traderider forex ไทย

ห้องสมุด!!

  • 55 replies
  • 10052 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ออฟไลน์ decoderer

  • ****
  • 4,863
  • 36

ห้องสมุด!!

« เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์ 2015, 12:43:19 AM »
โลกาภิวัตน์กับมิติทางสังคม

โลกาภิวัตน์ มีขอบเขตของความหมายที่กว้างขวางและครอบคลุมทุกมิติอันเกิดจากขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมาย เทคโนโลยี การสื่อสาร รวมทั้งระบบสิ่งแวดล้อม เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เราสามารถแยก โลกาภิวัตน์ของแต่ละด้านได้ดังต่อไปนี้

โลกาภิวัตน์ทางด้านเศรษฐกิจ (Globalization of the Economy)

จากการค้นคว้าจากเอกสารหรือบทความทางวิชาการ พบว่าส่วนใหญ่ จะกล่าวถึง การผสมผสานกันระหว่างอุดมการณ์ระบบการตลาดแบบเสรีนิยม (Liberalism) กับ ความเจริญก้าวหน้าของการติดต่อสื่อสารรวมทั้งเทคโนโลยีการขนส่งซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนย้าย สินค้า บริการ และเงินทุน จากประเทศที่เป็นแกนกลางแห่งการพัฒนาโลก (Core Countries) อันหมายถึงประเทศที่พัฒนาแล้วทางตะวันตก อาทิเช่น สหรัฐอเมริกา ไปยังประเทศที่อยู่ระหว่างกึ่งชายขอบ (Semi-Periphery) ซึ่งหมายถึง ประเทศที่กำลังพัฒนา และประเทศที่อยู่ชายขอบแห่งการพัฒนา (Periphery) ซึ่งหมายถึงประเทศด้อยพัฒนา ตามลำดับ

ชาติตะวันตกต้องการที่จะเปิดตลาดโลกสำหรับสินค้าที่ตนผลิตขึ้นและกอบโกยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร แรงงานราคาถูกจาก ประทศที่กำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา ผ่านทางการกำหนดนโยบายของผู้เรืองอำนาจในประเทศอันเอื้อประโยชน์ให้แก่การแสวงหาผลประโยชน์ บรรดาประเทศเหล่านี้จะใช้กฎ ระเบียบของสถาบันการเงินระหว่างชาติรวมทั้งข้อตกลงทางการค้าเพื่อบีบบังคับให้บรรดาประเทศที่ยากจนต้องถูกผนวกและลดกำแพงภาษีนำเข้า ยอมปล่อยให้กิจการของรัฐตกอยู่ภายใต้การบริหารงานของต่างชาติ ย่อหย่อนในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรวมทั้งรวมทั้งการลดมาตรฐานการครองชีพของแรงงานฝีมือและไร้ฝีมือ ซึ่งทำให้ได้กำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ ทว่า ให้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิดแก่ผู้ใช้แรงงานจนทำให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับเชิงปฏิเสธความไม่เท่าเทียมกัน(Inequity) การถูกครอบงำจากประชารัฐที่เหนือกว่าในทุกๆด้าน

โลกาภิวัตน์ ทางด้านเศรษฐกิจ(Globalization of Economy)

 จึงหมายถึง บริเวณใดบริเวณหนึ่งบนพื้นโลกที่มีการปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกันจนเป็นอาณาบริเวณที่กว้างขวาง โดยโลกเศรษฐกิจจะไม่มีพรมแดนในลักษณะที่สอดคล้องกับการแบ่งเขตเกี่ยวข้องกับดินแดนหรืออาณาเขต ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐ (State) แต่เป็นเขตแดนทางเศรษฐกิจ โดย โลกาภิวัตน์ในความหมายนี้ จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ โดยมีเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศเป็นกลไกที่สำคัญที่ผลักดันให้กลายเป็นกระแสของการแผ่ขยายอิทธิพลทางการค้าของประเทศที่แข็งแรงกว่าเข้าครอบงำประเทศที่อ่อนแอกว่า โลกาภิวัตน์ทางด้านเศรษฐกิจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่อไปนี้คือ

ทุน (Capital)

เศรษฐกิจโลกซึ่งจะต้องเป็นไปตามอุดมการณ์ของลัทธิทุนนิยม (Capitalism) ภายใต้การแข่งขันในลักษณะเสรีนิยม (Liberalism) ซึ่งเป็นลักษณะเศรษฐกิจของโลกตะวันตกที่มีเนื้อหาเน้นการสะสมทุนและการค้าแบบเสรี โดยต่างก็จะให้มีการเปิดการค้าระหว่างประเทศให้เป็นการค้าที่ไร้พรมแดนแต่ภายใต้การค้าเสรีนี้ ความได้เปรียบของบริษัทข้ามชาติ ก็จะมีมากกว่า ซึ่งเป็นความเสรีที่ไม่เท่าเทียมกัน ทุนจะมีการเคลื่อนย้ายไปยังประเทศต่างๆของโลกที่ให้เงื่อนไขและผลประโยชน์ที่ได้กำไรสูงสุด 

การครอบงำผ่านทางข้อมูล-ข่าวสาร (Information Hegemony)

การปฏิวัติทางเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการเชื่อมโยงสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว โลกถูกเชื่อมด้วยข้อมูลข่าวสารและมักเป็นข้อมูลข่าวสารฝ่ายเดียวจากโลกตะวันตก หรือจากประเทศซึ่งมีอำนาจเศรษฐกิจและการทหารที่เหนือกว่า โดยการครอบงำและสร้างกระแสข่าวตามที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเมืองและเศรษฐกิจของตะวันตก เป็นการครอบงำทางข่าวสาร และวัฒนธรรมซึ่งมีผลต่อความเชื่อของมนุษยชาติในการที่จะต้องบริโภคข่าวสาร, การบริโภคสินค้า, บริการ และวัฒนธรรมของตะวันตกนั้นและเชื่อว่าการบริโภคนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

3) ค่านิยม (Value)

โลกาภิวัตน์ได้สร้างค่านิยมผ่านทางข้อมูลข่าวสาร โดยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ กล่าวคือ

ค่านิยมทางการเมือง
ทุกประเทศในโลกต้องเป็นแนวประชาธิปไตยแบบตะวันตก ซึ่งประเทศต่างๆ หากจะต้องมีรูปแบบการเมืองการปกครองในแบบเดียวกัน มิฉะนั้นก็จะถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือใช้กำลังทหารเข้าไปปลดปล่อยให้เป็นประชาธิปไตย โดยไม่สนใจต่อความพร้อมหรือวิถีชีวิตของคนในประเทศเหล่านั้น ซึ่งการเมืองในระบบประชาธิปไตย เมื่อถูกผ่านการครอบงำผ่านทางข้อมูลข่าวสารจากโลกตะวันตก ก็จะทำให้ประชาชนมีค่านิยมที่จะเลือกผู้นำที่มีแนวความคิดแบบการค้าเสรีหรือเป็นนายทุนเศรษฐกิจแบบตะวันตกไปเป็นรัฐบาล ซึ่งก็จะมีการแก้ไขกฎเกณฑ์ กฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทข้ามชาติสามารถเข้าไปแข่งขันกับธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งมีความอ่อนแอกว่า ซึ่งจะมีผลต่อจะต้องมีการพึ่งพาโลกตะวันตก
ค่านิยมทางเศรษฐกิจ
โลกจะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ มีการแบ่งงานกันทำ (Division of Labor) โดยถือหลักการว่าที่ไหนถูกก็ผลิตหรือซื้อที่นั่น โดยต่างฝ่ายจะใช้มาตรการทางภาษีให้มีน้อยที่สุด โดยโลกตะวันตกก็จะมีการปกป้องธุรกิจที่ไม่สามารถแข่งขันกันได้ในรูปแบบของการกีดกันทางการค้า ในแบบที่เรียกว่า Non Tariff Barrier (NTB) การค้าของโลกจะตกอยู่ภายใต้กติกาขององค์กรการค้าโลก (World Trade Organization - WTO) ที่โลกตะวันตกไม่กี่ประเทศเป็นผู้บงการ และข้อตกลงในลักษณะที่เป็นทวิภาคี ได้แก่ ที่มาในรูปแบบของเขตการค้าเสรี (Free Trade Area –FTA) ซึ่งหาก WTO ไม่สามารถเอื้อประโยชน์ก็จะมีการทำข้อตกลงความร่วมมือในระดับภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่น เขตการค้าเสรีอาเซียน (Asian Free Trade Area - AFTA ), ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิค (Asia-Pacific Economic Cooperation - APEC) เป็นต้นดังนั้น การค้าเสรีของ Globalization นั้นจึงเป็นความเสรีบนความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งไม่ใช่ความยุติธรรมทางการค้า
ค่านิยมทางสังคม
โดยการครอบงำทางสังคมวัฒนธรรม โดยผ่านทางข้อมูลข่าวสาร ทำให้การค้าของโลกจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิมนุษยชน (Human Right) การบริโภคนิยม (Consumerism) การนิยมวัตถุ (Materialism) รวมถึงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Environment) ซึ่งจะอนุรักษ์เฉพาะในสิ่งที่ประเทศด้อยพัฒนาไม่พร้อม แต่โลกตะวันตกพร้อม
ค่านิยมการปกป้องทางการค้า (Protectionism)
การค้าโลกาภิวัตน์ จะเกิดขึ้นพร้อมกับการปกป้องทางการค้าในรูปแบบของลิขสิทธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของลิขสิทธิ์ก็จะมาจากโลกตะวันตก ซึ่งจะใช้ลิขสิทธิ์เป็นเครื่องมือในการปกป้องสินค้าและบริการ นอกเหนือจากนี้การใช้มาตรการทางด้านการเงิน ผ่านกองทุนต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund - IMF) หรือ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank - ADB )และฯลฯ ซึ่งองค์กรทางด้านเศรษฐกิจระดับโลกเหล่านี้มักจะมีเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจข้ามชาติ ก็จัดเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้อง รวมทั้งการใช้มาตรการที่ป้องกันผู้ก่อการร้ายของก็อยู่ในกระแสของโลกาภิวัตน์เช่นกัน
อีกความหมายหนึ่งของโลกาภิวัตน์ทางด้านเศรษฐกิจ คือ การที่โลกเราเป็นโลกไร้พรมแดน เป็นโลกที่เรียกว่า Borderless World คือ เป็นโลกของการไหลเวียนทางสินค้า การเงินและการบริการ หรือเป็นยุคที่เรียกว่า Free Trade คือ ยุคการค้าเสรี “โลกาภิวัตน์” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกที่ทั่วโลกในสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะในแง่มุมทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม กระแสโลกาภิวัตน์ได้แทรกซึมเข้าไปและส่งผลกระทบให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจเพราะเกิดการโต้เถียงกันถึงผลของโลกาภิวัตน์ว่าเป็นตัวการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านความร่ำรวยและความยากจนในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นเกี่ยวกับการแพร่กระจายของกระแสโลกาภิวัตน์นี้ก็แตกต่างกันออกไปตามความคิดของคนซึ่งอยู่ต่างสังคมกัน

