวงการพนันไพ่แบล็คแจ็คหรืออยู่ในสายการลงทุนอย่างกองทุนเฮดจ์ฟันด์ก็อาจจะพอคุ้นชื่อเสียงของเขาอยู่บ้าง

ธอร์ป ที่กำลังจะมีอายุครบ 90 ปีในวันที่ 14 ส.ค.ปีนี้ เกิดที่เมืองชิคาโกของรัฐอิลลินอยส์ในสหรัฐฯเมื่อปี 1932 โดยหลังเสร็จสิ้นภารกิจจากสมรภูมิในสงครามโลกครั้งที่ 1 จนได้เดินทางกลับบ้าน พ่อของเขาก็ได้มาพบรักกับแม่ของเขาก่อนจะมี ธอร์ป ที่เป็นทายาทเพียงคนเดียวของครอบครัว

พ่อของเขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสริมให้ลูกชายได้เล่าเรียนอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับแม่ของเขาที่ต้องรับบทหนักในยามที่พ่อของเขาต้องติดภารกิจกลับไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2

ธอร์ป ไม่ทำให้พ่อและแม่ของเขาต้องผิดหวังหลังเรียนจบชั้นไฮสคูล ก่อนจะได้เข้ารับการศึกษาต่อที่ University of California ด้วยใจรักในด้านคณิตศาสตร์ จนมาจบปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์ในปี 1953 และชั้นปริญญาโทในปี 1955

จากนั้นจึงเริ่มเบนเข็มกลับมายังคณิตศาสตร์ที่เป็นเหมือนพรสวรรค์หลักของเขามาโดยตลอด ซึ่งระหว่างช่วงเวลานั้นเขาได้เชื่อมโยงทักษะและความรู้พิเศษของตนเองเข้ากับเรื่องของการพนัน เพื่อหาทางหักล้างข้อโต้แย้งที่ว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะเจ้าของบ่อนได้ในระยะยาว



มันจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นอันแหวกแนวของอนาคตหนึ่งในผจก.กองทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ระหว่างการเดินทางไปเยือนลาสเวกัสในช่วงปลายยุคปี 1950 หลังจากที่เขาพึ่งจบการศึกษาปริญญาเอกสาขาคณิตศาสตร์มาได้ไม่นาน

ในระหว่างทริปดังกล่าว ธอร์ป สังเกตเห็นบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับแนวคิดที่ได้รับการยอมรับเกี่ยวกับทฤษฎีของความน่าจะเป็น หลังการได้ทดลองเล่นไพ่แบล็คแจ็คในคาสิโน

หรือจะอธิบายให้เฉพาะเจาะจงก็คือเขาได้ตั้งสมมติฐานถึงความเป็นไปได้ในการเล่นงานเจ้ามือและทำกำไรจากการเล่นเกมการพนันชนิดนี้ในบ่อน โดยทั้งหมดที่เขาทำคือการค้นหาวิธีการก่อนจะรวบรวมออกมาเป็นข้อสรุปผ่านหนังสือของตนเองที่ชื่อว่า "Beat the Dealer" หลังใช้เวลาศึกษาด้านวิชาการมาแรมปี

จากยอดขายที่ถล่มทลายถึง 700,000 เล่ม หนังสือเล่มนี้ยังได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของอุตสาหกรรมคาสิโน พร้อมกับการที่เขาถูกแบนจากเหล่าคาสิโนทั่วประเทศจนทำให้ ธอร์ป ตัดสินใจหยุดพักจากโลกของการพนันและเดินทางมาเข้าสู่โลกของการลงทุนอย่างเต็มตัว

ด้วยอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์ของเขาและการจับมือร่วมกับ เจย์ เรแกน ที่เป็นคู่หูก็ได้ร่วมกันคิดค้นวิธีการสร้างผลกำไรจากตลาดหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้ทำการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวผ่าน "Beat the Market" หนังสือเล่มถัดมาของเขาในปี 1969 จวบจนปัจจุบันที่ ธอร์ป ได้รับการประเมินว่ามีทรัพย์สินรวมมูลค่าอยู่ที่ $800 ล้าน



จากรากฐานของความรู้ที่เคยใช้กับคาสิโนก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ ธอร์ป สำหรับการจัดตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเจ้าหนึ่งตลอดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา โดยที่เขาได้แชร์บทเรียนด้านการลงทุนที่สำคัญจากทฤษฎีต่าง ๆ ที่เคยรวบรวมมาจากในเกมการพนันดังนี้

