กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

รูปแบบชาร์ตแบบ Wedge กับกลยุทธ์การเทรดทำกำไร

  • 0 replies
  • 1,792 views
รูปแบบชาร์ตแบบ Wedge กับกลยุทธ์การเทรดทำกำไร

รูปแบบชาร์ตแบบ Wedge pattern หรือรูปแบบสามเหลี่ยมรูปลิ่ม เป็นรูปแบบที่เป็นทั้งแบบเมื่อเกิดขึ้นตามมาด้วยการเปลี่ยนเทรนหรือการทำเทรนต่อก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริบทที่เกี่ยวข้อง รูปแบบที่เกิดขึ้นเป็นสำคัญ การตีความจาก price structure ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวกำหนดว่าจะเป็นรูปแบบ Wedge นั้นๆ เป็นแบบกลับตัว (reversal pattern) หรือตามเทรน (trend continuation pattern)

รูปแบบ Wedge Pattern และตรรกะที่ทำให้เกิด


การพัฒนาการของเทรนในรูปแบบ swing highs/lows มีผลต่อรูปแบบการเทรดหรือ chart patterns ต่างๆ รูปแบบ Wedge pattern ก็เป็นหนึ่งที่ตีความต่อเนื่องจากการพัฒนาการเรื่องของการทำเทรน เช่น เทรนขาขึ้น สิ่งที่ต้องเห็นคือ Higher Highs ตามด้วย Higher Lows หรือเทรนขาลง เมื่อราคาสามารถทำ Lower Lows ตามด้วย Lower Highs ได้อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อราคาทำเทรน เทรนไม่ได้แรงตลอด เป็นช่วงๆ ไปเพราะเรื่องของความไม่สมดุลย์ของออเดอร์ที่มาจากเทรดเดอร์ฝ่าย sellers และ buyers ดังนั้นการอ่านความแข็งของเทรนมีผลทำให้เกิด chart pattern นี้ การมองการพัฒนาเทรนด้วย swing highs/lows ดูสิ่งที่ชาร์ตบอก การทำเทรนที่ช่วงเลข 1 และเลข 2 จะเห็นว่าราคาสามารถทำ higher highs และ ตามด้วย higher lows เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ลักษณะการเบรค high และทำ higher high จะเห็นว่าช่วงแรกเป็น momentum ห่างกันมาก ถ้ามองเส้น Zigzag ที่ตีประกอบการทำ swing highs/lows  ดูระยะห่างระหว่าง higher highs และระยะห่างระหว่าง higher lows และดูความเอียงของเส้น Zigzag จะเห็นต่างกันชัดเจน ระหว่างการทำเทรนที่ช่วงเลข 1 และเลข 2 นี่คือที่บอกรายละเอียดเรื่องของเทรนว่าตอนที่ทำแข็งหรืออ่อนหรือเป็นอย่างไร ดูช่วง 2 ที่กลายมาเป็น Wedge pattern จะเห็นระยะห่าง highs ด้วยกันไม่สูงมาก และระยะห่าง higher lows ก็ไม่ห่างกันมาก และช่วง Zigzag มีหลายแท่งเทียนมากขึ้น ไม่เห็นมี Momentum แท่งเทียนตอนที่ราคาเบรค High เพื่อไปทำ New High แม้มีการเบรคขึ้นไปทำ High High ได้ ทำให้เกิดช่วง higher highs ตามด้วย higher lows แคบลง พอเห็นแท่งเทียนที่ Engulfing ลงมา บอกว่าขาใหญ่ได้เข้าเทรดเรียบร้อย จะเห็นว่า Wedge pattern เป็นส่วนหนึ่งของการปั่นราคาของขาใหญ่เพื่อเข้าตลาด ด้วยการทะยอยสะสมออเดอร์ เพราะสิ่งที่เห็นชัดคือราคาแตะ stop orders เพื่อเข้าตลาดในตำแหน่งที่ดีกว่า และตามด้วยเบรคหรือเอาชนะ Higher Low กลายเป็นราคาทำ Lower Low ได้ ข้อมูลจะบ่งบอกถึงการเปลี่ยนเทรน

ประเภท Wedge pattern


ข้อดีของการศึกษา chart patterns ต่างๆ เมื่อท่านเข้าใจรูปแบบหนึ่งก็จะสามารถเข้าใจอีกรูปแบบเดียวกันประเภทตรงข้ามได้ เพราะราคาวิ่งขึ้นและลง เลยสร้าง pattern แบบเดียวกันเป็นแบบ ทำตอนขาขึ้นหรือขาลง  แบ่งออกเป็น 2 แบบ ตามรูปแบบคือ Rising Wedge และ Falling Wedge ตรรกะแบบเดียวกันแค่คนละทิศทางเท่านั้นเอง  แต่การตีความจำเป็นต้องใช้ปริบทหรือ price structure ประกอบเพื่อให้แน่ใจว่าขาใหญ่เข้าเทรดจริง เพราะ chart pattern แม้ว่ารูปแบบจะง่ายต่อการดู และมีเทรดเดอร์ต่างๆ สนใจ และยังมีทูลช่วยในการหา หรือแหล่งเว็บไชต์ต่างๆ ที่ให้ความรู้หรือบริการ chart patterns เช่นอย่าง Autochartist หรือ Trading Central ก็ให้บริการ chart pattern  เลยมักจะทำให้ chart patterns เช่นอย่าง Wedge pattern เป็นเป้าที่ขาใหญ่ปั่นราคาเพื่อเอื้อต่อการเทรดของพวกเขา

