กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Dow Theory – พื้นฐาน Technical analysis – ราคาสะท้อนทุกสิ่งอย่าง

  • 0 replies
  • 975 views
Dow Theory – พื้นฐาน Technical analysis – ราคาสะท้อนทุกสิ่งอย่าง

หลักการ Technical Analysis เป็นพื้นฐานของการวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่สำคัญมาก เป็นพื้นฐานที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจก่อนเพื่อจะช่วยให้วิเคราะห์ด้านเชิงเทคนิคได้ดีและพัฒนาการต่อยอดการวิเคราะห์ หรือศึกษาหลักการทางเทคนิคต่างๆ ได้ง่ายแล้วต่อยอดออกไปตามรูปแบบของแล้วแต่ละเทรดเดอร์ได้ง่าย จากที่กล่าวภาพรวมของหลักการ Dow ในบทความแรก ถ้ามองภาพรวมจะเห็นว่าการวิเคราะห์ตามหลักการของ Dow ให้ความสำคัญเรื่องของเทรนเป็นหลัก ตั้งแต่การกำหนดเทรนด้วยการดูการพัฒนาการของ Swing highs/lows เป็นอย่างไร สำหรับกำหนด market structure เพื่อกำหนดเทรน ทุกหลักการทั้ง 6 ข้อจะสัมพันธ์การเทรดที่สัมพันธ์กับเทรนหมด

หลักการ – ราคาสะท้อนทุกสิ่งอย่าง


หลักการนี้  ตามหลักการ Dow บอกว่า ทุกอย่างนั้นได้ถูกสะท้อนที่ราคาหมดแล้ว โดยที่ราคาจะบอกข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าปัจจัยต่างๆ เช่น ข่าวทางเศรษฐกิจ ปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวกับราคา การเมือง หรือความต้องการของนักลงทุน เช่นการลงทุนในตลาด ราคาจะสะท้อนออกมาก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการหรือข่าวของบริษัทก่อนเสมอ จริงๆ หลักการนี้สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดด้วยการวิเคราะห์เชิงเทคนิค ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะว่าหลักการวิเคราะห์เชิงเทคนิค เทรดเดอร์ต้องวิเคราะห์ การเคลื่อนของราคาเป็นหลักอยู่แล้ว ดังนั้นหลักการนี้ จึงบอกถึงหลักการเทรดด้วย Price Action ได้อย่างตรง เพราะว่าเป็นการวิเคราะห์ การเคลื่อนของราคาที่เปิดเผยออกมา

ถ้าดูจากภาพด้านบนประกอบ ยกตัวอย่างชาร์ต H4 เป็นเทรนใหญ่ - เพราะถ้าว่ากันตามหลักการเทรดของ Dow เทรนใหญ่คือการดูจากเทรนที่ดูชาร์ตตั้งแต่ 200 วันขึ้น และรอลงมาตั้งแต่ 3 สัปดาห์ขึ้นและเทรนย่อยหรือสั้นตั้งแต่ 3 วัน ไม่เกิน 3 สัปดาห์  หลักการวิเคราะห์ด้วยการกำหนดเทรนแบบหลายเทรนประกอบกันแบบนี้ นำมาสู่การวิเคราะห์ต่าง timeframe เช่นกัน แต่กำหนดช่วงเวลาต่างออกไปเช่น ถ้าเป็น Day Traders ก็จะกำหนดทำนองเดียวกันว่า ด้วยการกำหนด เทรนจากชาร์ต D1 เป็นเทรนใหญ่หรือเทรนหลัก ตามด้วย H4 และ H1 ลงมา แต่นั่นเป็นเรื่องของการกำหนดเทรน หรือ Market structure สำหรับกำหนดภาพรวมของการเคลื่อนไหว แต่การที่บอกว่าราคาสะท้อนทุกอย่าง การเคลื่อนราคาบอกทุกอย่าง มองด้าน Price Action เป็นหน่วยที่ย่อยลงมาระดับการเคลื่อนไหวของราคาสำหรับการกำหนดเทรน หรือ market structure  ถ้ามองแท่งเทียน ก็จะเป็นการเคลื่อนของราคาเกิดขึ้นแต่ละแท่งเทียนอย่างไร



