กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

การใช้อินดิเคเตอร์ ZigZag กับ Technical Analysis อื่น

  • 0 replies
  • 1,162 views
การใช้อินดิเคเตอร์ ZigZag กับ Technical Analysis อื่น
« เมื่อ: 30, กรกฎาคม 2021, 08:15:56 PM »
การใช้อินดิเคเตอร์ ZigZag กับ Technical Analysis อื่น

ZigZag เป็นพื้นฐานของ Technical Analysis หลายๆ ตัวเพราะว่ามันเป็นจุดอ้างอิงจุดที่เป็น extreme ของราคาแต่ละช่วง เลยทำให้เห็นภาพของ Market Structure เข้าใจง่าย เพราะตรรกะที่อยู่เบื้องหลังของแต่ละจุด High หรือ Low ที่ ZigZag แสดงตามค่า Settings ที่กำหนด ZigZag เลยช่วยให้เห็นการเคลื่อนชัดเจนและยังกรองการเคลื่อนเล็กน้อยออกไปด้วย แม้ว่า ZigZag เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Lagging แต่จุดอ้างอิงพวกนี้มีการนำเอาไปใช้กับ Technical Analysis นอกจาก แนวรับ-แนวต้านที่กล่าวว่าเป็นจุดเบื้องต้นและใช้ง่ายสุด แต่มีการเอาไปเสริมหรือประกอบ หรือเป็นส่วนสำคัญของ Technical Analysis อื่นหลายอย่าง

ZigZag ช่วยให้เห็น Market Structure ชัดเจน


สิ่งแรกที่ถือว่าสำคัญสำหรับการเทรดคือการกำหนดเทรน ว่าตลาดเป็นเทรนหรือไม่และอย่างไร หรือไม่ทำเทรน การอ่าน Market structure ด้วยการพัฒนาการ swing highs/lows ต่อเนื่องกันเป็นตัวกำหนด market structure ให้เราดูออกว่าตลาดกำลังบอกอะไร ZigZag เป็นทูลบอก การเคลื่อนชัดเจนที่เกิดขึ้น ระหว่าง Higher และ Lower เลยเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกำหนด Market structure เช่นเมื่อกำหนดเทรน หลักที่ต้องเห็นคือ ราคาต้องทำ New High หรือ New low ได้ ดูภาพประกอบด้านบนที่พื้นที่แนวรับ-แนวต้าน ตรงที่จุด ZigZag และราคาเบรคแล้วราคาไปต่อ อย่างที่กล่าวไว้ในบทความก่อนนี้ ต้องไม่ลืมว่าตรรกะที่อยู่เบื้องหลังจุด ZigZag คืออะไร บอกแนวรับแนวต้าน บอกว่ามีการเข้าเทรด บอกว่าเกิดความไม่สมดุลย์หลังจากเกิด trading pressure เข้ามาอย่างแรง

ZigZag ช่วยกำหนด chart patterns

ต่อเนื่องจากที่ ZigZag ช่วยในการกำหนด Market Structure การใช้ ZigZag ช่วยให้ท่านกำหนดรูปแบบ chart patterns ได้ง่ายและเร็ว เช่น Double Tops และ Double Bottoms [หรือ Triple Tops/Bottoms] หรือ 1-2-3 หรือ Head and Shoulders เป็นต้น เพราะหลักการรูปแบบ Chart patterns ต่างๆ จะอ่านจาก Market Structure เป็นหลัก ส่วนรายละเอียดแต่ละจุด โดยเฉพาะจุดที่เข้าเทรด ให้ดูละเอียดลงไปด้วยการใช้รูปแบบ Price Action เข้ามาประกอบดูว่าจะเทรดตรงไหน เวลาไหน และกำหนด stop loss อย่างไรให้แคบ


รูปแบบ chart patterns เช่น Double tops และ Double Bottoms ทางด้านซ้ายมือ พอใช้ ZigZag เข้าไปประกอบ จะช่วยให้เห็น Market structure เลยช่วยในการกำหนดรูปแบบได้ง่าย รูปแบบก็จะต่อเนื่องกัน แล้วแต่จะเกิดขึ้นตรงไหน อย่างกรณี รูปแบบ 1-2-3  เกิดหลังจากที่ราคาเกิด Double Bottoms เป็นการยืนยัน แนวรับด้านล่าง และราคาได้เกิด Double Tops ที่เป็นแนวต้านด้านบนขึ้นมา ด้วยแท่งเทียนยาวๆ แบบนี้เรียกว่าการเบรคด้วย Impulsive move ราคาจะขึ้นไปทำ New High หรือจุด Higher ของ Zigzag เพราะออเดอร์ Buy มาจากการเข้าเทรดและออกเทรด ไปที่เลข 2 แล้วลงมาทำ ZingZag low ที่เลข 3