ดังนั้นกระแสโลกาภิวัตน์จึงส่งผลเด่นชัดในแง่มุมของเศรษฐกิจเพราะกระแสโลกาภิวัตน์เกิดจากการพัฒนาของระบบทุนนิยมนั่นเอง เพราะฉะนั้นการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และสังคมรอบโลกเป็นผลมาจากการเกิดการหมุนเวียนของสินค้าและการให้บริการ เงินทุน คนและการพัฒนาการทางความคิดต่างๆ กระบวนการเหล่านี้เป็นผลมาจากนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเห็นได้ชัดเจนจากการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าขายแลกเปลี่ยนและการหมุนเวียนทางด้านการเงิน การเติบโตทางกิจกรรมการค้าขายระหว่างประเทศนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายแบบ กิจกรรมการค้าขายนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการค้าขายระหว่างบรรษัทข้ามชาติใหญ่ๆ เท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบและระดับชั้นเช่น การค้าขายระหว่างพ่อค้าปลีกตามแนวพรมแดน ไทย-พม่า เพราะกิจกรรมการค้าขายเหล่านี้เป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งของกระแสโลกาภิวัตน์เช่นกัน หรือที่เรียกว่า “Cross-border economic activities”

“Economic Globalization” คือ กระบวนการการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วระหว่างประเทศ กระบวนการเหล่านี้ถูกผลักดันให้ขับเคลื่อนโดยการค้าระหว่างประเทศ (International Trade) การนำเงินเข้ามาลงทุนของต่างชาติ (Foreign Direct Investment) และโดยระบบเงินทุนที่หมุนเวียน กระบวนการเหล่านี้แสดงออกในตัวมันเองในรูปแบบของกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้

การค้าขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศทางสินค้าและบริการ(International Trade of Goods and Services)
การเติบโตของประเทศที่นำเข้าซึ่งสินค้าและบริการมาจากต่างประเทศ และการเพิ่มมากขึ้นของประเทศที่ส่งสินค้าออกขายนอกประเทศ และจากสถิติของ World Bank’s World Development Indicators 2000 การค้าขายแลกเปลี่ยนทางการค้าไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ร่ำรวย หรือประเทศที่กำลังพัฒนา (Developing Country) ต่างมีสถิติตัวเลขที่ทวีมากเพิ่มขึ้น
การลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment and Short-term Flows)
การที่บริษัทที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประทศใดประเทศหนึ่งและมาลงทุนในการดำเนินธุรกิจยังประเทศอื่นที่ ทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนขึ้นในประเทศนั้นๆ ทำให้หลายๆ ประเทศที่ต้องการเงินสนับสนุนลงทุนจากต่างชาติมีนโยบายมาสนับสนุนและเพิ่มความสะดวกสบายแก่นักลงทุนชาวต่างชาติมากเพิ่มขึ้น
การหมุนเวียนของตลาดทุน (Capital Market Flows)
ในหลายๆ ประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่กำลังพัฒนา) การออมของประชาชน (saving) มีมากเพิ่มขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น การซื้อพันธบัตรต่างชาติและพยายามไม่ลงทุนมากนักเพราะต้องการเก็บรวมทรัพย์สินของตนไว้ด้วยกัน เป็นผลให้ผู้กู้ยืม(Borrower) ที่มีมากเพิ่มขึ้น ต่างต้องหันไปหาแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศพร้อมๆ กันกับที่หาในประเทศ
ปัจจุบันแม้ว่าคำว่า “โลกาภิวัตน์” จะใช้กันอย่างกว้างขวาง แต่ความหมายก็ไม่ได้ชัดเจนครอบคลุมโดยทั้งหมดและส่วนใหญ่มักจะกล่าวถึงโลกาภิวัตน์ในด้านของกระบวนการการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศซึ่งเกิดจากการค้าขายแลกเปลี่ยนทางการค้า การลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งมากพอๆกับการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า โลกาภิวัตน์เกี่ยวข้องกับในทุกด้าน ทั้งทางด้านธุรกิจ แรงงาน สินค้า และบริการ

