กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

กลยุทธ์การออกจากตลาด

  • 0 replies
  • 894 views
กลยุทธ์การออกจากตลาด
« เมื่อ: 29, พฤศจิกายน 2021, 06:16:55 PM »
กลยุทธ์การออกจากตลาด

การศึกษาหาวิธีการต่างๆ เพื่อเข้าเทรด แม้ว่าจะสำคัญ แต่การออกเทรดให้ถูกที่ และเหมาะสมทั้งการทำกำไรและการจัดการความเสี่ยงก็สำคัญไม่แพ้กัน  เพราะการออกจากการเทรดที่ดี ถ้าติดลบก็จะช่วยให้ท่านสูญเสียน้อยสุดได้ แต่ถ้าทางที่ท่านเปิดเทรดกำไร ก็จะช่วยให้ท่านสามารถทำกำไรมากสุดได้เช่นกัน  นอกจากนั้นการออกเทรดที่ดี โดยเฉพาะเมื่อท่านติดลบหรือสูญเสียต่อเนื่องกัน ยังมีผลเชิงจิตวิทยาช่วยจัดการอารมณ์ท่านได้ดีด้วย การออกจากตลาดที่ดี ต้องให้ท่านสูญเสียน้อยสุด และไม่เสียเลย ขณะเดียวกันต้องสามารถปล่อยให้กำไรได้ตามเป้า หรือมากกว่าแล้วแต่ตลาดตอนนั้นๆ


การออกเทรดจำเป็นเพราะว่า แม้ว่าการเปิดเทรดจะมีความเป็นไปได้สูงก็ตาม แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าราคาจะไปทางที่ท่านเปิดเทรด ตลาดไม่ได้วิ่งทางเดียว เพราะการทำกำไรในตลาดจะเกิดขึ้นได้ เมื่อฝ่ายตรงข้ามที่จับคู่กับออเดอร์ท่านตอนท่านเปิดเทรดกำลังติดลบถ้าท่านกำลังบวก หรือทางตรงกันข้ามกันท่านติดลบอีกฝั่งกำลังกำไร เพราะการเปิดเทรดก็เช่นกัน เมื่อจะเปิดเทรดได้ ณ ราคาที่ต้องการ ต้องมีออเดอร์ตรงข้าม การทำงานของตลาดแบบนี้ ทำให้ราคาไม่อาจวิ่งไปทางเดียวได้ รูปแบบที่เห็นได้ชัดเจน คือแม้ราคาจะทำเทรน ราคาจะวิ่งเป็น Zigzag ขึ้นและลงช่วงทำ Impulsive move และ Corrective move   เช่นอย่างภาพประกอบด้านบน เมื่อท่านเปิด Sell 1 หรือ Sell 2 การรู้จักว่าจะออกอย่างไรสำคัญ แทนที่จะออกด้วยการนับ Pips ถ้าท่านอ่าน Market structure ประกอบเป็นท่านสามารถกำหนด TP 1 และ TP2 ได้ และราคาก็จะมาชนทีพี แต่ถ้าท่านไม่เข้าใจ ท่านอาจถือรอต่อหลังจากที่ราคาลงมาแล้ว ดูตอนที่ราคาวิ่งย้อนกลับขึ้นไปและขึ้นไปเยอะด้วยและนานกว่าจะลงมาอีก และอาจไม่ลงมาต่อก็ได้ แต่ถ้าเข้าใจและมองหลักการออก ท่านจะสะสมกำไรตั้งแต่แรกได้

ทุกออเดอร์ที่เปิดต้องกำหนด Stop loss และ Take Profit อย่างชัดเจน

วิธีการแรกที่จะออกจากการเทรดได้ง่ายและมีประสิทธภาพที่สุด เมื่อท่านเทรดตามแผนการเทรดท่านคือ ทุกออเดอร์ที่ท่านจะเปิดเทรดท่านต้องเห็นว่าท่านจะกำหนด Stop loss และ Take profit ตรงไหนเพื่อการจัดการพอร์ตโดยเฉพาะเรื่องของการบริหารความเสี่ยง เพราะท่านยอมรับความ Risk:Reward ที่ท่านจะเปิดได้ ข้อดีคือไม่ต้องมากังวลถ้าราคาวิ่งสวนท่านๆ ถูกกระทบอารม์หรือไม่และยังช่วยให้ท่านเทรดตามแผนการเทรดอย่างมีวินัยได้ด้วย ความยากของการออกเทรดแบบนี้ อยู่ที่การหา Trade setup ที่ชัดเจนให้เห็นก่อน

