กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

Market structure กับ Order block บนชาร์ตทอง

  • 0 replies
  • 1,555 views
Market structure กับ Order block บนชาร์ตทอง
« เมื่อ: 28, มกราคม 2021, 03:46:02 PM »
Market structure กับ Order block บนชาร์ตทอง

Market structure ถือได้ว่าเป็นภาพรวมของวัฏจักรของราคาทอง บอกถึงการเคลื่อนของตลาด และเมื่อเราอ่านเป็นเราสามารถหาพื้นที่ได้ว่าขาใหญ่มีเจตนาที่จะเทรดหรือจะดันราคาที่พื้นที่ไหน พอมันเปลี่ยนไป ก็จะช่วยให้เราเห็นว่าขาใหญ่มีเจตนาจะเปลี่ยนหรือปั่นราคาก่อนหรือเปล่า การมอง Market structure ให้มองหลายระดับเป็นระดับภาพรวมตลาดต่างกันออกไปตาม timeframe ค่อยใช้สัมพันธภาพพวกนี้เป็นจิ๊กซอว์เพื่อช่วยการเทรด

กำหนด Market structure อย่างไร


หลักการง่ายๆ เราก็จะใช้เรื่องของการพัฒนาการ swing highs/lows ในการดูการเคลื่อนของราคาทอง มาประกอบในการกำหนด market structure ได้ดังนี้ สำหรับเทรนขึ้นหรือ Uptrend เราก็จะเห็น Higher Highs และ Higher Lows ส่วนขาลงหรือ Downtrend ก็ต้องเห็น Lower Highs และ Lower Lows

ดูที่ราคาทำเทรนขึ้น เราต้องการเห็น market structure ที่ราคาทำ higher high ด้วยการเบรค high ก่อนขึ้นไปได้ และ เห็น Higher Low ที่ตามมาเรื่อยๆ เราจะให้ความสำคัญ Higher Lows มากกว่า Higher Highs ราคาต้องไม่สามารถเบรค Higher Low ได้ แต่โอกาสการเทรดจะเกิดขึ้นสูงกว่าเมื่อราคาสามารถทำ Higher High ได้เมื่อจะกำหนด trade setup และในทางตรงกันข้ามเราต้องเห็นการเคื่ลนของราคาที่ราคาสามารถทำ Lower Highs และ Lower Lows ต่อเนื่องกัน สำหรับกำหนดเทรนลงหรือ Downtrend เราก็จะให้ความสำคัญ Lower High มากกว่า Lower Low ถ้าราคายังจะลงต่อ เราต้องไม่เห็นว่าราคาสามารถเบรค Lower High ขึ้นไปได้ และทำเทรนเปลี่นเป็นขาขึ้นได้

อีกอย่างที่ต้องมองคือเรื่องของ multi timeframe ที่หลักการเดียวกันใช้ได้หมด แต่เราจะให้ความสำคัญกับเทรนหรือจุด swing highs/lows พวกนี้จาก timeframe ที่ใหญ่กว่ามากกว่า และเราก็จะเห็น Order block ส่วนมากจะเกิดที่จุด swing พวกนี้ ดังนั้นข้อมูลสำคัญของ Order block คือเรื่องของการเปลี่ยน market structure หรือเปล่า และการยืนยัน Order block เป็นอย่างไร เห็นการเคลื่อนแรงๆ หรือ momentum หรือ impulsive move ในการวิ่งออกจากกรอบราคาที่เป็นพื้นที่ Order block

ต้องไม่ลืมว่า Order block คือพื้นที่ๆ ขาใหญ่เข้าเทรด เราจะกำหนดได้ว่าเป็น Bullish OB หรือ Bearish OB ด้วยการที่ราคาทองยืนยันด้วยการวิ่งออก ว่าทำให้ market structure เป็นอย่างไร และการมอง Order Block เราก็ให้ความสำคัญของเรื่องว่าเกิดที่ timeframe ไหน เราก็จะให้ความสำคัญที่ timeframe เล็กกว่าเช่นกัน


