กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

กลยุทธ์เทรด DeMark

  • 0 replies
  • 1,068 views
กลยุทธ์เทรด DeMark
« เมื่อ: 15, มิถุนายน 2021, 07:12:04 AM »
กลยุทธ์เทรด DeMark

ถ้าท่านเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดด้วยการใช้ Trendline กลยุทธ์การเทรดแบบ DeMark ไม่ใช่เรื่องใหม่ อาจจะบอกว่าเป็นส่วนขยายและบวกกับ Price Action เพื่อกำหนดเงื่อนไขการเทรดแบบ Breakout เพราะการเทรดแบบ DeMark เป็นการอิงการกำหนด Trade setup จาก Swing highs หรือ Swing lows ในการกำหนด Trendline และใช้เทรดด้วยรูปแบบ Breakout จาก Price Action ที่เกิดขึ้น

การกำหนด Trendline ส่วนสำคัญสำหรับกลยุทธ์เทรดแบบ DeMark


การกำหนดเทรนหรือ Trendline ทำได้ด้วยการลากเส้นจากจุด swing highs และ swing lows อย่างน้อย 2 จุดเพื่อกำหนดเป็นเส้นเทรน หรือบอกอีกอย่างได้ว่าเป็นการหาแนวรับแนวต้านจากเส้นเทรนที่เรากำหนดจากจุด Swings ล่าสุด  เช่น จากภาพประกอบ ดูที่เลข 1 ดูเส้น Trendline ที่ลากขึ้นไป ดูจุด swing lows ที่ลูกศรชี้สีแดง 2 จุดแรกที่เราใช้ในการกำหนดเทรนขาขึ้น และเลข 2 เป็นการกำหนดเทรนจากจุด swings ทำ Lower Highs  เช่นเดียวกับกำหนดเทรนลง นี่คือหลักการกำหนด Trendline ที่ใช้กำหนดในกลยุทธ์เทรดแบบ DeMark   การกำหนดเทรนแบบนี้ทำให้ท่านเห็น Dynamic support/resistance ที่เกิดขึ้นได้ตลอด ทั้งช่วงทำเทรนหรือ impulsive move และทดสอบเทรนหรือ Corrective เมื่อราคาเบรคเกิดขึ้นด้วยรูปแบบ Price Action นั้นบอกจุดเปลี่ยนว่าเกิดขึ้นที่ไหนและเกิดขึ้นตรงไหน เช่นอย่างภาพประกอบ ที่วงกลมสีแดง ดูราคาได้เด้งจาก Trendline ด้านล่างสีน้ำเงินขึ้นไปและเบรค Trendline ด้านลงที่เป็นกำหนดเทรนลงสีแดง ดูรูปแบบ Price Action หรือแท่งเทียนที่เบรค จะเห็นว่าเป็นแท่งเทียน Momentum หรือแท่งเทียนยาวๆ ราคาปิดด้านบน แทบไม่มี upper wick เลย นี่คือลักษณะ Breakout ที่ดีที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นสัญญาณการเปิดเทรดแบบ DeMark ก็จะได้เงื่อนไขการเทรดแบบ DeMark

ส่วนประกอบเงื่อนไขของกลยุทธ์ DeMark



มาวิเคราะห์หาส่วนประกอบการเทรดกลยุทธ์ DeMark ตามภาพประกอบ ราคามาจบในส่วนกรอบสว่าง ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้


