กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

นโยบายการเงิน (Monetary Policy) คืออะไร? นโยบายการเงินสำคัญต่อการลงทุนอย่างไร?

  • 0 replies
  • 756 views
นโยบายการเงิน (Monetary Policy) คืออะไร? นโยบายการเงินสำคัญต่อการลงทุนอย่างไร?

นโยบายการเงิน (Monetary policy) เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่ธนาคารกลางหรือแบงก์ชาติใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่รัฐเป็นผู้กำหนด ไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่อง การบริโภค หรืออัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น อย่างไรก็ดี เครื่องมือส่วนใหญ่ที่ใช้ในการกำหนดนโยบายการเงินนั้นมักใกล้เคียงกัน อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามประเภทของนโยบายการเงินนั้นๆ


เพื่ออธิบายให้นักลงทุนมือใหม่เข้าใจง่ายขึ้น วันนี้เราจะพูดถึงประเภทหลักของนโยบายการเงิน รวมถึงบทบาทสำคัญของนโยบายการเงินทั้งในแง่เศรษฐกิจของประเทศ และความสำคัญต่อนักลงทุนและการลงทุน

อธิบายนโยบายการเงินแบบง่ายๆ

นโยบายการเงิน คือ นโยบายที่ธนาคารกลางหรือองค์การเงินตราใช้ในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยและอุปทานทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจัดหาช่องทางต่างๆ ให้เงินมีการไหลเวียน

โดยช่วงที่มีการประกาศนโยบายทางการเงินเป็นช่วงจังหวะที่สำคัญสำหรับนักลงทุน นักวิเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน เนื่องจากนอกจากการรายงานตัวเลขและผลการเงินต่างๆ จะส่งผลในระยะยาวต่อเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังมีผลต่อเนื่องถึงตลาดการเงินและความเคลื่อนไหวของราคาในภาคเศรษฐกิจ อัตสาหกรรม และกลุ่มการลงทุนต่างๆ อีกด้วย

ประเภทหลักของนโยบายการเงิน

ผู้เชี่ยวชาญแบ่งนโยบายการเงินออกเป็นหลายประเภทตามรูปแบบการดำเนินการของนโยบายนั้นๆ โดยประเภทนโยบายการเงินที่สำคัญที่ท่านควรพิจารณา ได้แก่:


  • นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary policy) – เป็นนโยบายที่ใช้เมื่อเศรษฐกิจถดถอยหรือมีการชะลอตัว สังเกตได้จากปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้น โดยการใช้นโยบายการเงินประเภทนี้มีเป้าหมายในการเพิ่มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ และเพิ่มความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ โดยรัฐจะลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงเพื่อกระตุ้นให้มีการจับจ่ายบริโภคเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนอยากที่จะออกมาใช้จ่ายมากกว่าที่จะเก็บเงินเพียงอย่างเดียว
  • นโยบายการคลังแบบหดตัว (Contractionary policy) – นโยบายนี้จะแตกต่างจากนโยบายก่อนหน้าอย่างชัดเจน เนื่องจากจะใช้เมื่ออุปทานทางการเงินเพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผลให้เกิดอัตราเงินเฟ้อที่สูง รวมถึงต้นทุนทางธุรกิจและค่าครองชีพก็จะสูงตาม และเพื่อป้องกันสถานการณ์เหล่านั้น รัฐจะมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อและอุปทานทางการเงิน

bonus-200-with-MTrading

ปัจจัยสำคัญของนโยบายการเงินที่ไม่ควรมองข้าม!

การกำหนดนโยบายการเงินใดๆ ก็ตามจะต้องมาจากระดับความไว้วางใจของสาธารณชน เพราะถ้าหากไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ก็อาจไม่มีเกิดการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายดังกล่าว พูดง่ายๆ ก็คืออัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับเดิม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

หวังว่าตอนนี้ทุกท่านคงเข้าใจแล้วว่านโยบายการเงินมีความสำคัญต่อนักลงทุนอย่างไร ดังนั้น ท่านจะต้องติดตามการออกนโยบายทางการเงินอย่างใกล้ชิด รวมถึงความไว้วางใจของสาธารณชน ซึ่งจะมีผลต่อมูลค่าการลงทุนของท่าน และทำให้ท่านสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รับโบนัส $30! พร้อมเทรด Forex สเปรดเริ่มจาก 0 ที่ MTrading


รับ $30 Bonus จาก MTrading

 

XM Global Limited