ดังนั้น ปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงโลกาภิวัตน์ จึงเกี่ยวพันและส่งผลถึงสภาพเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ และหัวข้อที่องค์กรและกลุ่มคนส่วนใหญ่กล่าวถึงคงไม่พ้นในเรื่อง “กระแสโลกาภิวัตน์ : ความยากจนและความไม่เท่าเทียมกัน” (Globalization : Poverty and Inequality) ซึ่งได้โต้แย้งและมีความคิดเห็นแบ่งแยกเป็นสองฝ่ายในเรื่องนี้ เพราะฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าการเปิดตลาดเสรีนำไปสู่ความมั่งคั่ง และการแข่งขันทำให้นำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ, ความก้าวหน้า, ราคาสินค้าที่ต่ำลง, ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันกลับมีความเห็นขัดแย้งว่าความเจริญก้าวหน้า การเปิดการค้าเสรีซึ่งเป็นผลทำให้มีการแข่งขันสูงและเป็นเหตุให้เกิดภาวะการแข่งขันในการลดราคาสินค้าทำให้เกิดผลกระทบกับธุรกิจขนาดเล็กซึ่งไม่สามารถต้านทานแรงขายปริมาณมากในราคาขายต่ำของธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีเงินทุนมากไว้ได้ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กนั้นต้องล้มไป

โลกาภิวัตน์ทางด้านสังคม( The social dimension of globalization)

โลกาภิวัตน์ทางด้านสังคม หมายถึง ผลกระทบของโลกาภิวัตน์ที่มีต่อวิถีชีวิตส่วนบุคคล ครอบครัว อาชีพการงาน รวมทั้งชีวิตทางสังคมของผู้คน ประเด็นเน้นหนักจะเกี่ยวข้องกับการทำงาน สภาพการทำงาน รายได้ และการคุ้มครองหรือสวัสดิการสังคม นอกเหนือไปจากนั้น มิติทางด้านสังคมจะครอบคลุมถึง ความปลอดภัยในทรัพย์สิน วัฒนธรรมรวมทั้งอัตลักษณ์ ความสามัคคีการแตกแยก รวมทั้งความสมานฉันท์สามัคคีในครอบครัวและชุมชน

โลกาภิวัตน์ทางด้านสังคมจะมุ่งไปสู่การขจัดปัญหาการว่างงาน ความอยุติธรรม ความไม่เสมอภาค รวมทั้งความยากจน และความยั่งยึนของโลกาภิวัตน์ทุกด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรมและกฎหมาย จะบังเกิดสัมฤทธิ์ผลของโลกาภิวัตน์ขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกระแสโลกาภิวัตน์นั้นสนองตอบต่อความต้องการของคนในสังคมในภาพรวม

โลกาภิวัตน์ทางด้านวัฒนธรรม (Globalization of Culture )

การแพร่กระจายของค่านิยม บรรทัดฐาน และวัฒนธรรมตะวันตกจะยิ่งช่วยส่งเสริมแนวคิดแบบทุนนิยมตะวันตก และทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นตกเป็นเหยื่อของวัฒนธรรมการบริโภค เอาชนะจิตสำนึกและจิตวิญญาณ รวมทั้งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชุมชน

ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทุกด้าน อาทิเช่น การติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ท ดาวเทียม เคเบิลทีวี จะทำลายกำแพงแห่งวัฒนธรรม รายการสาระและบันเทิงจะค่อยๆพัฒนาการรับรู้และความใฝ่ฝันตามความนิยมชมชอบไม่ว่าจะอยู่แห่งใดในโลก ในขณะเดียวกันกับที่ ค่อยๆแทรกซึม ค่านิยม บรรทัดฐาน และวัฒนธรรมที่มีแนวโน้มเอื้อหนุนต่ออุดมการณ์แบบทุนนิยมตะวันตก วัฒนธรรมดั้งเดิมอาจจะตกเป็นเหยื่อ อุดมการณ์บริโภคนิยมจะมีชัยต่อจิตสำนึกชุมชนและความสมานฉันท์สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในสังคม

โลกาภิวัตน์ทางด้านกฏหมาย (Globalization of Law )

ในอดีต กฎหมายเป็นเครื่องมือของรัฐ-ชาติ ซึ่งศาลสถิตย์ยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะตำรวจจะเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติในการปกครอง ในลักษณะตรงกันข้าม กฎหมายระหว่างประเทศค่อนข้างจะอ่อนแอรวมทั้งมีอำนาจในการบังคับให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมายค่อนข้างด้อยประสิทธิภาพ

ทว่าโลกาภิวัตน์ทางด้านกฎหมาย ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนแปลงโครงร่างของกฎหมายรวมทั้งการสถาปนาบรรทัดฐานและสถาบันทางด้านกฎหมายของโลก ศาลอาญาของโลก ให้สัตยาบันว่าจะสร้างความยุติธรรมให้แก่บุคคลแห่งรัฐ บนพื้นฐานแห่งกฎหมายอาญาทั่วโลก ในขณะเดียวกันกับที่ความร่วมมือระหว่ารัฐต่อรัฐได้ทำให้เกิดการทดลองใช้ความผิดทางอาญาที่มีความชัดแจ้งร่วมกันว่าเป็นการกระทำความผิด

การเปลี่ยนแปผลงทางด้านกฎหมายทางธุรกิจไปสู่ระดับโลก จะก้าวหน้ามากกว่ากฎหมายอย่างอื่นด้วยเหตุที่หลายประเทศได้บรรลุข้อตกลง กฎ กฎหมายรวมทั้งการปฏิบัติให้เป็นไปตามาตรฐานเดียวกัน ทูตพาณิชย์จากหลายประเทศรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศได้ร่วมกันร่างกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย ทรัพย์สินทางปัญญา ตราสารเอกสารทางด้านการเงินระหว่างประเทศ หรือ บรรษัทที่มีกิจการระหว่างชาติขนาดใหญ่ ได้ปรับปรุงกฎระเบียบวิธีการปฏิบัติให้ก้าวสู่การเป็นบริษัทระหว่างชาติด้วยการสร้างรูปแบบการปฏิบัติขนาดยักษ์ ด้วยผู้ชำนาญการนับพันคนในมากกว่าสิบประเทศ