  • กำหนดเทรนไลน์ จากจุด swing highs/lows ล่าสุด ที่ตีเส้น Trendline ที่เลข 1 อิงจุด lows เพื่อกำหนดเทรนขาขึ้น และที่เลข 2 อิงจุด High/Lower High เพื่อกำหนดเทรนลง ด้วยการอิงอย่างน้อย 2 จุด ก็จะได้เส้น Trendline 1 และ 2 ตามภาพประกอบ [ข้อที่อยากให้สังเกตุในที่นี้ เนื่องจากการกำหนด Trendline อิงจาก swing highs/lows เมื่อท่านกำหนดจาก timeframe ย่อย เช่นในที่นี้เป็น M15 ท่านจะหาจุด swings ที่โต้ตอบได้เร็วกว่าจาก timeframe ใหญ่ เลยเห็นการโต้ตอบได้เร็วกว่า แนะให้กำหนด trendline จากจุด swing highs/lows ในการพัฒนา market structure เป็นหลัก]
  • รอ Breakout เกิดขึ้นที่ Trenline ว่าเกิดทางไหน ด้วยการดูรูปแบบ Price Action ประกอบ เช่น ราคาปิดของแท่งเทียนที่เบรคต้องปิดเหนือกว่า Trendline ทางที่เบรคให้ได้ก่อน [นั่นหมายความว่าท่านต้องรอให้แท่งเทียน breakout จบก่อน เพื่อเป็นการยืนยัน เพราะถ้ายังไม่จบอาจเป็น false breakout เพื่อล่า stop ได้] และต้องดูลักษณะการเบรคว่าเบรคด้วย Momentum หรือเบรคด้วยแท่งเทียนยาวๆ ไปทางเดียวกันที่เบรคหรือเปล่า
  • เปิดเทรด - กำหนดการเทรดด้วยวิธีแบบ Buy stop หรือ Sell stop – ด้วยการกำหนด หลังจากแท่งเทียน Breakout ปิดลง เช่นถ้าเป็นเบรคขึ้น ท่านก็กำหนด Buy stop บวกกับระยะห่าง High แท่งเทียนนั้นเล็กน้อย หรือทางกลับกัน ถ้าราคาเบรค trendline ลง ท่านก็กำหนด Sell stop บวกระยะห่าง Low ของแท่งเทียนที่เบรคปิดเล็กน้อย – เมื่อพิจารณาการเปิดเทรด ท่านจะเห็นว่าการเปิดเทรด หลังจากที่ market structure ได้เปลี่ยนไปด้วยการที่ราคาได้เบรค Trendline นั่นเอง เพราะราคาได้เบรคจุด swing high/low ล่าสุดที่เป็นจุดอ้างอิง Resistance/Support นั่นเอง
  • การกำหนด Take profit – ก็จะอิงจุด swing high/low ที่ใกล้สุดประกอบเป็นจุดเบื้องต้น หรือ Initial TP ก่อน ส่วนการกำหนด stop loss อิงแท่งทียนที่ทำให้เกิด Breakout เป็นหลัก ต่ำกว่า Low หรือสูงกว่า High ของแท่งเทียนนั้นๆ เล็กน้อย



ดูอีกภาพประกอบ  เรากำหนด Trendline บนและล่างจากจุด Swing highs/lows ที่ตีประกอบ แล้วก็ดูว่าราคาเปิดเผยต่อมาอย่างไร  เราจะเห็นวงกลมสีแดง ที่ราคาหลังจากไปแต่ Trendline ลงด้านบน ราคาเด้งลงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญได้เบรค Trendline ที่เป็นจุดอ้างอิงขาขึ้นด้วย ได้เงื่อนไขกลยุทธ์เทรดแบบ DeMark แต่แนะให้ท่านดูลักษณะการเบรคประกอบก่อนว่าเป็นการเบรคอย่างไร ค่อยกำหนด Sell stop เข้าไป ท่านจะเห็นการเบรคหลังจากจบลงราคาปิดล่างได้ มีแท่งเทียนด้านล่างนิดเดียว แท่งเทียนที่เบรคเป็นแท่งเทียน Momentum สะท้อนความไม่สมดุลย์ออเดอร์เกิดขึ้นจริงเมื่อจบแท่งเทียน

จะเห็นว่ากลยุทธ์การเทรดแบบ DeMark เป็นการเทรด Breakout  แต่เน้นไปที่การเบรคเกิดขึ้นกับ Trendline ดังนั้นส่วนสำคัญจะมีดังนี้ ข้อแรก ท่านต้องกำหนดเทรนเป็น รู้การพัฒนาการของเทรนว่าเป็นช่วง Impulsive move หรือ Corrective move  ต่อมาท่านต้องดูให้เป็นว่าการเบรคที่เกิดขึ้นเป็นของจริงหรือของปลอม ดังนั้น ท่านต้องรอจนกว่าแท่งเทียนที่เกิด Breakout ปิดอย่างไรก่อนเปิดเทรด ในช่วง timeframe ที่ท่านกำหนด trade setup แต่กลยุทธ์แบบนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียเช่นกัน ข้อดีคือ ท่านสามารถหาโอกาสเทรดตอนเปลี่ยนเทรนได้เร็ว หรือเทรดตามเทรนที่เห็นได้ง่าย แต่ก็มีข้อเสียคือเรื่องของ Breakout ที่เกิดขึ้น ท่านจำต้องแยกให้ออกว่าเป็น Breakout จริงหรือ Breakout ปลอมเพื่อล่า stop ก่อนที่จะดันราคาไปอีกทาง และเนื่องจากท่านต้องอิง stop loss จากแท่งเทียน Breakout ถ้าพื้นที่หรือระยะห่างราคาของแท่งเทียน ที่เกิด Breakout มาก การกำหนด stop loss ก็จะมากไปด้วย เลยแนะให้ใช้ Technical analysis อื่นประกอบเพื่อหาจุดกำหนด stop loss ให้แคบลง

 

XM Global Limited