กองทุน SPDR Gold Shares

ประจำวันที่

เวลา ครั้งที่ ก่อนหน้า ถือล่าสุด เปลี่ยนแปลง
- - - - -
รวมวันนี้-
เดือนนี้ - : 
ปีนี้  : 
*หน่วยตัน
*อ้างอิงจาก SPDR Gold Share

ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ประจำวันที่ ครั้งที่ เวลา น.

ชนิดทองคำ รับซื้อ ขายออก
ทองคำแท่ง 96.5% - -
ทองรูปพรรณ 96.5% - -
รวมวันนี้-
เปลี่ยนแปลงล่าสุด-
*หน่วยเงินบาท
*ราคาอ้างอิงล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

เทคนิค การเทรด Forex ด้วยหลักการ Pull Back

  • 0 replies
  • 1,436 views
เทคนิค การเทรด Forex ด้วยหลักการ Pull Back
« เมื่อ: 27, พฤศจิกายน 2019, 09:25:45 PM »
เทคนิค การเทรด Forex ด้วยหลักการ Pull Back

วิธีการเข้าเทรดมี 2 แบบที่นิยมกันคือ 1. เทรดตอนที่เห็นราคาเบรคหรือเห็นความไม่สมดุลย์เกิดขึ้น แล้วรอตอนราคาย่อตัวกลับมาจุดที่เบรค เรียกการเข้าเทรดแบบนี้ว่า Pullback หรือ 2. เป็นการเข้าเทรดตอนที่ราคาเบรคขึ้นไปเลย เป็นการเทรดแบบ Breakout การเทรดแบบหลังมีความเสี่ยงสูง แต่สิ่งที่ได้คือราคาวิ่งเร็ว เพราะการใช้ประโยชน์จาก stop orders ที่อยู่พื้นที่ราคาเบรคขึ้นไป และโอกาสจะกลายเป็น False Breakout หลอกแล้วราคาวิ่งสวนก็มี แต่การเทรด Pullback ความเสี่ยงน้อยและความเป็นไปได้สูง ดังที่จะกล่าวในที่นี้

ส่วนสำคัญสำหรับการเทรด Pullback


การที่จะเปิดเทรดตอนที่ราคาย่อตัวลงมาเพื่อเทส แล้วไปต่อหรือเรียกการเทรดแบบนี้ว่าเทรด Pullback ต้องเข้าใจว่า อะไรทำงานให้เกิดการย่อตัว แล้วจะหยุดที่ไหน และเงื่อนไขอะไรที่ทำให้ trade setup สำหรับการเทรดเข้าแบบ Pullback เกิดขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือการเข้าเทรดหรือราคาสามารถทำ new low หรือ new high ได้ อย่างภาพประกอบ เป็นการเทรด Pullback ของเทรนขาขึ้น กรณีเทรนขาขึ้นมีดังนี้

•   ราคาต้องทำเทรนให้เห็น new high เกิดขึ้นต้องเห็น (การพัฒนาการของเทรนดูง่ายด้วยการเข้าใจเรื่องการพัฒนา swing highs/swing lows) การที่ราคาเบรคและทำ new high ได้บอกถึงความไม่สมดุลย์ออเดอร์ว่าอยู่ทางไหน บอกว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายชนะ บอกว่าฝ่ายไหนจะดันราคาไปต่อ

•   การที่ราคาทำ new high ถ้าดูเรื่องของแท่งเทียน สิ่งที่ต้องเห็น ความเร็ว เวลา และราคาปิดประกอบ เพราะสะท้อนถึงความแข็งแรงของเทรนที่เกิดขึ้น ถ้าความไม่สมดุลย์ระหว่างออเดอร์มาก แท่งเทียนต่อมามาก ราคาต้องไปทางเดียวกันในเวลาอันสั้น และราคาต้องปิดทางที่ราคาวิ่งไปด้วย หรือทางที่เกิด Momentum

•   ต้องเห็นว่าราคาเอาชนะพื้นที่ตรงไหนประกอบด้วยจึงจะดี เพราะเป็นเรื่องของ trapped traders ที่จะเกิดขึ้น



ก่อนจะเทรดต้องเข้าใจตรรกะที่อยู่เบื้องหลังภาพ เมื่อราคาเบรคขึ้นแล้วทำ new high ได้ทำไมต้องย่อตัว คำตอบคือปิดทำกำไรบางส่วนและเพื่อล่อออเดอร์ตรงข้ามเพื่อเข้าเทรดเพิ่มอีก แล้วดันราคาไปต่อ ทำไมต้องล่อออเดอร์จากฝั่งตรงข้าม ต้องมองย้อนกลับไปก่อนที่ราคาจะมาทำเทรนตรงนี้และเบรคขึ้นไป ท่านจะเห็นว่าราคาทำเทรนลงเป็นหลัก เทรนลงเปิดโอกาสให้ขาใหญ่ได้โอกาสสะสม long postions เพราะตอนที่ราคาทำเทรนลงมา ต้องมีออเดอร์ตรงข้ามที่เปิดของเทรดเดอร์ที่เปิด sell เรารู้ว่าขาใหญ่สะสมเพราะตอนราคาได้เบรคกลับขึ้นไปได้ เพราะการเข้าเทรดเป็นสิ่งที่ขาใหญ่ไม่สามารถปกปิดได้ว่าเขาเข้าเทรดตรงไหน การที่ราคาทำ New high ประกอบเป็นตัวยืนยันว่าต้องมีขาใหญ่มีส่วนรวมแน่ๆ เพราะขาใหญ่เทรดด้วยจำนวนมากและมากพอที่จะดันราคาไปทางไดทางหนึ่งที่พวกเขาต้องการได้ นี่คือส่วนสำคัญที่ต้องดูประกอบ trade setup สำหรับการเทรดแนว pullback ถ้าเป็นเทรนลงก็ประยุกต์ตรรกะตรงข้ามกันไป