โลกาภิวัตน์ทางด้านการเมือง(Globalization of Politics)

ในอดีต ระบบการเมืองของประเทศต่างๆทั่วโลก ต่างมุ่งเน้นไปที่ความพยายามที่จะผดุงไว้ซึ่งความมั่นคงและความมั่งคั่ง ความผาสุกของประชน การพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสิทธิมนุษยชนที่อยู่ภายใต้อาณัติเขตแดนของตน แต่ด้วยสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางด้านนิเวศน์ การผนึกกำลังกันทางด้านเศรษฐกิจระดับโลก รวมทั้งแนวโน้มของกระแสโลกาภิวัตน์ทางด้านอื่น ได้ส่งผลให้กิจกรรมทางด้านการเมืองขยายตัวสู่ระดับโลกตามไปด้วย ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ระบบการเมืองจำต้องปรับตัวให้สูงกว่าระดับประเทศ ด้วยการแผนยุทธศาสตร์ระดับโลก อาทิเช่น การสถาปนาสหภาพยุโรป(European Union- EU) หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) หรือ ธนาคารโลก (World Bank) หรือองค์การการค้าโลก (World Trade Organization)

สรุป

โลกาภิวัตน์ เป็น กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมระดับโลก
โลกาภิวัตน์ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของ ประชาคมโลกทุกด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง กฎหมาย เทคโนโลยีและวัฒนธรรม
ผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของประชาคมโลก สามารถแยกออกเป็นสองแนวทาง คือ 
ในทางลบ ผลกระทบนั้นจะหมายความรวมถึง
- การครอบงำโลกทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของอภิมหาอำนาจ โดยใช้ ความได้เปรียบที่เหนือกว่าทางด้านความก้าวหน้าทางสื่ออิเล็กโทรนิกส์ อำนาจทางด้านเศรษฐกิจ ทลายกำแพงแห่งวัฒนธรรมจนต้องถูกผนวกเข้าเป็นประเทศกึ่งบริวาร และประเทศบริวารในท้ายที่สุ
ในทางบวก โลกาภิวัตน์ จะหมายความรวมถึง
-การส่งเสริมปัจจัยทางด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี ระบบการผลิตข้ามพรหมแดน และการแพร่สะพัดของระบบข้อมูลข่าวสาร ซึ่งทำให้ประชาคมโลกมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันและกันมากยิ่งขึ้น
-นโยบายและสถาบันต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการผนึกกำลังทางด้านเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วโลกทั้งในระดับทวิและพหุภาคี อาทิเช่น มาตรฐานการใช้แรงงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การควบรวมกิจการ รวมทั้งข้อตกลงว่าด้วยการพิทักษ์ทรัพย์สินทางปัญญา
- ในความหมายนี้ โลกาภิวัตน์ มิได้เป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากแต่เป็นผลพวงของนโยบาย ซึ่งสามารถจะเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี



เครดิต วรรณะ รัตนพงษ์
ดร.อนัตต์ ลัคนหทัย

Share Topic.

Follow Me.

*****คนเมื่อเข้าเทรดแล้วจะพยายามหาทางออก ใครจะไปรู้ ทางที่เราเข้าไปบางทีอาจเป็นทางออกของคนหลายคน!!!*****

traderider forex ไทย
traderider forex ไทย
traderider forex ไทย
*

ออฟไลน์ Forexexex

  • ****
  • 4,125
  • 40

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์ 2015, 02:06:06 AM »
ขอบคุณสำนักข่าวเคเอฟซีครับ  (TH)**

 Thor 1 Thor 1 Thor 1

*

ออนไลน์ admin

  • *
  • 61,938
  • 2593

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์ 2015, 06:48:44 AM »
ตื่นมากว่าจะอ่านจบ
ขอบคุณสำนักข่าว KFC มากครับ สำหรับ ข้อมูลห้องสมุดดีๆ
 (TH)** (TH)** (TH)**
เอาไป 3 โป้กเลย
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

"สนับสนุนบอร์ดง่ายๆด้วยการเปิด ID Trade forex ผ่าน Link ของบอร์ด ขอบคุณครับ"

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์ 2015, 07:16:54 AM »
ตื่นมากว่าจะอ่านจบ
ขอบคุณสำนักข่าว KFC มากครับ สำหรับ ข้อมูลห้องสมุดดีๆ
 (TH)** (TH)** (TH)**
เอาไป 3 โป้กเลย

แอดมินครับขอลิ้งที่สมัคร แล้ว ให้ฟรี 30 $ หน่อยครับท่านแอดมิน

*

ออนไลน์ admin

  • *
  • 61,938
  • 2593

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์ 2015, 07:21:57 AM »
ตื่นมากว่าจะอ่านจบ
ขอบคุณสำนักข่าว KFC มากครับ สำหรับ ข้อมูลห้องสมุดดีๆ
 (TH)** (TH)** (TH)**
เอาไป 3 โป้กเลย

