Toggle navigation
หน้าแรก
โบรกเกอร์ เทรดทองคำ
Indicator เทรดทองคำ
ราคาทองคำไทยวันนี้
Rebate Gold
กองทุนทองคำ SPDR
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
กองทุน SPDR Gold Shares
ประจำวันที่
เวลา
ครั้งที่
ก่อนหน้า
ถือล่าสุด
เปลี่ยนแปลง
-
-
-
-
-
รวมวันนี้
-
เดือนนี้
-
:
ปีนี้
:
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share
คลิกดูสถิติ SPDR ย้อนหลัง >>
ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
ประจำวันที่
ครั้งที่
เวลา
น.
ชนิดทองคำ
รับซื้อ
ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5%
-
-
ทองรูปพรรณ 96.5%
-
-
รวมวันนี้
-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด
-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ
คลิกดูราคาทองย้อนหลัง >>
Track all markets on TradingView
กลุ่มนักเทรดทองคำ นักลงทุนทองคำ อันดับ 1 ในไทย
เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการเทรด ทองคำ
บทเรียนการเทรดทองคำ
Supply & Demand Zone บทที่ 3 : การ Setup ออเดอร์ "รู้เท่าทันสัญญาณการสะสมของรายใหญ่"
พิมพ์
หน้า:
[1]
Supply & Demand Zone บทที่ 3 : การ Setup ออเดอร์ "รู้เท่าทันสัญญาณการสะสมของรายใหญ่"
0 replies
5,173 views
admin
85,939
Supply & Demand Zone บทที่ 3 : การ Setup ออเดอร์ "รู้เท่าทันสัญญาณการสะสมของรายใหญ่"
«
เมื่อ:
06, มิถุนายน 2022, 01:53:41 PM »
Supply & Demand Zone
"รู้เท่าทันสัญญาณการสะสมของรายใหญ่"
บทที่ 3 : การ Setup ออเดอร์
กฏเหล็กในการเปิดออเดอร์สำหรับระบบ Supply & Demand Zone กราฟจะต้องมี Setup ที่สมบูรณ์ก่อน โดยเราจะวางแผนการเทรดหรือตั้งออเดอร์รอเมื่อกราฟมีสัญญาณชี้นำปรากฏให้เห็นชัดเจนเท่านั้น
สำหรับระบบ SND จะมีลักษณะของการ setup ที่ชัดเจนในทุก ๆ โซน ซึ่งแต่ละโซนจะมีแพทเทิร์นหรือ Setup ที่แตกต่างกันออกไป
ทำความรู้จัก QM
Quasimodo Pattern หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า QM คือสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องเรียนรู้สำหรับทุก ๆ การเทรดในระบบ SND และจากรูปแบบดังกล่าวจะนำมาซึ่งวิธีการ Setup ออเดอร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องภายในระบบนี้
หากมองดูเผิน ๆ QM จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับแพทเทิร์น Head and Shoulders แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 รูปแบบต่างมีวิธีการ Setup ออเดอร์ที่แตกต่างกัน
จากรูปที่แสดงด้านบน โดยทั่วไปแล้ว HNS จะประกอบไปด้วยไหล่ซ้าย, จุดยอด และไหล่ขวา ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปในทุก ๆ ช่วงของกราฟราคา
ในทางตรงกันข้าม QM จะมีความซับซ้อนกว่าและปรากฏให้เห็นเฉพาะระหว่างช่วงการกลับตัวของราคา โดยมีรูปแบบที่สังเกตเห็นได้จากจุด H, L, HH และ LL
นอกจากนี้ลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งที่ทำให้ QM แตกต่างจาก HNS นั่นก็คือ MPL ซึ่งจะปรากฏขึ้นระหว่างจุด HH และ LL โดยตำแหน่งที่เราวางออเดอร์จะอยู่ตรงแนวเส้นระดับของ QM หรือที่เรียกว่า QML
