กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Market Sentiment และ Positioning สัมพันธ์กันอย่างไร

  • 0 replies
  • 4,129 views
Market Sentiment และ Positioning สัมพันธ์กันอย่างไร
« เมื่อ: 29, พฤศจิกายน 2021, 06:24:05 PM »
Market Sentiment และ Positioning สัมพันธ์กันอย่างไร

แม้ว่าการเคลื่อนของราคาเกิดเพราะการเกินกันระหว่าออเดอร์ทำให้ Demand เกิน Supply หรือ Supply เกิด Demand แต่ต้องไม่ลืมว่าออเดอร์พวกนี้มาจากเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าเทรดและออกเทรด สิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์อยากเทรดทั้งเพราะการวิเคราะห์ Technical Analysis หรือทางด้าน Fundamental Information ก็ได้แล้วแต่ว่าเทรดเดอร์เทรดอย่างไร แต่เพราะเทรดเดอร์เป็นมนุษย์มีอารมณ์ โดยเฉพาะการเทรดเกี่ยวพันโดยตรงกับความโลภและความกลัว อารมณ์ของเทรดเดอร์เลยมีผลต่อการเคลื่อนของราคา ซื่งอารมณ์พวกนี้สะท้อนออกมาในรูปแบบของราคาด้วย


Market sentiment ถือว่าเป็นฉันทามติของทัศนคติของเทรดเดอร์ต่อสินค้านั้นๆ  โดยความรู้สึกพวกนี้จะสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านทางการเคลื่อนไหวของราคา และ Sentiment ไม่เกี่ยวกันข้อมูลด้านพื้นฐานของสินค้านั้นๆ  ดังนั้น หมายความว่า Sentiment บอกว่าเทรดเดอร์มีการมองสินค้าที่เทรดนั้นๆ อย่างไร แต่เพราะว่า Sentiment เป็นเรื่องของอารมณ์อาจสงสัยว่า มีวิธีการไหนที่จะวัดว่า Sentiment ของเทรดเดอร์ต่อสินค้านั้นๆ ดูอย่างไร เพราะแต่ละเทรดเดอร์คิดต่าง และเทรดต่างกันออกไป แต่ด้วยการเปิดเผย Position ที่เทรดเดอร์ถืออยู่กับสินค้านั้นๆ  ก็จะเป็นตัวบอกว่าเทรดเดอร์ส่วนมาก มี Sentiment อย่างไรกับสินค้านั้นๆ นี่คือความสัมพันธ์ระหว่าง Market sentiment กับ Positioning ของสินค้านั้นๆ ยิ่ง เมื่อสินค้าที่ทำเทรนต่อเนื่องกันอย่างชัดเจน ระดับของ Sentiment จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เลยช่วยในการกำหนด Sentiment ได้อีกถ้าเราไม่มีข้อมูลแบบ Oanda Orderbook หรือ Myfxbook ที่จะอธิบายต่อไป

จะเห็นว่าเมื่อว่าด้วยเรื่องของ Market sentiment จะเป็นการพูดถึงแรงจูงใจของสินค้านั้นๆ เป็นอย่างไร ขณะที่เมื่อพูดถึง Positioning ก็บอกสิ่งเดียวกัน แต่เราสามารถอ้างถึง Positions ที่ถืออยู่เป็นตัวอ้างอิงเป็นหลัก ดังนั้นเข้าใจ Market sentiment เพื่อการที่จะหาว่าเทรดเดอร์ส่วนมากตอบสนองการเคลื่อนราคาของสินค้านั้นๆ ทางไหนเป็นหลัก (Bullish หรือ Bearish Bias) ก็จะทำให้เกิดการเทรดตามทางนั้นๆ เป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการเทรดตามเทรน หรือพูดให้ชัดเจนกว่านั้น เรื่องของ Market sentiment และ Positioning ช่วยให้เรารู้ว่าเทรดเดอร์ส่วนมากเทรดอย่างไรกับสินค้านั้นๆ


ดูภาพประกอบนี้เป็นการใช้ข้อมูลที่มาจาก Oanda Orderbook ที่แสดงที่ชาร์ตหลัก และส่วนที่มาจาก myfxbook (หรือท่านสามารถดู Market sentiment ได้ใน cTrader ด้วย) ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ตลาดฟอเรกข้อมูลที่มาจากโบรกเกอร์จะต่างกันออกไป ตัวเลขไม่ตรงกันเพราะว่าตลาดฟอเรกเป็นตลาดแบบ Distributed Trading Server ข้อมูลไม่ได้มาจาก Server เดียวกัน ต่างจากตลาด Futures ที่เป็น Centralized Trading Server ข้อมูลออเดอร์มาจากที่เดียวกัน ทุกคนเลยเห็นภาพเดียวกัน จะเห็นว่าตัวเลขของตลาดฟอเรกจะต่างกันบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพโดยรวมเป็นไปทางเดียวกันพอ นั่นบอกว่าเทรดเดอร์ส่วนมากโต้ตอบแบบเดียวกันเมื่อเทียบแหล่งข้อมูลจากหลายโบรกเกอร์ แม้ว่าข้อมูลจะต่างกัน แต่ว่าเราสามารถหาภาพรวมของ Sentiment ได้ง่าย