แอดมินครับขอลิ้งที่สมัคร แล้ว ให้ฟรี 30 $ หน่อยครับท่านแอดมิน

http://traderider.com/index.php?topic=836.0

ตามนี้เลยครับ
 (TH)**
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

"สนับสนุนบอร์ดง่ายๆด้วยการเปิด ID Trade forex ผ่าน Link ของบอร์ด ขอบคุณครับ"

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์ 2015, 07:31:04 AM »
ตื่นมากว่าจะอ่านจบ
ขอบคุณสำนักข่าว KFC มากครับ สำหรับ ข้อมูลห้องสมุดดีๆ
 (TH)** (TH)** (TH)**
เอาไป 3 โป้กเลย

แอดมินครับขอลิ้งที่สมัคร แล้ว ให้ฟรี 30 $ หน่อยครับท่านแอดมิน

http://traderider.com/index.php?topic=836.0

ตามนี้เลยครับ
 (TH)**

ขอพระคุณมากครับ   (TH)**

*

ออฟไลน์ OWl

  • ***
  • 439
  • 4

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 03, กุมภาพันธ์ 2015, 02:23:36 PM »
สิ่งที่ควรมีก่อนกระโดดเข้าสู่ตลาดforex
  อย่างที่รู้ๆกัน ตลาด forex. นักลงทุนต่างถือว่าตลาดนี้คือ การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากเกิดจากปัจจัยหลายๆด้าน ทำให้ตลาด forex. วิ่งกันแบบไม่หยุดหย่อน จริงๆแล้วมีแค่ไม่กี่อย่างที่เราสมควรจะมีติดตัวไว้ตราบเท่าที่เราอยู่ในตลาด เรามาดูกันดีกว่า ว่าก่อนเราจะเข้าสู่ตลาด Forex เราสมควรจะมีอะไรบ้าง
1. เงินทุน
2. ความรู้
3. แรงต้านทานของสภาวะจิตใจ
 1. เงินทุน
เงินทุนในที่นี้หมายรวมถึง การบริหารจัดการเงินที่ดี ตลาด Forex. นับว่าแปลกครับ คุณจะมีเงินเยอะขนาดไหน ก้อตาม ถ้าคุณไม่สามารถบริหารเงินคุณอย่างเป็นระบบ คุณรอวันเจ๊งได้เลย การบริหารจัดการเงินที่ดีมีนิยามสั้นๆครับ คือ ขอแค่เรารู้ตัวว่าเรามีเงินเท่าไหร่ เรามีความสามารถแค่ไหนที่จะแบ่งเงินนั้นมาลงทุนโดยให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด ตลาดนี้มีนักลงทุน 2 สายหลักๆครับ คือ สาย ATK กะสาย DEF สาย ATK คือ สายเสี่ยครับ ลงทุนแบบไม่สนใจเงินที่ตัวเองมีครับ ถ้ากราฟมันเป็นไปในทิศทางที่เราคิดก้อดีครับ ยินดีด้วยครับคุณจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่อย่าลืมว่า เราไม่ใช่ผู้กำหนดตลาด ความผันผวนของกราฟมันสามารถถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยหลายอย่างซึ่งเรากำหนดไม่ได้ เมื่อวันใดมันเกิดไม่เป็นในทิศทางที่เราคิด
อาจจะเจ็บหนักได้ครับ
ข้อเสียอันยิ่งใหญ่ของสายเสี่ย
    มันจะสร้างหลุมพรางทางความคิดครับ เมื่อเราได้ใจเราจะใหญ่จะโต ยิ่งได้ยิ่งมั่นใจครับ เราจะยิ่งไกลห่างจากเรื่องการบริหารความเสี่ยง เราจะมองว่ามันไม่จำเป็นครับ กำไรที่เราได้มามันทำให้เราใจใหญ่ครับ มันทำให้เราเพ้อฝันถึงอนาคตต่างๆนาๆ ว่าเราจะไปถึงในเร็ววันนี้ ถ้าล้มคนประเภทนี้จะล้มหนักกว่าคนทั่วไป เสียเงินไม่ว่า แต่สิ่งที่เสียอีกอย่างคือใจครับ ใจที่เคยคิดว่า กูแน่ กูเก่ง ทุกอย่างจะหายไปหมดครับ แถมติดลบด้วย คนประเภทนี้ จะค่อยๆทยอยออกจากตลาดไปเรื่อยๆ เพราะเขาเกิดความสูญเสียโดยที่เขาไม่รู้ถึงเหตุที่แท้จริง
อีกสายนึง สาย Def. สายกรรมกร ( ชอบสายนี้เป็นการส่วนตัวครับ^^ )
  สายนี้เจียมตัวครับ ค่อยๆสร้างค่อยๆมี ไม่เสี่ยงโดยที่ไม่มีข้อมูลหรือความรู้ที่ดีพอ ขายหมูบ้าง อาจจะเพราะไม่ต้องการเสี่ยง เอาเงินมาเก็บไว้กับตัวดีกว่า ตกรถบ้าง เพราะบางทีมองแล้วอาจจะไม่ใช่ทำให้คิดว่าถ้ากระโดดเข้าไปจะเกิดความเสี่ยงต่อทุนที่เรามี พวกนี้ค่อนข้างยั่งยืนครับ
แต่ก้าวไปได้ช้า แต่ค่อนข้างได้เปรียบ เพราะ การบริหารการเงินที่ดีที่สุดคือ ทำไงก้อได้ครับให้เงินที่เรามีมันงอกเงยขึ้นมาโดยมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ไม่จำเป็นต้องรวยครับ ขอแค่ปิดกั้นการขาดทุนได้ กำไรจะมาโดยไม่รู้ตัวครับ
2. ความรู้
  เราจำเป็นต้องมีครับทั้งความรู้ทางเทคนิค พวกเครื่องมือต่างๆ และ ข้อมูลข่าวสารความเป็นไปของโลกใบนี้ เหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งกันในโลกใบนี้เกิดขึ้น เพราะเงินตัวเดียวเท่านั้นครับ หรือ คุณจะเริ่มเทรดจากกราฟเปล่าๆก้อได้นะไม่มีใครว่า^^
3. แรงต้านทานของสภาวะจิตใจ
 เคยได้ยินคนพูดไหมครับ ทำไมเทรดเดโมได้เอาๆ แต่พอลงเงินจริงล้มไม่เป็นท่า เพราะการเทรดเดโม ตัวเราเองรู้อยู่แก่ใจครับ มันเป็นแค่ตัวเลขเท่านั้นจริงๆครับ มันไม่ได้ส่งผลอะไรต่อสภาวะจิตใจเลย พอลงเงินจริง ทุกครั้งที่จะเปิดออเดอร์ มันจะมีความคิดเข้ามาครับด้วยพื้นฐานของมนุษย์ กลัวการสูญเสีย ทำให้ลังเล ทุกครั้งที่จะออกไม่ว่าได้หรือขาดทุน
ก้อจะมีความรู้สึกต่างๆเข้ามา ซึ่งเราพยายามเรียกกันว่าเหตุผล โดยเอาตัวเราเป็นแกนกลาง พวกนี้คือเรื่องทางสภาวะจิตใจที่ต้องฝึกฝนครับ
ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาเอง มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร เรื่องพวกนี้เดโมไม่มีให้คุณนะครับ ต้องเจ็บจิงๆถึงจะรู้...