บทเรียนที่ 1 – สามารถวิเคราะห์ได้ทั้ง 2 วงการ

ทั้งการเล่นไพ่แบล็คแจ็คและตลาดการลงทุนต่างก็มีประวัติศาสตร์ที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อพิจารณาถึงสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในกรณีต่าง ๆ โดยที่ ธอร์ป ให้ข้อสรุปว่าการพนันเป็นเวอร์ชั่นของการลงทุนในแบบอย่างง่ายจากการที่มันเป็นระบบปิด

ซึ่งก็หมายถึงว่ามีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์อยู่ในจำนวนจำกัด และโดยหลัก ๆ แล้วก็คือหน้าไพ่ที่ถูกเปิดออกมาแล้วกับไพ่ที่ยังไม่ได้ถูกจั่วออกมาจากสำรับ

ในขณะที่การลงทุนจะเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่า โดยมีแต้มของปัจจัยที่จะต้องนำมาพิจารณาถึงราคาของหุ้นในอนาคต และเมื่อนำปัจจัยที่แน่ชัดและยังไม่แน่ชัดในปริมาณมากขึ้นมาใช้ในการประเมินหุ้นก็จะส่งผลต่อการทำนายที่แม่นยำขึ้นตามไปด้วย

วิธีการเหล่านี้ยังประกอบไปด้วยการทำเหมืองข้อมูลในอินเตอร์เน็ตสำหรับการค้นหาเทรนด์และความชุก ก่อนจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำมาจัดเรียงลำดับของ KPI หรือดัชนีชี้วัดความสำเร็จตามสัดส่วนของอิทธิพลต่าง ๆ



บทเรียนที่ 2 - การพัฒนากลยุทธ์

กลยุทธ์ถือเป็นสิ่งสำคัญในการไปให้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ จากในช่วงยุคปี 1960 ธอร์ป ได้พัฒนากลยุทธ์สำหรับการเอาชนะเจ้ามือในบ่อนไพ่แบล็คแจ็ค โดยในส่วนแรกเป็นข้อแนะนำในการอยู่, จั่ว หรือลงเงินเดิมพันเป็น 2 เท่าตามหน้าไพ่ของเจ้ามือและของตนเอง รวมถึงไพ่ใบอื่น ๆ ที่ยังคงอยู่ในสำรับ

ส่วนที่ 2 เป็นข้อแนะนำของการเพิ่มเงินเดิมพันจากหน้าไพ่ที่เล่นไปแล้วและจำนวนของไพ่ใบอื่น ๆ ที่ยังไม่ถูกเปิดออกมา ถึงแม้กลยุทธ์ของ ธอร์ป จะไม่สามารถนำมาใช้จริงได้แล้วในตอนนี้จากการนำกฎใหม่ของการเล่นมาใช้ในคาสิโนเพื่อแก้ทาง รวมถึงเกมคาสิโนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสุ่มผลลัพธ์ออกมาก็ตาม

แต่ก็มีการดัดแปลงกลยุทธ์ของเขาจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการรุ่นหลัง เช่น เฮนรี แทมบูริน นักคณิตศาสตร์ดีกรีปริญญาเอกที่มีความหลงไหลในเกมการพนัน ด้วยการนำหลักการวิเคราะห์ดั้งเดิมของ ธอร์ป มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับวิธีการในปัจจุบัน

เช่นเดียวกับในด้านการลงทุน ธอร์ป ได้พัฒนาแนวทางสำหรับการวิเคราะห์หุ้น โดยมีเป้าหมายหลักไปที่การบ่งชี้ความผิดปกติของราคาในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะได้เข้าใจว่าหุ้นแต่ละตัวถูกประเมินมูลค่าไว้สูงหรือต่ำเกินไปก่อนจะเปิดสถานะ long หรือ short หุ้นดังกล่าว

ด้วยวิธีการนี้ทำให้ ธอร์ป และพรรคพวกของเขาได้เป็นผู้ริเริ่มกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ถือสถานะทั้ง long และ short ตัวแรกของตลาดขึ้นมาในปี 1969 พร้อมกับการไทอินหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า "A Man For All Markets"



จนกระทั่งปี 1998 หรืออีก 29 ปีต่อมา ธอร์ป ก็ได้ออกมาตอกย้ำความสำเร็จด้วยการประกาศต่อสาธารณชนว่า กองทุนส่วนตัวของเขาสามารถสร้างผลกำไรเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 20% ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