การใช้งาน QM ในการเทรด Forex จะอาศัยคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า Over and Under โดยรูปแบบของ Over จะปรากฏขึ้นระหว่างจุด H ตรงไหล่ซ้ายและจุด HH ในขณะที่การเกิดจุด LL ที่ลากทะลุแนวรับของจุด L ลงไปด้านล่างจะเรียกว่า Under
จากการเกิดรูปแบบ Over จะเป็นการสร้าง Demand Zone ขึ้นมาตรงจุด L ในขณะที่รูปแบบ Under จะเป็นการเบรกแนว Demand ลงไปเพื่อทำให้แพทเทิร์น QM สมบูรณ์แบบ และยังเป็นการส่งสัญญาณว่าราคากำลังจะลดต่ำลงไปอีก
ทำความรู้จัก MPL
การมองหา MPL ถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะนี่คือจุดตัดสินสำหรับวิธีการเทรดในระบบ SND โดยมีปัจจัยหลัก 2 ข้อที่ต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอคือ
1. MPL จะอยู่ในไลน์เดียวกับ QML หรือถ้าไม่ใช่ก็จะอยู่ตรงบริเวณที่ใกล้เคียงกัน
2. จะเกิดการทะลุผ่านแนวรับ/แนวต้านขึ้นมาครั้งแรกตรงบริเวณ MPL ซึ่งหมายถึงหากมีการเบรกทะลุแนวครั้งแรกนั่นก็คือจุดที่เกิด MPL
QM ที่สมบูรณ์แบบจะประกอบไปด้วยรายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้ ได้แก่ ไหล่ซ้าย (H), จุดรองรับ QM (L), จุดยอด QM (HH), MPL และจุดที่ลงไปต่ำกว่า (LL) โดยไหล่ซ้ายหรือจุด H คือจุดที่กำหนดระดับของแนวเส้น QM โดยที่เราสามารถลากเส้นเพื่อบ่งชี้ระดับดังกล่าวได้ด้วยเส้น QML
สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจคือ MPL (Maximum Pain Level) ซึ่งเป็นรูปแบบ QM ขนาดย่อที่ปรากฏอยู่บนแนวเส้นเดียวกันกับไหล่ซ้าย (H) จากรูปด้านล่างจะมีวงกลมสีแดงที่ระบุถึงตำแหน่ง MPL ซึ่งเป็นจุดหลักที่ใช้ในการตัดสินใจ โดยที่เราจะเปิดออเดอร์ตรงบริเวณ MPL Supply Zone
การขยับตัวของราคาที่ฝ่าแนวรับของ MPL ลงมาคือตัวบ่งชี้ที่สำคัญมากว่านี่เป็น MPL ที่ถูกต้อง ซึ่งหากมีการเบรกราคาตรงจุดนี้ เราจะสามารถกำหนดพื้นที่ MPL Supply Zone และตำแหน่งที่สามารถเปิดออเดอร์ Sell ได้อย่างไม่ต้องกังวล
เช่นเดียวกับการเคลื่อนที่ฝ่าแนวต้านของ MPL ขึ้นไปก็เป็นตัวบ่งชี้สำคัญมากว่านี่เป็น MPL ที่ถูกต้อง โดยหากมีการเบรกราคาตรงจุดนี้ เราก็จะสามารถกำหนดพื้นที่ MPL Demand Zone และบริเวณที่เหมาะสมกับการเปิดออเดอร์ Buy
90% ของเทรดเดอร์ที่ล้มเหลวในการเทรดของตนเองเป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้จัก MPL ดีพอ โดยที่ MPL ถือเป็นต้นกำเนิดของสภาพคล่องในยามที่ธนาคารใหญ่และผู้ที่สร้างความเคลื่อนไหวในตลาดทำการ Setup ออเดอร์ที่ซ่อนไว้ของพวกเขา
เคยสงสัยไหมว่าทำไมความเคลื่อนไหวดังกล่าวถึงเกิดขึ้นตามหลัง MPL? นั่นเป็นเพราะว่าบรรดาสภาพคล่องจะถูกจัดวางไว้ที่ MPL จนเมื่อราคาเคลื่อนตัวกลับคืนมาก็จะเป็นการเก็บเอาราคาตรงบริเวณนั้นและทำให้เกิดการขยับตัวครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง
ดังนั้นปัจจัยสำคัญสำหรับการ Setup ออเดอร์ทั้งในแบบ Buy และ Sell คือการมองหา MPL ด้วยการพยายามค้นหาการเคลื่อนตัวของราคาครั้งใหญ่ จากนั้นจึงมองหาการเบรกราคาในลักษณะของรูปแบบ Engulfing
ทำความรู้จัก Engulfing