ดูภาพด้านบนประกอบ สิ่งแรกที่จะอ่านแท่งเทียนสำหรับอ่านว่าราคาสะท้อนหรือบอกทุกอย่างของการเคลื่อนอย่างไร ต้องเข้าใจก่อนว่า การดูการเคลื่อนสำหรับแบบแท่งเทียนใช้แท่งเทียน ด้วยกำหนดแท่งเทียนแต่ละช่วงเวลา หรือ Timeframe ว่าท่านอ่านแท่งเทียนจาก timeframe ไหน แท่งเทียนสำหรับแต่ละช่วงเวลาประกอบด้วย ราคาเปิด (open) ราคาสูง (high) ราคาต่ำ (low) และราคาปิด (close) และมองจากสิ่งที่ได้ ท่านจะได้ข้อมูลตามมาคือ ช่วงราคาที่มีการเคลื่อนของช่วงแท่งเทียนนั้นหรือเวลานั้น การอ่านแท่งเทียนหรือ Price Action ต้องอ่านส่วนประกอบของแท่งเทียนประกอบกัน และแท่งเทียนต่อเนื่องกัน ก็จะให้ความสำคัญหมดเช่น ราคาแท่งเทียนปัจจุบันเทียบกับแท่งเทียนก่อนเป็นอย่างไร ราคาเปิด และราคาปิดของแท่งเทียนปัจจุบัน เป็นอย่างไร และสัมพันธ์กับแท่งเทียนก่อนนี้อย่างไร เพราะว่าช่วงการเคลื่อนของราคาหรือ price range ของแต่ละแท่งเทียน คือผลจากการเทรดที่เกิดขึ้นช่วงเวลานั้นๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่ราคาได้บอกว่า เป็นอย่างไร บอกว่าเมื่อจบแท่งเทียนนั้นๆ Demand ออเดอร์ที่มาจากฝ่ายต้องการ Buyers หรือ Supply ออเดอร์ที่มาจากฝ่าย Sellers ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายชนะ นอกจากนั้น ช่วงราคาของแต่ละแท่งเทียนยังบอกความหมายด้วยเช่น ถ้าระยะห่างราคาเปิด-ราคาปิดมาก บอกถึงมีการเข้าเทรดมาก ถ้าราคาเปิด-ราคาปิดอยู่พื้นที่เดียวกัน บอกถึงความไม่ชัดเจนว่า ฝ่าย Sellers หรือ Buyers เป็นฝ่ายชนะตอนราคาปิด

ดังนั้น ไม่แปลกถ้าจากการอ่านแท่งเทียนข้างบน ที่บอกว่าราคาสะท้อนทุกสิ่งอย่างอยู่แล้ว ตามหลักการข้อแรกของทฤษฏี Dow


ดูที่ภาพด้านบน ที่กำหนดเทรนขึ้นด้วยการที่ราคาสามารถทำ Higher Highs ตามด้วย High Lows ต่อเนื่องกันมา ดูกรอบที่บอกว่า อ่านราคาตรงนี้ ดูว่าราคาบอกอะไรบ้างจากการอ่านแท่งเทียน ราคาได้ทำ Higher High ต่อเนื่องได้ ข้อแรก เราก็คาดว่าราคาหลังจากจบ Higher Low ราคาน่าจะเบรคได้เช่นก่อนขึ้นไปทำ Higher High ใหม่ได้ แต่ราคาทำไม่ได้  ข้อสอง แท่งเทียนหลายแท่งต่อมาอยู่ในกรอบพื้นที่เดียวกัน หรือเรียกว่า consolidation และขนาดแท่งเทียนเล็กลง บอกว่าไม่ค่อยมีการเทรดมาก ไม่งั้นต้องเห็นแท่งเทียนยาวๆ ที่บอกว่า Sell หรือ Buy เป็นฝ่ายชนะเมื่อจบแท่งเทียน ข้อสาม ความสำคัญของราคาปิดแต่ละแท่งเทียน จะเห็นว่าอยู่พื้นที่เดียวกันส่วนมากช่วง consolidation ข้อสี่ จนกว่าแท่งเทียนยาวๆ เบรคกรอบลงมา และราคาสามารถปิดด้านล่าง พื้นที่เดียวกันกับราคาต่ำสุดของช่วงเวลาได้ ค่อยเปิดเผยออกมาว่าฝ่าย Sellers หรือ Supply ชนะ Demand หลังจากช่วง Consolidation ที่ต่อเนื่องกันมานาน นี่คือสิ่งที่ราคาบอกว่า ทำไมราคาไม่สามารถทำ Higher High ตอนแรกได้ทำตามเทรนที่ขึ้นมาแต่แรกได้

การอ่านราคาหรืออ่าน Price Action เช่นนี้ บอกได้ว่าราคาได้บอกหมดทุกอย่างตามหลักการของ Dow หมดว่า ราคามันกำลังบอกอะไร แต่การอ่านราคาเช่นนี้ต้องเข้าใจ และผ่านการฝึกทักษะจนมีประสบการณ์หรือความชำนาญก่อน

 

XM Global Limited