มาพิจารณาหลักการเปิดเทรด เมื่อใช้ Market structure เข้าประกอบในการกำหนดรูปแบบ chart patterns การเปิดเทรด Double Tops/Bottoms ไม่มีอะไรชับซ้อน หลักการการเทรดราคากลับมาทดสอบแนวรับแนวต้านนั่นเอง แค่อาจต้องดู Price Actoin ประกอบตอนที่ราคามาทำ Top หรือ Bottom ที่ 2 ก่อนเปิดเทรด เพื่อเป็นการยืนยัน กัน stop hunt ไปในตัวแถมยังช่วยในการกำหนด stop loss ได้แคบด้วย แต่จุดเข้าเทรดยังแถมพื้นที่ Top หรือ Bottom อยู่ แต่พอมาดูรูปแบบ 1-2-3 chart pattern หลักการเทรดเบื้องต้นจะเป็นการเปิดเทรดตอนที่ราคาเบรค จุดเลข 2 เป็นหลัก หลังจากที่ราคาได้ทำจุดที่เลข 3 แล้ว ส่วนมากจะเป็นการเข้าตลาดด้วยคำสั่ง Buy stop หรือ Sell stop แล้วแต่ว่ารูปแบบ 1-2-3 เกิดทางไหน [อย่างภาพด้านบนก็จะเป็น Buy stop]  แต่ด้วยการอ่าน Market structure เป็น ท่านจะข้าเทรดตั้งแต่พื้นที่เลข 3 ได้เลย ไม่ใช่เพราะว่า ZigZag เป็นตัวบอก แต่เพราะ ZigZag บอกว่าอะไรเกิดขึ้น ตรงไหน ด้วยความเข้าใจการทำงานตลาด และพฤติกรรมของเทรดเดอร์ ความเป็นไปได้ในการเปิดเทรดที่เลข 3 เลยเกิดขึ้น ที่สำคัญ สามารถทำกำไรได้ก่อน มากกว่าการเปิดเทรดแบบ 1-2-3 ตามหลักการ นอกจากนั้นถ้าราคาไปทางนั้นจริง การเปิดเทรดตามหลัก 1-2-3 ยังเป็นตัวเร่งให้ราคาวิ่งเร็วกว่าเดิมด้วย ก็จะยิ่งทำให้กำไรได้มากขึ้นได้แร็ว

Zigzag ช่วยหา Head and Shoulders ง่าย


อีกรูปแบบ Chart pattern ที่เป็นที่นิยมเทรดกัน และมีความเป็นไปได้สูงด้วยเมื่อกำหนดเป็นคือ Head and Shoulders ตามที่กล่าวมาก่อนนี้ รูปแบบ chart patterns ต่างๆ ก็จะกำหนดจาก Market Structure เป็นหลัก เมื่อ ZigZag ช่วยเราในการกำหนด Market Structure ได้ง่าย ZigZag เลยช่วยให้เราอ่าน Chart pattern ได้ง่ายด้วย รูปแบบที่ถือว่าเป็นเบื้องต้นของ HS ตามภาพที่ประกอบ แต่ตลาดจริงๆ เพราะการต้องการออเดอร์ตรงข้ามเป็นหลักทั้งเพื่อออกจากการเทรดที่กำไรดีกว่าเดิม และทั้งเพื่อเข้าเทรดที่ดีกว่าเดิม ด้วยการใช้ stop loss orders ของเทรดเดอร์ที่เทรดรูปแบบนี้ก่อน เมื่อรูปแบบยังไม่จบเช่น ตามภาพประกอบด้านบน อาจเป็นแค่ส่วน Left Shoulder และตามด้วย Head ตรง 2 ส่วนนี้เป็นแค่ Double Tops ที่มีการ Stop hunt เข้ามาเท่านั้นเอง  หรือถึงแม้ลงมาเบรคส่วนที่เป็นแนวรับหรือ Neckline ส่วนของรูปแบบ HS เด้งขึ้นไปเพื่อทำ Right Shoulder ราคาอาจไม่ลงทันทีก็ได้ อาจขึ้นไปทำ Higher ใหม่อีกรอบ ค่อยลงตอนหลัง แล้วแต่จะเกิดความไม่สมดุลย์ขึ้น แต่ตัว ZigZag ก็จะบอกว่าการเปลี่ยนเปลงเกิดขึ้นอย่างไร

ZigZag กับ Fibonacci Retracement


อีกการใช้งาน ZigZag ที่เห็นได้ชัดคือการใช้ประกอบกับ Fibonacci Retracements ในการเทรดการย่อตัวหรือ Retracement หรือ Pullback ตาม Impulsive move หรือเทรนที่เกิดขึ้นตามที่กำหนดด้วย Fibonacci Retracements เพื่อหาจุดเข้าเทรด เพราะว่าเนื่องจากจุด ZigZag มาจากการเปลี่ยนแปลงหลัก ที่ได้กรองการเปลี่ยนแปลงน้อยๆ ออกไปแล้ว เลยช่วยกำหนดจุด Extreme high และ Extreme low ได้ง่าย จุดพวกนี้มาจากการเปลี่ยนแปลงของเดอร์ที่อยู่เบื้องหลังเข้ามาดันจนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น จุดพวกนี้สามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงในการกำหนด Fibonacci Retracements ในการเข้าเทรด การย่อตัวไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเอาหลักการ ZigZag ไปประกอบอย่างอื่นอีกเช่น ในการกำหนดรูปแบบ Harmonic patterns  หรือในหลักการเทรด Elliot wave

 

XM Global Limited