ขอบคุณครับท่าน

ตอนนี้ผมก็มาเป็นสายกรรมกรละครับ

ได้ทีน้อยๆแต่ได้นานๆ

 (TH)** (TH)**

*

ออฟไลน์ decoderer

  • ****
  • 4,863
  • 36

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 11, กุมภาพันธ์ 2015, 10:47:13 AM »
เอามาฝากครับคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก้อน้อย
http://www.upload-thai.com/dl/33d06e1ddd319a8d29a8867a6518c515
เทคนิค Volume Spread Analysis
เครดิตผู้เขียน Tom Williams
*****คนเมื่อเข้าเทรดแล้วจะพยายามหาทางออก ใครจะไปรู้ ทางที่เราเข้าไปบางทีอาจเป็นทางออกของคนหลายคน!!!*****

*

ออนไลน์ admin

  • *
  • 61,938
  • 2593

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 11, กุมภาพันธ์ 2015, 12:24:00 PM »
เอามาฝากครับคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก้อน้อย
http://www.upload-thai.com/dl/33d06e1ddd319a8d29a8867a6518c515
เทคนิค Volume Spread Analysis
เครดิตผู้เขียน Tom Williams

ขอบคุณ ครับ
 (TH)**
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

"สนับสนุนบอร์ดง่ายๆด้วยการเปิด ID Trade forex ผ่าน Link ของบอร์ด ขอบคุณครับ"

*

ออนไลน์ admin

  • *
  • 61,938
  • 2593

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 12, กุมภาพันธ์ 2015, 04:06:29 PM »
ขอบคุณสำนักข่าว KFC
 (TH)**
"เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปเอาชนะตลาด"

"สนับสนุนบอร์ดง่ายๆด้วยการเปิด ID Trade forex ผ่าน Link ของบอร์ด ขอบคุณครับ"

*

ออฟไลน์ decoderer

  • ****
  • 4,863
  • 36

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์ 2015, 03:28:15 PM »
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
 
     เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา บ่อยครั้งที่มักจะได้ยินคำว่า “สงครามค่าเงิน” หรือ “Currency war” อันเป็นสงครามที่ไร้อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่สามารถทำลายล้างเศรษฐกิจโลกได้ จากการที่ประเทศต่างๆ พยายามควบคุมค่าเงินสกุลของตนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ หรือการทำให้ค่าเงินของตนอ่อนค่า ดังจะเห็นได้ว่าในปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ประเด็นทางด้านค่าเงินเป็นประเด็นหลักที่นักลงทุนต่างจับตามอง ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่ต้องการหยิบยกมานำเสนอตามลำดับความสำคัญ ได้แก่
 
     ปัจจัยแรก อัตราดอกเบี้ย โดยจะมีสองส่วนด้วยกันที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รายได้จากดอกเบี้ย และการเพิ่มขึ้นของเงินทุน จากปัจจัยนี้ จะเห็นว่า ทุกๆ สกุลเงินในโลก มีอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งจูงใจในการเคลื่อนไหว ซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวกำหนดโดยธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ ถ้าหากให้ปัจจัยอื่นๆ คงที่ โดยปกตินักลงทุนจะกู้ยืมเงินจากประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปลงทุนในประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อธุรกรรมว่า The Carry trade ซึ่งผลที่ได้คือ กำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และได้กำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน จากการที่สกุลเงินของประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า มักมีแนวโน้มที่จะแข็งค่า
 