ใช้ Trailing Stop หรือ Break-even SL เป็นอีกทางเลือก


วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่นิยมกัน เพื่อให้มั่นใจว่ากำไรได้จริง อย่างน้อยขั้นต่ำตามที่กำหนด และยังสามารถเพิ่มกำไรต่อได้ถ้าราคาไปต่อทางที่ต้องการก็จะเป็นการรักษาระยะห่าง Stop loss กับราคาปัจจุบันเพื่อรักษากำไร แต่วิธีการนี้ก็มีข้อเสีย เพราะถ้าเรากำหนดระยะห่าง Tailing stop ใกล้ไป อาจโดนราคาเด้งลงมาชนก่อนแล้วไปต่อได้ โดยเฉพาะช่วงมีข่าวแรงๆ เข้ามา การเคลื่อนราคาจะเร็วและ Spread ก็มักจะถ่างออกด้วย ดังนั้นวิธีการแก้ เป็นการปล่อยให้ราคาทำกำไรมากพอ และระยะห่าง มาก อีกวิธีที่จะออกตลาดคือใช้ Stop loss ตามหลักการ Break-even หลังจากที่ราคาไปทางที่เราต้องการเกินทางที่เราต้องการขั้นต่ำ แล้วก็มากำหนด Stop loss ตรงที่ Break-even ที่มีกำไรอย่างน้อยอยู่แล้ว ที่เหลือก็ปล่อยตามราคาในตลาดว่าสามารถดันราคาไปทำกำไรได้มากแค่ไหน ส่วนมากการใช้การออกตลาดด้วย Trailing Stop จะใช้กันมากตอน Breakout แรงๆ หรือตอนที่มีข่าวแรงๆ เพราะราคาเคลื่อนไหวเร็ว การออกตลาดแบบนี้จะป้องกันกำไร และมั่นใจว่าได้ออกตลาดได้เร็ว

ใช้ Market structure เพื่อออก


วิธีการนี้จะอิงการอ่านการเคลื่อนของราคาประกอบ แต่ข้อดีของวิธีการนี้คือท่านกำหนดการออกจากตลาดจากโครงสร้างตลาดที่เกิดขึ้นเลย ส่วนมากจะช่วยให้ท่านออกและทำกำไรได้ตามจุดที่ต้องการแต่ละ Trade setup ได้อย่างชัดเจน ที่กล่าวมาแต่ต้นว่าการออกจากตลาดจำเป็นพอๆ กับการเข้าตลาด เพราะการออกจากตลาดนอกจากจะช่วยจำกัดความเสี่ยงได้ดีและทันทีเมื่อราคาวิ่งสวนท่าน แต่ถ้าราคาวิ่งเข้าทางที่ท่านเปิดเทรดยังช่วยให้พอร์ตท่านเติบโตเร็วด้วย

Market structure คือผลของ Price Action ที่ทำให้เห็นการเคลื่อนของราคาว่าเกิดอย่างไร ช่วยให้กำหนดทิศทางการเคลื่อนราคาได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อการพัฒนาการ Highs/Lows ต่อเนื่องกันไปทางเดียวกันเพื่อกำหนดเทรน จุด Swing highs/lows ต่างๆ ช่วยให้เห็นร่องรอยว่ามีการเปิดเทรดที่ชัดเจนและการเข้ามาอีกข้างจนสามารถดันราคาสวนทางได้ตรงไหน ช่วยกำหนด Support/Resistance ได้ง่าย ดังนั้นการเปิดเทรดก็จะอิง Support/Resistance ที่เกิดจาก Market structure นี้ ด้วยการดูรูปแบบ Price Action ประกอบ และยังหาจุดออกโดยอิงจากแนวรับ-แนวต้านจาก Market structure เช่นกัน

ดูภาพประกอบด้านบน ภาพอธิบาย Market structure ด้านล่างของชาร์ตราคา เคลื่อนไปทางเดียวกันวาดเห็นเส้นทิศทาง พร้อมกำหนดแนวรับหรือ Support เป็นตัวอย่าง พอราคาเบรค และย่อตัวกลับมา ดูที่กรอบสีแดง ตรงนั้นจะเป็นพื้นที่ๆ เข้าเทรดด้วยการดูรูปแบบ Price Action ประกอบที่บอกถึง Rejection อย่างชัดเจนเช่น Pin Bar, หรือ Engulf Bar แท่งเทียนต่อมาเปิดเทรด แล้วกำหนด Stop loss เหนือ high พื้นที่นั้นๆ และ Take profit ก็ที่จุด Low ต่อไป มองขึ้นไปที่ชาร์ตจริง ที่เลข 1 เป็นรูปตามที่อธิบาย และที่เลข 2 ก็เช่นเดียวกัน จะเห็นว่าการอ่าน Market structure ประกอบกับการเข้าเทรด ช่วยให้เราหาจุดออกเทรดได้ง่าย และถูกที่ด้วย ที่สำคัญคือเห็นจุดออกได้อย่างชัดเจน

 

XM Global Limited