กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Tick chart ใช้สำหรับเทรดทองได้อย่างไร

  • 0 replies
  • 1,132 views
Tick chart ใช้สำหรับเทรดทองได้อย่างไร
« เมื่อ: 01, กุมภาพันธ์ 2021, 12:07:04 PM »
Tick chart ใช้สำหรับเทรดทองได้อย่างไร

ตอนนี้เป็นตอนต่อเนื่องจากบทความก่อนหน้านี้ที่อธิบายถึงเรื่องของ tick chart ว่าทำไมถึงมีประโยชน์มากพอที่จะนำมาใช้เทรดทองได้แทน หรือใช้เสริมชาร์ตแบบ time-based candlesticks ที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ซึ่งข้อเสียก็คือท่านอาจต้องหาดู tick chart จาก platform อื่น แต่ข้อดีของ tick chart คือเป็นชาร์ตที่เกิดจากการที่ tick หรือ  trading transaction เกิดขึ้นตามจำนวน tick ที่เรากำหนด เลยทำให้เราเห็นว่ามีการเทรดเกิดขึ้นมากพอตรงไหนได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับ time-based candlesticks เลยทำให้เราเห็นว่ามี volatility มากพอที่จะเทรดทองที่ช่วงไหน และช่วยให้เราเข้าเทรดทองตามขาใหญ่ได้ง่ายกว่า

Tick chart ใช้หา Support/Resistance ได้ง่ายกว่า เพื่อเทรด Retracement


ข้อมูลสำคัญของ tick chart คือบอกถึง tick หรือ trading transactions ที่เกิดขึ้นตามจำนวน ticks ที่กำหนด เลยทำให้เราสามารถเทรดตามขาใหญ่ได้ง่ายเพราะเมื่อเกิด tick ในการเทรดเยอะๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น บอกถึงว่ามีการเข้ามาเทรดหรือจัดการ positions ของทองจากขาใหญ่เพื่อเข้าเทรดหรือหวังผลของออเดอร์ตรงข้ามจากฝั่งตรงข้ามได้ง่าย หลักการอ่าน price structure หรือ price action เป็นแบบเดียวกันกับที่เราใช้ในการวิเคราะห์ time-based candlesticks แต่ transaction-based candlesticks หรือ tick chart ให้ข้อมูลที่มากกว่าต้องอย่าลืมว่าแท่งเทียนเกิดขึ้นเพราะได้จำนวน tick ที่กำหนด ก็เลยทำให้เราเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจนว่าราคาเปิดเผยออกมาตอนไหนและอย่างไรได้ง่ายกว่า การเปรียบเทียบรายละเอียดที่ราคาทองเปิดเผยว่าแนวต้านก่อน แล้วเบรคเป็นแนวรับ แล้วเบรคอีกรอบกลับมาเป็นแนวต้าน ซึ่งเราเรียกรวมๆ ลักษณะแนวรับแนวต้านแบบนี้ว่าเป็น key level หรือ swap level เมื่อมองจากการต้านและการเบรคที่เกิดขึ้นอย่างภาพประกอบ เนื่องจากทองหรือ XAUUSD มีการเคลื่อนไหวเยอะกว่าค่าเงิน เราเลยกำหนด 750 ticks เปรียบเทียบกับ timeframe H1 ด้านช้ายมือเป็น time-based candlesticks ด้านขวามือเป็น transaction-based candlesticks หรือ tick chart ให้ดูแท่งเทียนที่เกิดขึ้นระหว่างชาร์ตทางช้ายมือและชาร์ตทางขวามือเปรียบเทียบกัน จะเห็นว่า ทางขวามือที่เป็น tick chart เปิดเผยผลการเทรดทองที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน จำนวนการเทรดมากพอเพราะแท่งเทียนแค่ 750 ticks และเกิดขึ้นพื้นที่ราคาไหน และผลออกมาเป็นอย่างไร จะเห็นว่าส่วน A ของทางด้าน tick chart ชัดเจนมากตอนที่ราคาทองจะเบรคลงมา แต่ถ้ามองมาที่ time-based candlesticks มองข้ามแค่ 4 แท่งเทียนที่ราคาทองเบรคลงมา แต่เรากำหนดแค่ 750 ticks แท่งเทียนเพราะทองวิ่งมากมี volatility สูง การกำหนดแค่ 750 แท่งเทียนถือได้ว่ามากพอที่จะกำหนดหาแนวรับแนวต้านที่น่าเชื่อถือได้ จะเห็นว่า price action ที่เกิดกับ tick candlesticks ชัดเจนมาก เลยทำให้สามารถเทรดทองตอนที่ราคาย่อกลับมาที่เลข 1 หรือเป็นการเทรดแบบ Retracement ได้ง่ายมาก เพราะด้วย tick chart ทำให้เราเห็นชัดเจนกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ time-based chart ว่าขาใหญ่เข้าเทรดทองที่ตรงไหน เพราะเราเทียบจาก tick หรือ trading transaction หรือ trading volume ที่เกิดขึ้นได้มากแค่ไหน เนื่องจากเรื่องของ volatility ที่เยอะดังนั้นเราจึงยังเห็นว่ามีการเข้าเทรดทองที่ตรงไหนอีกด้วย 