Engulfing หมายถึงชุดของกราฟแท่งเทียนที่อยู่ติดกัน โดยกราฟแท่งแรกจะมีขนาดเล็กและกราฟแท่งที่สองมีขนาดใหญ่หรือที่มักเรียกกันว่า Marubozu
ตามปกติแล้วการ Breakout ครั้งแรกมักจะเป็น Engulfing ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้ไม่ยากจากกราฟแท่งแรกที่มีขนาดเล็ก และตามมาด้วยกราฟแท่งสองที่เป็น Marubozu ไม่ว่าจะสีแดงหรือน้ำเงิน โดยมีราคาปิดที่สูงหรือต่ำกว่ากราฟแท่งแรก
สำหรับการ Setup ออเดอร์ในพื้นที่ Top Zone นอกจากองค์ประกอบหลักอย่าง QM และ MPL แล้ว การ Breakout ของราคาในลักษณะ Bearish Engulfing ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยบ่งชี้ในการเปิดออเดอร์ Sell
รูปแบบ Bearish Engulfing ประเภทที่ 1 (Blue & Red)
– แท่งเทียนสีน้ำเงินจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีแดง ในขณะที่แท่งเทียนสีแดงจะมีราคาปิดที่ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนสีน้ำเงิน และขนาดของไส้แท่งเทียนสีแดงจะอยู่สูงกว่าของแท่งเทียนสีน้ำเงิน
รูปแบบ Bearish Engulfing ประเภทที่ 2 (Red & Red)
– แท่งเทียนสีแดงแรกจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีแดงที่สอง ในขณะที่แท่งเทียนสีแดงที่สองจะมีราคาปิดที่ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนสีแดงแรก และขนาดของไส้แท่งเทียนสีแดงที่สองจะอยู่สูงกว่าของแท่งเทียนสีแดงแรก
รูปแบบ Bearish Engulfing ประเภทที่ 3a (Blue & Red)
– แท่งเทียนสีน้ำเงินจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีแดง ในขณะที่แท่งเทียนสีแดงจะมีราคาปิดต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนสีน้ำเงิน และขนาดของไส้แท่งเทียนสีน้ำเงินจะอยู่สูงกว่าของแท่งเทียนสีแดง
รูปแบบ Bearish Engulfing ประเภทที่ 3b (Red & Red)
- แท่งเทียนสีแดงแรกจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีแดงที่สอง ในขณะที่แท่งเทียนสีแดงที่สองจะมีราคาปิดต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนสีแดงแรก และขนาดของไส้แท่งเทียนสีแดงแรกจะอยู่สูงกว่าของแท่งเทียนสีแดงที่สอง
ในขณะเดียวกันการ Setup ออเดอร์ในพื้นที่ Lower Zone นอกจากองค์ประกอบหลักอย่าง QM และ MPL แล้ว การ Breakout ของราคาในลักษณะ Bullish Engulfing ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยบ่งชี้สำหรับการเปิดออเดอร์ Buy
รูปแบบ Bullish Engulfing ประเภทที่ 1 (Red & Blue)
– แท่งเทียนสีแดงจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีน้ำเงิน ในขณะที่แท่งเทียนสีน้ำเงินจะมีราคาปิดที่สูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนสีแดง และขนาดของไส้แท่งเทียนสีน้ำเงินจะอยู่ต่ำกว่าของแท่งเทียนสีแดง
รูปแบบ Bullish Engulfing ประเภทที่ 2 (Blue & Blue)
– แท่งเทียนสีน้ำเงินแรกจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีน้ำเงินที่สอง ในขณะที่แท่งเทียนสีน้ำเงินที่สองจะมีราคาปิดที่สูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนสีน้ำเงินแรก และขนาดของไส้แท่งเทียนสีน้ำเงินที่สองจะอยู่ต่ำกว่าของแท่งเทียนสีน้ำเงินแรก