ดูเรื่องของ Market sentiment ก่อน ในที่นี้ยกตัวอย่าง GBPUSD และ EURUSD สำหรับ Oanda ด้านซ้ายบนจะเป็นตัวเลขบอก Sentiment ของแต่ละคู่เงิน GBPUSD มีเทรดเดอร์ถือ Long positions ที่ 55.1% และถือ Short positions ที่ 44.9% ส่วน EURUSD ถือ Long positions ที่ 60.9% และ Short positions ที่ 39.1%

ส่วนของ Myfxbook การแสดงจะเป็น Histrogram เมื่อท่านคลิกค่อยจะแสดงรายละเอียด เช่นอย่าง EURUSD มีเทรดเดอร์ที่ถือ Short positions ที่ 21% และถือ Long positions ที่ 79% และบอกถึงจำนวน Volume และจำนวน Positions ทั้งหมดด้วย รายละเอียดพวกนี้แล้วแต่วิธีการแต่ละโบรกเกอร์นำเสนอ แต่เมื่อเทียบข้อมูลจาก 2 แหล่งนี้ ท่านจะเห็นว่า Oanda มีการแสดง Histrogram ที่ทั้งบอก Volume และบอกว่า Positions ที่อยู่พื้นที่ราคาไหนด้วย

จะใช้ Market Sentiment และ Positioning อย่างไร

เมื่อเข้าใจ Sentiment การที่บอกราคาสินค้านั้นๆ เป็น Bullish หรือ Bearish เลยเป็นเรื่องง่าย เมื่อเรารู้ว่าตลาดตอนนั้นๆ เป็น Bullish ราคาก็จะขึ้นเป็นหลัก ก็จะช่วยให้เราหาทางเทรดตามเทรนหรือตาม Sentiment ได้ง่าย ให้ดูสัดส่วนของ Sentiment เช่นส่วนห่างอย่าให้เกินระดับ 70-30% ของระหว่างฝ่าย Short positions และ Long positions เพราะถ้าสัดส่วนต่างระหว่าง Sentiment มากขนาดนั้น ถือว่าราคาวิ่งไปทางเดียวมากเกินไป เป็นไปได้ที่จะเกิด Reversal ส่วนมาก กรณีจะเป็นการที่ขาใหญ่ใช้เพื่อเร่งราคาเพื่อทำกำไร และเพื่อเข้าเทรดเพราะเมื่อ Sentiment ไปทางเดียวมากเกินไป เช่น 70% ขึ้น แสดงว่าเทรดเดอร์เทรดทางนั้นเป็นหลัก เมื่อขาใหญ่เข้าเทรดตรงข้าม พวกเขาจะได้ออเดอร์ตรงข้าม ณ จุดที่พวกเขาต้องการเข้าเทรดได้เลย


อีกกรณี เพราะ Sentiment และ Positioning ไปทางใดทางหนึ่งมากเกินไป แม้ว่าช่วยให้เราเห็นเทรนว่าเป็น Bullish หรือ Bearish ได้ง่าย แต่ถ้าเกิดสิ่งไม่คาดการณ์ขึ้น เทรดเดอร์ที่ถือ Positions พวกนี้จะออกตลาดทันทีเพื่อจำกัดความเสี่ยง แบบนี้จะทำให้ราคาวิ่งสวนอีกข้างทันทีเช่นกันเพราะว่า การออกจากตลาดไม่ว่าจะเป็นการปิดออกเองหรือการกำหนด Stop loss เท่ากับว่า เปิดเทรดฝ่ายตรงข้าม ณ จุดที่ออกจากตลาด ด้วย Sentiment มากขนาดนั้น

ตัวอย่างตามภาพประกอบ  จะเห็นว่า Bullish Sentiment ชัดเจนเพราะเทรนทำต่อเนื่อง เลยทำให้เทรดเดอร์ส่วนมากเทรดพื้นที่เลข 2 ที่เป็นการเทรดตามเทรนได้ง่ายด้วยการใช้ข้อมูล Sentiment  พอมาถึงเลข 3 จะเห็นว่า แม้ว่าราคาขึ้นไป แต่ Sentiment น่าจะมากเพราะเทรนต่อเนื่องกันมา และการเข้าเทรดพื้นที่นี้ ราคาไม่สามารถทำ New High ได้ แสดงว่าเริ่มมีการออกจากการเทรดเพราะ Sentiment ที่เลข 1 และ 2 ทำให้เทรดเดอร์หันมาเทรด Buy เป็นหลัก เปิดโอกาสให้ขาใหญ่ที่เทรดแต่แรกทางเดียวกัน ปิดทำกำไรได้ง่าย และเข้าเทรดตรงข้ามได้ตามพื้นที่ที่ต้องการได้ด้วย นั่นคือภาพที่เห็นว่าทำไมพื้นที่เลข 2 ราคาไม่สามารถทำ New High ได้ พอราคาเบรคลงมา พื้นที่ B ที่เป็น Stop loss รู้เพราะด้วยการดู Positioning เลยทำให้เกิด Sell orders ได้เลยทำให้ราคาลงง่าย

 

XM Global Limited