ตัวอย่างเช่น การเข้าเทรดทองที่เลข 1 เป็นการเทรดแบบ Retracement เนื่องจากเราเห็น trading transactions ว่าเกิดขึ้นที่ราคาไหนชัดเจน ทำให้การกำหนด stop loss สามารถทำได้ง่ายและชัดเจน เราสามารถกำหนดตำแหน่งที่ stop loss 1 แบบเน้น stop loss น้อย หรือสามารถตั้งเผื่อมีการเกิด stop hunt/liquidity hunt ตรงที่ stop loss 2 ก็ได้ ด้วยการดูทุนและสัดส่วนที่ราเปิดเทรดเป็นหลักว่ารับความเสี่ยงได้ขนาดไหน ส่วนการกำหนด take profit พื้นที่แรก เป็นพื้นที่ที่ราคาทองวิ่งไปมากสุดก่อนกลับมา หรืออาจจะดู price structure ส่วนที่เป็นภาพรวมมากขึ้นประกอบ ว่าจะตั้งเป็น take profit 1 หรือ take profit 2 อย่างในภาพประกอบ จากตัวอย่างนี้ tick chart จะช่วยให้เราเห็นชัดเจนว่าขาใหญ่เปิดเทรดตรงไหน และ ช่วยให้เราเข้าเทรดทองได้แม่นกว่า เมื่อเทียบกับ time-based candlesticks

Tick chart ช่วยให้เทรด Breakout ได้ง่ายกว่า


อีกรูปแบบการเทรดนิยมใช้เพื่อหาจุดเข้าคือการเทรดด้วยหลักการ Breakout เนื่องจาก tick chart บอกรายละเอียดได้มากกว่า ก็จะช่วยให้เราเห็นจุดเข้าได้แม่นกว่าเมื่อเทียบกับ time-based chart อย่างหลักการเทรด Breakout ตรรกะที่นิยมกันคือดูการพัฒนา swing highs/lows กับพื้นที่แนวรับแนวต้าน หรือการดูราคาสร้าง Build-up หรือ consolidation เล็กๆ ที่ใกล้ๆ จุดแนวรับแนวต้านหลังจากการพัฒนาการ swing

ดูภาพประกอบการเทรดทองแบบ Breakout ด้วยใช้ tick chart ทางขวามือ เริ่มที่เลข 1 จะเห็นว่าราคาทองได้ทำ Lower highs ตามที่ลูกศรชี้ลงมายังแนวรับ และยังสร้าง Build-up หรือ consolidation เล็กๆ ได้ด้วยอย่างในกรอบที่ประกอบในภาพ ในการเทรดให้เปิดเทรดด้วยการกำหนดราคาเบรค Build-up และตั้ง Stop loss เหนือกรอบ Build-up ส่วนการตั้ง Take profit ให้มองจากโครงสร้างใหญ่ที่ดันราคาขึ้นไป หรือเมื่อพอใจ หรือตรงจุดที่เลข 2 บอก Sell ก็เช่นกัน หลักการเดียวกัน และต้องไม่ลืมว่าการเทรด Breakout เป็นการเทรดด้วยหลักการใช้ stop orders ที่มาจาก stop loss ของเทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาดเป็นหลัก เสริมด้วย Sell stop หรือ buy stop orders อย่างจุดที่เราเปิดเทรดทั้ง 2 จุด ต้องเห็นว่ามีการสะสม positions หรือราคามีการ consolidation เกิดขึ้น เพราะขาใหญ่ต้องการสะสม positions ทยอยเข้าตลาด ถ้าเกิด Stop hunt หรือ False Breakout มาก่อน รูปแบบการเทรดแบบนี้จะง่ายและชัดเจน ที่สำคัญต้องเห็นว่ามีการพัฒนาการ swing highs/lows และการสร้าง Build-up อย่างที่อธิบายมาประกอบ ยิ่งเราใช้ tick chart เราก็จะยิ่งเห็น trading transactions เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน จึงเพิ่มความเป็นไปได้ในการเทรดสูงขึ้นมาอีก และการเทรดแบบเห็น Build-up ก็ยังช่วยให้เรากำหนดพื้นที่ stop loss ได้น้อยด้วยเพราะเป็นการกำหนด stop loss ที่อ้างอิงจาก transactions ที่เห็นเป็นหลัก






 

XM Global Limited