การเข้าเทรด Pullback

เมื่อท่านสามารถกำหนด trade setup เพื่อจะเทรดแบบ Pullback สิ่งจำเป็นต่อมาคือจะเปิดเทรดหรือเลือกเข้าตลาดตอนไหนดี ถ้าบอกง่ายๆ อาจบอกว่าตอนที่ราคาหยุดและเริ่มเด้งขึ้นไปไปทางเทรนที่เกิดขึ้น แต่เมื่อท่านดูๆ ท่านอาจเห็นว่าจุดที่เข้าเทรดน่าจะอยู่ตรงไหน


อย่างภาพด้านบนมีการนำ Fibonacci Retracements มาประกอบสำหรับ Momentum หรือเทรนที่เกิดขึ้นเพื่อหาจุดเข้าเทรด หลักการเบื้องต้นของการเทรด Fibo ถ้าเทรนแรงก็เปิดเทรดที่ตัวเลขย่อตัวน้อย อย่างที่วงกลมไว้เลขย่อตัวที่ 38.2 แต่เมื่อท่านมองมาทางช้ายมือที่กล่าวไว้ด้านบน เงื่อนไขอย่างหนึ่งของการเทรด Pullback หลังจากที่เห็นราคาทำ new high ได้ เห็นมีพื้นที่ราคาเอาชนะเพราะจะทำให้เกิด trapped traders เกิดขึ้น เพราะเทรดเดอร์พวกนี้เปิดเทรดตอนที่ราคาลงไป แล้วเปิดเทรดอีกรอบตอนที่ราคาเบรคขึ้นมา การที่ราคาเบรคที่เป็นส่วนสำคัญ ส่งข้อมูลดังนี้ออกไป เทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาดเห็นราคาไม่เข้าข้างพวกเขา ถ้าราคาลงมาไม่ลงไปต่อทางที่พวกเขาเปิดเทรดอยู่พวกเขาก็จะออก และเทรดเดอร์ที่รอเข้าเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น ก็เห็นเทรนเกิดขึ้นก็ได้โอกาสเทรดตามเทรน ก็จะเข้าเทรดตรงนั้นเป็นหลัก จะเห็นว่าพอราคาย่อตัวลงมาถึงพื้นที่พวก trapped traders อยู่ราคาไม่ไปต่อ เทรดเดอร์พวกนี้ออกจากตลาดก็เลยเพิ่ม buy market orders เข้าไป และเทรดเดอร์ที่รอเข้าก็เข้าเทรดด้วย ที่สำคัญเป็นพื้นที่ที่ขาใหญ่เข้าเทรดอีกด้วย เลยทำให้มีแต่ buy market orders ออกมาเป็นหลัก เลยทำให้เกิดความไม่สมดุลย์เกิดขึ้นได้ง่าย และเป็นพื้นที่ที่ทั้งเทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาดออกและทั้งเทรดเดอร์ที่รออยู่เข้า เมื่อตี Fibonacci ประกอบตรงตัวเลขย่อตัว 38.2 พอดี เทรดเดอร์ที่เทรดอิง technical analysis เช่น Fibo ก็จะเข้าเทรดอีก

ข้อดีและข้อเสียของการเทรด Pullback

ข้อดีของการเทรด Pullback คือความเป็นไปได้ของการเทรดสูง เพราะเป็นการเทรดตามเทรน ตามร่องรอยการเข้าเทรดของขาใหญ่ที่เปิดเผยออกมา อย่างกรณีที่ยกตัวอย่างภาพประกอบ สำหรับเทรนขึ้น จุดที่เปิดเทรดท่านสามารถเปิดเทรด และ Buying Low (ถ้าเป็นเทรนลงเป็น Selling High) ได้ถูกที่ด้วย อีกข้อคือท่านไม่กดดันมากสามารถรอได้ เพราะท่านเทรดตามเทรนที่เกิดขึ้น ไม่ได้เทรดสวนเทรนเพื่อคาดหวังทำกำไรระยะสั้นหรือไม่กี่ pips ข้อเสียก็มีคือ ท่านต้องกำหนดส่วนประกอบของการเทรด Pullback เป็น เพราะราคาทำ new highs หรือ new lows เป็นประจำเพราะเป็นเรื่องของการพัฒนาเทรนที่กำลังเกิดขึ้น

การเทรด Pullback เป็นการเทรดที่มีความเป็นไปได้สูง เพราะเป็นการเทรดตามเทรนที่กำลังเกิดขึ้น ให้มั่นใจว่าเข้าใจการพัฒนาการของเทรนเป็นอย่างไรก่อนเปิดเทรด ดูสัดส่วนเรื่องของ risk:reward แต่ละ trade setup ที่เกิดขึ้นประกอบ ดูให้ออกว่าเทรนที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเข้าเทรด ไม่ใช่เกิดขึ้นจากการออกเทรดของขาใหญ่

 

XM Global Limited