การเทรด Wedge Pattern

จากที่อธิบายมาจะเห็นว่า รูปแบบ Wedge เป็นความพยายามของขาใหญ่ที่ต้องการจะเข้าตลาดด้วยการปั่น price structure ด้วยการทะยอยสะสม positions ในพื้นที่ที่ต้องการ ในส่วนของ Wedge แต่เนื่องจากขาใหญ่ยังไม่เปิดเผยออกมาว่าจะเทรดทางไหนเพราะการสะสม positions อาจเพื่อไปต่อหรือดันราคาสวนเทรนก็ได้ วิธีการให้ดูว่าขาใหญ่ได้ทำสำเร็จตามความต้องการของพวกเขาหรือยัง ด้วยการดูแท่งเทียนที่เบรคเกิน หรือเรียกกว่า Breakout candle หรือเป็น Engulfing ที่เอาชนะ high หรือ Low ที่ใกล้สุดด้วย Momentum และปิดทางที่ราคาเบรคได้ เพราะเป็นข้อมูลที่เปิดเผยออกมาว่าเป็นช่วงที่เกิด Wedge ไม่ว่าจะเป็น Rising Wedge หรือ Falling Wedge


ก่อนการเปิดเทรดหลังจากกำหนด trade setup ได้ตามรูปแบบ สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจคือเรื่องของ stop hunt เพราะเป็นเรื่องของ liquidity ที่อยู่ในตลาดที่ขาใหญ่จะใช้ประจำเพื่อเข้าเทรดที่ราคาที่ดีกว่า ถ้าเห็น stop hunt แล้วราคาเด้งกลับอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าต้องมีขาใหญ่เข้ามายุ่งเกี่ยว หรือยิ่งเห็นช่วงจบของ Wedge pattern เกิดที่ตรงแนวรับหรือแนวต้าน ยิ่งดี

อย่างภาพด้านบน Falling Wedge จะเห็นว่าราคามาทำเทรน และระยะห่าง swing highs/lows แคบลงเรื่อย จุด lower lows ก็จะมี stop loss ประกอบของเทรดเดอร์ที่พยายามเปิด long แต่ราคาไม่สามารถเบรค lower high ขึ้นได้ จนกว่าราคาได้ทำ stop hunt เบรคลงมาและรีบขึ้นไป และเบรคเส้นสีแดง ดู price action จะเห็นว่ามี breakout bar เกิดขึ้น ยืนยันว่า Falling Wedge ที่ลงมา เป็นเพราะขาใหญ่ปั่นราคาเพื่อเข้าเทรดและได้สำเร็จตามที่พวกเขาต้องการ เลยเกิด แท่งเทียนนั้นขึ้น เป็นโอกาสที่เทรดเดอร์รายย่อยได้เข้าเทรดแบบมีความเป็นไปได้สูง SL ก็กำหนดด้านล่าง ส่วน TP เบื้องต้นดูส่วนที่เป็น Lower High ที่ใกล้ประกอบ แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะพิจารณาเรื่องของการซึมซับออเดอร์ที่จุด swing ที่จะกำหนด TP ด้วย จะทำให้สามารถกำหนด TP ได้มากกว่าและถูกจุด ตัวอย่างอีกตัวด้านบนเป็น Rising Wedge จะเห็นว่าตรรกะเดียวกันแต่คนละทิศทาง แต่ที่เห็นประกอบตรง Rising Wedge นี้เมื่อมองมาทางช้ายมือจะเห็นว่ามี Resistance ประกอบด้วย ก็ยิ่งจะเห็นว่ารูปแบบนี้ทำงานได้ดี
สิ่งหนึ่งที่ต้องมองประกอบคือ ช่วงที่ราคาทำ Wedge pattern เรื่องของการซึมซับออเดอร์ หรือเคลียร์ออเดอร์ตรงที่จุด swing ไปด้วยเป็นการลดตัวต้านทาน ขาใหญ่ก็มักจะใช้วิธีการนี้เพื่อแอบลดออเดอร์ฝั่งตรงข้ามไปด้วย ก่อนที่รูปแบบ Wedge pattern จะจบ เช่นอย่าง Rising Wedge ตอนที่ราคาดันขึ้นไปทำรูปแบบ ราคาย่อตัวลงมาด้วย เมื่อขาใหญ่สะสม positions ได้ตามที่ต้องการเลยทำให้เกิดแท่งเทียน Breakout ได้ง่าย และตอนที่ดันราคาขึ้นไป ยังมีเทรดเดอร์ตรงข้ามที่พวกเขาจะสามารถดันราคาและบังคับให้เทรดเดอร์พวกนี้ออกจากตลาด เลยทำให้ Wedge pattern ทำงานได้ดีเมื่อเกิดรูปแบบนี้ขึ้น











 

XM Global Limited