รูปแบบ Bullish Engulfing ประเภทที่ 3a (Red & Blue)
– แท่งเทียนสีแดงจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีน้ำเงิน ในขณะที่แท่งเทียนสีน้ำเงินจะมีราคาปิดสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนสีแดง และขนาดของไส้แท่งเทียนสีแดงจะอยู่ต่ำกว่าของแท่งเทียนสีน้ำเงิน
รูปแบบ Bullish Engulfing ประเภทที่ 3b (Blue & Blue)
- แท่งเทียนสีน้ำเงินแรกจะมีขนาดเล็กกว่าแท่งเทียนสีน้ำเงินที่สอง ในขณะที่แท่งเทียนสีน้ำเงินที่สองจะมีราคาปิดสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนสีน้ำเงินแรก และขนาดของไส้แท่งเทียนสีน้ำเงินแรกจะอยู่ต่ำกว่าของแท่งเทียนสีน้ำเงินที่สอง
ส่วนการติดตั้งออเดอร์ในพื้นที่ Mid Zone นั้น จะเกิดขึ้นตรงจุดที่มีพฤติกรรมราคาในลักษณะ Drop Base Drop (DBD) หรือ Rally Base Rally (RBR) ซึ่งโดยปกติแล้วจะสามารถเข้าเทรดได้เมื่อปรากฏตัวของรูปแบบ MPL และ Engulfing ต่าง ๆ
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่การเทรดในบริเวณ Mid Zone มักจะถูกมองข้ามไป จากที่หลาย ๆ ครั้งราคายังไม่เคยเคลื่อนตัวไปจนถึงในบริเวณนั้น โดยที่มันจะเป็นพื้นที่ของสภาพคล่องในยามที่ราคาหยุดนิ่งและอยู่ระหว่างการรวบรวมบางออเดอร์ ก่อนที่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อจบรอบเทรนด์ของตนเอง
ข้อดีที่สุดสำหรับการเทรดในพื้นที่นี้ คือเรากำลังเดินตามเทรนด์ต่อไปจากที่ Win Rate ของการเทรดตามเทรนด์จะอยู่ที่ระดับสูงถึง 85% อยู่เสมอ ดังนั้นจงพยายามมองหาโอกาสของการ Setup ออเดอร์ในพื้นที่ Mid Zone ทุกครั้งเท่าที่จะเป็นไปได้
ข้อแนะนำของการเปิดออเดอร์ Sell ควรมองหาโมเมนตัมที่เข้มแข็งของ Bearish Engulfing ตรงบริเวณ MPL Sell Zone ที่ตามมาด้วยแท่งเทียน Marubozu สีแดง ซึ่งมักจะส่งผลลัพธ์ที่เป็นบวกถึง 75% ในขณะที่พยายามหลีกเลี่ยง Bearish Engulfing ที่มีรูปแบบของชุดแท่งเทียนขนาดเล็ก ซึ่งจะส่งผลต่อความเสี่ยงประมาณ 50-50
โดยสรุป
จงมองหาโมเมนตัมที่เข้มแข็งของ Bearish Engulfing พร้อมกับกฎ 2 ข้อคือ ต้องเป็นพฤติกรรมราคาที่เกิดขึ้นระหว่างจุด HH และ LL ในขณะที่การเกิด Engulfing จะต้องตามมาด้วยแท่งเทียน Marubozu สีแดงที่เด่นชัด
ข้อแนะนำของการเปิดออเดอร์ Buy ควรมองหาโมเมนตัมที่เข้มแข็งของ Bullish Engulfing ตรงบริเวณ MPL Buy Zone ที่ตามมาด้วยแท่งเทียน Marubozu สีน้ำเงิน ซึ่งมักจะส่งผลลัพธ์ที่เป็นบวกถึง 75% ในขณะที่พยายามหลีกเลี่ยง Bullish Engulfing ที่มีรูปแบบของชุดแท่งเทียนขนาดเล็ก ซึ่งจะส่งผลต่อความเสี่ยงประมาณ 50-50
โดยสรุป
จงมองหาโมเมนตัมที่เข้มแข็งของ Bullish Engulfing พร้อมกับกฎ 2 ข้อคือ ต้องเป็นพฤติกรรมราคาที่เกิดขึ้นระหว่างจุด LL และ HH ในขณะที่การเกิด Engulfing จะต้องตามมาด้วยแท่งเทียน Marubozu สีนำเงินที่เด่นชัด
บันทึกการเข้า
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"
พิมพ์
หน้า:
[1]
ติดตามตลาดทั้งหมดได้บน TradingView
ในการใช้งานเว็บไซต์ traderider.com ท่านได้ยอมรับ
ข้อตกลงเกี่ยวกับคุกกี้
ตกลง