ดูภาพประกอบด้านบนที่ Bearish OB ก่อนท่านจะเห็นว่าเมื่อกำหนด Swing Highs/Lows เข้าไป ตรงที่เกิด Bearish Order block เป็นพื้นที่ Swing highs หมด เราก็มาดูว่าราคาทองวิ่งลงจากจุดพวกนี้อย่างไร และมีการเบรค Swing low หรือเปล่า ถ้าเบรค Swing low ได้ก็ถือว่า market structure เราเปลี่ยนเพราะ ถ้าเป็นเทรนขึ้น ราคาทองต้องทำ higher highs และ higher lows ราคาทองต้องไม่สามารถเบรค higher low ได้ แต่ทุกจุดที่เป็น Bearish OB ล้วนเบรค Higher Low หมด ดูที่เส้นสีน้ำเงินที่ราคาทองเบรคลงด้วยแท่งเทียนยาวๆ และดูจุด High ที่เป็นพื้นที่ของ Bearish OB ราคาไม่สามารถเบรคขึ้นไปได้ เลยทำให้ Bearish OB เมื่อราคากลับมาทำ Retest พื้นที่ หรือเรียกเป็น retracement หรือ correction ก็ว่าได้ เมื่อกำหนด trade setup พื้นที่ตรงนี้เลยทำให้ setup พวกนี้มีความเป็นไปได้สูงขึ้น

ดูส่วนที่เป็น Bullish OB ให้ดูการพัฒนาการของ swing highs/lows ประกอบก่อนที่จะหา Order block  ก่อนที่จะกำหนด Bullish OB จุดแรก จะเห็นว่าราคาสามารถทำ New Low ได้ แต่ต่อมาราคาย่อตัวกลับมา แต่ไม่สามารถทำ Low ใหม่ได้ แต่กลับเป็น Higher Low แต่ราคาก็ไม่สามารถเบรค Lower High ที่ใกล้สุดได้ ถือว่า market structure ยังไม่เปลี่ยน ราคาวิ่งอยู่ในกรอบ หรือทำ consolidation ถือว่าเป็นการสะสมออเดอร์เริ่มทยอยเข้าเทรดของขาใหญ่ แต่พอราคาเบรคด้วยสองแท่งเทียนยาวๆ ต่อเนื่องกัน และเบรคพื้นที่ๆ ราคาได้มีการทดสอบ High ก่อนได้ ตรงพื้นที่เส้นสีดำ หรือมองเป็น แนวต้านก็ว่าได้ เป็นการเบรคและวิ่งออกแรงๆ แบบนี้ และยังทำให้ market structure เปลี่ยนไป เพราะราคาทองเบรค High ได้ เลยเป็นการยืนยัน Bullish OB ไปด้วย โอกาสเทรดก็จะเกิดขึ้นเมื่อราคาทองกลับมาทดสอบ และ Bullish OB ตัวที่สองก็มีหลักการเดียวกัน เราเห็นราคาเบรคและแรงขึ้นไปทำให้ market structure ตรงพื้นที่นี้เปลี่ยนไปอีก เราเลยกำหนด OB ได้ เลยเปิดโอกาสให้เรากำหนด trade setup ตรงพื้นที่นี้ได้ง่าย ด้วยการเทรดตอนราคาทองย่อตัวกลับมาพื้นที่ตรงนี้แล้วเทรดตามขาใหญ่ที่เข้าเทรดตอนเปิดเผย Bullish OB ออกมา

ใช้ Fractals ช่วยกำหนด market structure


สำหรับการดูพัฒนการ swing highs/lows เราสามารถใช้อินดิเคเตอร์ Fractals ช่วยได้เพื่อดูประกอบว่า market structure มีการเปลี่ยนไปหลังจากการเคลื่อนราคาเกิดขึ้น แล้วเราก็เอาหลักการหา Bullish Order Block และ Bearish Order Block เข้าไปประกอบตรงที่การเคลื่อนทำให้ market structure เปลี่ยนไป

เนื่องจาก Order block เป็นหลักการที่อธิบายตลาดว่าเป็นผลจากการเข้าเทรดของขาใหญ่ เพราะสามารถดันราคาทองไปทางที่ต้องการได้ มีแต่ขาใหญ่เท่านั้นที่ทำได้เพราะพวกเขาเทรดด้วยจำนวนเยอะมาก และสามารถดันราคาไปทางที่ต้องการได้ แต่การหา liquidity เพิ่มหรือ liquidity hunt/stop hunt/stop run แล้วแต่จะเรียก ก็จะเกิดขึ้นประจำเมื่อราคากลับมาย่อตัวเทส เราในฐานะรายย่อย อาจใช้ price aciton ประกอบในการเข้าเทรดตอนราคาทองย่อตัวมาเทส เช่นเปิดเทรดเมื่อเห็น Pin bar, Engulfing Bar ก่อนเป็นต้น การเข้าเทรดราคาทองอาจขยับไปบ้าง แต่ความเสี่ยงก็จะน้อยลง อีกอย่างที่ต้องให้ความสำคัญเรื่องของ Order Block ที่ท่านกำหนดว่ามาจาก timeframe ไหน และให้ความสำคัญกับ timeframe ใหญ่มากกว่า timeframe เล็ก


 

XM Global Limited