บทเรียนที่ 3 - การทดสอบกลยุทธ์

การค้นหาขั้นกำหนดอัตราสำหรับวิเคราะห์เกมการพนันในช่วงยุคปี 1950 จำต้องพึ่งพาความสามารถของคอมพิวเตอร์ แต่เนื่องจาก ธอร์ป ในเวลานั้นมีตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์อยู่ใน MIT จึงทำให้เขาสามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ IBM 704 ของสถาบันเป็นเครื่องมือในการค้นคว้าและทดสอบทฤษฎีของตนเอง

จากการเรียนรู้ Fortan ซึ่งเป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดของวงการคอมพิวเตอร์ จึงทำให้เขาเขียนโปรแกรมที่จำเป็นสำหรับแบบจำลองทฤษฎีค้นหาความน่าจะเป็นในการเอาชนะเกมไพ่แบล็คแจ็ค

งานวิจัยของเขาใช้การอ้างอิงอย่างเต็มที่ถึงหลักเกณฑ์ Kelly Criterion ที่เป็นผลงานของนักวิจัย จอห์น แลร์รี เคลลี จูเนียร์ ในปี 1956 ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมาใช้สำหรับการวางเงินเดิมพันในการพนันทุกรูปแบบเพื่อให้ได้ผลกำไรมากที่สุด

Kelly Criterion คือสูตรในการที่จะใช้คำนวนหาขนาดของเงินเดิมพันในแต่ละครั้ง โดยมีพื้นฐานมาจากสมมุติฐานที่ว่า สิ่งที่คุณต้องการในการลงทุนก็คือการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว และเน้นไปที่การบริหารเงินซื้อสินทรัพย์ในจำนวนที่เหมาะสมที่สุด (Optimal weight) เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่สูงที่สุด (Maximum Profit)



Kelly Criterion หรือสูตรของเคลลี่นั้นก็คือ :

Kelly% = W-(1-W)/R

โดยที่   Kelly% = สัดส่วนร้อยละของเงินทุนที่เหมาะสม ในการที่จะเดิมพันในแต่ละครั้ง
        W = อัตราส่วนร้อยละของการเทรดซึ่งเกิดเป็นกำไรขึ้น (ความแม่นยำคิดเป็นเปอร์เซนต์)
        R = อัตราส่วนระหว่างขนาดของกำไรโดยเฉลี่ย/ขนาดของการขาดทุนโดยเฉลี่ย

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีค่า W (ความแม่นยำ) อยู่ที่ 40% โดยมีค่า R (อัตราต่อรอง) อยู่ที่ 4:1 คุณควรที่จะกำหนดความเสี่ยงหรือเงินเดิมพันที่คุณยอมจะสูญเสียได้ในแต่ละครั้งเท่ากับ  Kelly % = 0.4 – (1- 0.4)/4  = 0.4 – 0.15  = 0.25 หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของเงินทุน (25%) นั่นเอง

อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด Drawdown อย่างมากจนคุณอาจทนไม่ไหว ดังนั้นคุณอาจจะใช้วิธีกระจายการลงทุนออกไปในหุ้นหลาย ๆ ตัว โดยมีค่าความเสี่ยงสูงที่สุดไม่เกิน 25% ในเวลาเดียวกันนั่นเอง

ทั้งนี้ภายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Kelly Criterion ได้กลับกลายมาเป็นทฤษฎีการลงทุนที่เป็นกระแสหลัก พร้อมกับการกล่าวอ้างถึงความสำเร็จจากนักลงทุนที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ บิลล์ กรอสส์ ที่นำแนวทางนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนของพวกเขา



ในยุคสมัยปัจจุบันไม่ได้มีปัญหาเรื่องข้อจำกัดในความสามารถของคอมพิวเตอร์ อีกทั้งโทรศัพท์มือถือในยุคนี้ก็ดูจะมีขีดความสามารถในการคำนวณสูงกว่าเครื่อง IBM 704 ที่ ธอร์ป ใช้ในงานวิจัยแรกเริ่ม ทั้งยังมีเครื่องมือหลากหลายอย่างพอร์ตการลงทุนจำลองและโปรแกรม Backtest ที่มีให้เลือกใช้งานทางออนไลน์อีกมากมาย