     ปัจจัยต่อมา การเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจากปัจจัยนี้จะสะท้อนได้ว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่า หรือมีอัตราการขยายตัวที่ดีกว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยยับยั้งการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อ และจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเป็นตัวดึงดูดกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามา และอุปสงค์ของเงินที่ค่อนข้างมากจะทำให้มูลค่าของเงินมากขึ้นด้วยนั่นเอง
 
     ปัจจัยที่สาม ภูมิศาสตร์การเมือง  ความเสี่ยงทางเสถียรภาพทางการเมืองเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนต่างกังวล เนื่องจากกลัวว่าจะก่อให้เกิดอุปสรรค และความเสี่ยงต่อเงินทุน จึงมักจะโยกเงินลงทุนออกไปก่อนจนกว่าจะเห็นความชัดเจน และมีเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาทางการเมืองยังเป็นปัญหาที่จะฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อมายังค่าเงินตามปัจจัยข้างต้นที่ได้กล่าวถึงอีกด้วย
 
     ปัจจัยที่สี่ การค้าและกระแสเงินทุน ในส่วนนี้ ควรแยกพิจารณา ว่าระหว่างรายได้จากการค้าระหว่างประเทศ กับกระแสเงินทุนจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุน มีผลต่อมีปริมาณกระแสเงินทุนไหลเข้าออกของประเทศมากน้อยแค่ไหน และอะไรมีผลมากกว่า เพราะทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนจะการเคลื่อนไหวไปตามผลกระทบนั้นมากกว่า
 
     ปัจจัยสุดท้าย การควบรวมกิจการของธุรกิจขนาดใหญ่ เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญน้อยที่สุดในการตัดสินใจทิศทางค่าเงินในระยะยาว แต่มีประสิทธิภาพมากสำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินในระยะสั้น เนื่องจากเมื่อมีบริษัทในประเทศหนึ่ง จะซื้อสินทรัพย์ของบริษัทในอีกประเทศหนึ่ง ก็จะมีความจำเป็นที่ต้องแลกเงินเป็นสกุลเงินนั้นเพื่อใช้ในการชำระสินทรัพย์ดังกล่าว จากเหตุการณ์นี้จะทำให้ตลาดคาดการณ์ความผันผวนในระยะสั้นได้ว่า ค่าเงินสกุลที่เป็นที่ต้องการจะปรับตัวแข็งค่า
 
ศิรารัตน์ อรุณจิตต์
บลจ. บัวหลวง จำกัด
*****คนเมื่อเข้าเทรดแล้วจะพยายามหาทางออก ใครจะไปรู้ ทางที่เราเข้าไปบางทีอาจเป็นทางออกของคนหลายคน!!!*****

*

ออฟไลน์ decoderer

  • ****
  • 4,863
  • 36

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์ 2015, 06:03:02 PM »
เศรษฐศาสตร์มหภาค บทที่1
*****คนเมื่อเข้าเทรดแล้วจะพยายามหาทางออก ใครจะไปรู้ ทางที่เราเข้าไปบางทีอาจเป็นทางออกของคนหลายคน!!!*****

*

ออฟไลน์ decoderer

  • ****
  • 4,863
  • 36

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์ 2015, 06:09:25 PM »
เศรษฐศาสตร์มหภาค บทที่2
*****คนเมื่อเข้าเทรดแล้วจะพยายามหาทางออก ใครจะไปรู้ ทางที่เราเข้าไปบางทีอาจเป็นทางออกของคนหลายคน!!!*****

*

ออฟไลน์ decoderer

  • ****
  • 4,863
  • 36

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์ 2015, 06:12:08 PM »
เศรษฐศาสตร์มหภาค บทที่3
*****คนเมื่อเข้าเทรดแล้วจะพยายามหาทางออก ใครจะไปรู้ ทางที่เราเข้าไปบางทีอาจเป็นทางออกของคนหลายคน!!!*****

*

ออฟไลน์ decoderer

  • ****
  • 4,863
  • 36

Re: ห้องสมุด!!

« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 18, กุมภาพันธ์ 2015, 06:15:13 PM »
เศรษฐศาสตร์มหภาค บทที่4
*****คนเมื่อเข้าเทรดแล้วจะพยายามหาทางออก ใครจะไปรู้ ทางที่เราเข้าไปบางทีอาจเป็นทางออกของคนหลายคน!!!*****

Tags:
 

เครื่องมือเทรด Forex

ข่าว Forex กราฟ Forex EURUSD GBPUSD GBPJPY ตารางข่าว Forex

เครื่องมือเทรดทองคำ

ราคาทอง วันนี้ ราคาทอง ย้อนหลัง SPDR ล่าสุด กราฟราคาทองคำ วิเคราะห์ ราคาทอง ข่าว ราคาทองคำ ข่าว ราคาน้ำมัน

โบรคเกอร์ Forex

XM Exness FBS Nordfx Land-FX Admiral Markets

Tickmill