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้งานโปรแกรมใดก็ตาม จงทดสอบแนวทางของคุณอย่างทั่วถึงและทำให้แน่ใจว่าทฤษฎีของคุณจะช่วยทำให้คุณได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการเสียเป็นส่วนใหญ่ในการเทรด โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ถูกฝั่งเสมอไป เพราะในแง่ของการพนันตราบใดที่คุณเลือกฝั่งถูกมากกว่าผิดก็มีแนวโน้มจะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกในระยะยาว

บทเรียนที่ 4 - การบริหารจัดการเงินทุนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งคู่

Kelly Criterion คือองค์ประกอบที่สำคัญในวิธีการเล่นไพ่แบล็คแจ็คของ ธอร์ป เพราะมันช่วยกำหนดจุดสมดุลที่เหมาะสมแก่เขาระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน เพราะแม้คุณจะดูมีหน้าไพ่ที่ได้เปรียบในการเล่น แต่จากโอกาส 1.5%-3% ของการวางเงินเดิมพันในแต่ละครั้งก็สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ย่อยยับได้

นี่ยังเป็นกรณีเดียวกับที่เกิดขึ้นในการลงทุนหลักทรัพย์ โดยที่ ธอร์ป ได้เคยกล่าวถึงการพิจารณาชั่งน้ำหนักเกี่ยวกับการวางเงินเดิมพันและข้อได้เปรียบในตลาดหลักทรัพย์เอาไว้ว่า

"เมื่อผู้ชนะรางวัลโนเบลที่ดำเนินการบริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Long-Term Capital Management ก่อความผิดพลาด การล่มสลายของมันในปี 1998 ก็เกือบทำลายเสถียรภาพของระบบการเงินในสหรัฐฯ"



ในทางตรงกันข้าม หากผู้เล่นในวงไพ่หรือนักลงทุนในตลาดหุ้นสงวนท่าทีในการเดิมพันหรือวางสถานะมากเกินไป ก็เหมือนเป็นการปล่อยเงินที่อยู่ตรงหน้าหลุดลอยไป การหาจุดสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนจึงเป็นปัจจัยหลักข้อหนึ่งสำหรับการกอบโกยผลประโยชน์ทั้งจากการพนันและการลงทุน

บทเรียนที่ 5 - องค์ประกอบทางจิตวิทยา

ความเข้มแข็งทางจิตใจน่าจะเป็นบทเรียนที่ยากที่สุดในการปฏิบัติตาม ยกตัวอย่างถึงการสวิงตัวของเงินทุนระหว่างการเล่นไพ่แบล็คแจ็คที่อาจมีความรุนแรงและสร้างความสั่นประสาทให้กับผู้เล่น

มันยังถือเป็นบททดสอบจิตใจแบบขั้นสุดในหลาย ๆ กรณี เช่น คุณจะสามารถอดทนภายในช่วงเวลาติดลบอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเข้าสู่โซนบวกท่ามกลางการขยับขึ้นลงของผลประกอบการตลอดในช่วงกว้าง ๆ ได้หรือไม่

มันอาจเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจและทำให้การตัดสินใจของคุณกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ หากต้องวางเงินเดิมพันก้อนโตระหว่างที่อยู่ในช่วงของการสูญเสียติด ๆ กัน แต่คุณจำเป็นต้องเชื่อมั่นในหลักคณิตศาสตร์ว่าจะช่วยนำพาความได้เปรียบและก่อให้เกิดผลกำไรตามที่ต้องการ



ความจริงข้อนี้จะปรากฏให้เห็นเด่นชัดเป็น 2 เท่าในโลกของการลงทุน เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบและดำเนินการไปตามแนวทางที่มาพร้อมกับความเชื่อมั่นจากแบบจำลอง ซึ่งหากมองเปรียบเทียบกับบทเรียน 4 ข้อแรก คุณอาจคิดว่าบทเรียนที่ 5 ควรจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าในการรับมือ แต่นั่นก็อาจหมายถึงสำหรับผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งโดยเฉพาะ

ในบางครั้งคุณอาจจะลดค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานลง 2.5 จากค่าคาดหวัง รวมถึงอาจจะเริ่มตั้งคำถามถึงความแม่นยำในแบบจำลองของตนเองและเริ่มคิดไตร่ตรองว่าควรจะยอมแพ้หรือไม่ แต่สิ่งที่คุณต้องทำคือการผลักดันและเกาะติดอยู่กับกลยุทธ์ของตนเองก่อนที่รายได้จะไหลกลับคืนมา

"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

 

XM Global Limited